
จุดเปลี่ยนประเทศไทย :
จุดเปลี่ยนประเทศไทย : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
สถานการณ์การเมืองจากนี้ไปก็จะร้อนแรงขึ้น แต่ละจุดแต่ละวันที่จะผ่านไปล้วนเป็นจุดชี้ว่าประเทศไทยจะก้าวไปทางไหน
เมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) เดิมสภาปฏิรูปแห่งชาติวางไว้ว่าจะประชุมพิจารณาเรื่อง “คำถาม” ที่จะนำไปทำประชามติพร้อมกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนไปลงมติในวันเดียวกับที่โหวตร่างรัฐธรรมนูญ แต่มีเสียงแย้งว่าทำไม่ได้ เพราะอาจขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่กำหนดไว้ว่าการตั้งคำถามให้ทำวันเดียวกับที่ลงมติร่างรัฐธรรมนูญ สุดท้ายที่ประชุมจึงตกลงให้ไปพิจารณาในวันที่ 6 กันยายนทีเดียว
ตอนนี้มีการเสนอญัตติมา 2 คำถาม ใจความสำคัญคือ “จะให้ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้งหรือไม่” เสนอโดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน” และ “วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา” ซึ่งเป็นแนวทาง “ไพบูลย์” ผลักดันมาพักใหญ่ โดยในช่วงแรกจะให้กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญเลย แต่ถูกกระแสคัดค้าน จึงเสนอทางเลือกใหม่เป็นให้ประชามติ “ไพบูลย์” มองว่า หากผลประชามติออกมาว่าประชาชนเห็นด้วย จะเป็นฉันทามติให้รัฐบาลอยู่ต่อไปโดยไม่มีแรงกระเพื่อม
ส่วนอีกคำถามที่เพิ่งเสนอกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ จะให้มี “รัฐบาลปรองดองเพื่อการปฏิรูป หลังการเลือกตั้งหรือไม่" เสนอโดย “ประสาร มฤคพิทักษ์” และ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” โดยมี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ร่วมลงชื่อสนับสนุนคำถามนี้ด้วย
เรื่องรัฐบาลปรองดองฯ รัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลสมานฉันท์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น โดยช่วงแรกเคยเสนอให้กำหนดไว้ในส่วนของการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง แต่กรรมาธิการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ตอนหลังมีข่าวว่าจะเสนอให้กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งได้เป็นสูตรใหม่ เสนอให้ทำประชามติ เช่นเดียวกับข้อเสนอเรื่องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ การให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้น่าจะดีกว่าให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน เป็นคนกำหนด
อย่างไรก็ตามทั้ง 2 คำถามดังกล่าว หากมีการนำไปทำประชามติแล้วผ่าน แนวทางที่จะบังคับใช้ก็คือ ต้องไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลเหมือนกัน
ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ สปช. และสนช. ตั้งคำถามประชามติได้สภาละ 1 คำถาม เสนอไปให้ ครม.ตัดสิน ในส่วนของ สนช.จนถึงล่าสุดยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้สามารถทำได้ภายใน 3 วัน หลังจาก สปช.ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ สนช.ยังมีเวลารอดูก่อนว่า สปช.จะมีมติเช่นไร หาก สปช. “คว่ำ” ร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ต้องตั้งคำถาม
มีการตั้งคำถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า หากคำถามใดไม่ถูก สปช.คัดเลือก อาจจะมีการเสนอในที่ประชุม สนช.อีกครั้ง?
หากทั้ง 2 คำถามผ่านประชามติออกมาจริงๆ ก็อาจจะได้สูตรที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะ “ควบคุม” ได้ออกไปอีก คือ (ปฏิรูป)อีก 2 ปีแล้วค่อยเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งก็ “ล็อก” ให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติอีกอย่างน้อย 4 ปี
แต่ละจุดนับจากนี้ ล้วนเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ว่าจะเดินไปซ้ายหรือขวา?



