ข่าว

นิมนต์พระเชิญวิญญาณเหยื่อราชประสงค์

นิมนต์พระเชิญวิญญาณเหยื่อราชประสงค์

19 ส.ค. 2558

นิมนต์พระเชิญวิญญาณเหยื่อราชประสงค์ พระธรรมทูตสวดมนต์ให้กำลังใจคนไทย ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา

            เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน เช้านี้(19 ส.ค.)เริ่มมีญาติผู้เสียชีวิตมาติดต่อขอรับศพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติบ้างแล้ว ขณะที่เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา มีญาติมารับศพจำนวน 4 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ทั้งนี้ญาติเหยื่อผู้เสียชีวิตชาวไทยได้นิมนต์พระสงฆ์มาเชิญวิญญาณจุดที่เกิดเหตุด้วย

            พล.ต.ต. พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา (ผบก.นต.) ยืนยันว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 20 ราย ยังไม่มีมาเพิ่ม ส่วนที่มีมาเพิ่มคือเป็นชิ้นส่วนที่พบตามจุดต่างๆ นอกจากนี้กรณีที่มีศพที่กำลังพิสูจน์ดีเอ็นเออยู่ 2 ราย ส่วนศพชาวต่างชาติจำนวน 11 ราย นั้น สามารถรับกลับได้หมดภายในวันนี้(19 ส.ค.)

            ด้านนายไพโรจน์ ดำบรรพ์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เปิดเผยถึงกระบวนการขั้นตอนรับศพในกรณีที่ศพเป็นคนไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต กทม. ว่า ให้ญาตินำสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้เสียชีวิตและของญาติผู้มาติดต่อรับศพ เพื่อมาติกต่อเจ้าหน้าที่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา จากนั้นเจ้าหน้าที่จะออกใบแจ้งการตายให้กับญาติ ซึ่งญาติจะต้องนำใบแจ้งการตายไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกเอกสารสาเหตุการตาย จากนั้นให้นำเอกสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปออกใบมรณบัตรที่เขต เมื่อได้ใบมรณบัตรแล้วก็นำมารับศพได้

            นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับศพคนไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด ญาติจะต้องนำหนังสือขอรับศพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้เสียชีวิตและของญาติผู้มาติดต่อรับศพ เพื่อมาติกต่อเจ้าหน้าที่ที่สถาบันนิติเวชวิทยาเพื่อรับใบแจ้งการตาย จากนั้นให้รอรับศพ หากเอกสารของผู้เสียชีวิตสูญหาย หรือไหม้ไปกับระเบิด ให้ญาติผู้เสียชีวิตไปขอที่ทะเบียนราษฎร์ หรือนำเอกสารอะไรก็ได้ที่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ส่วนศพผู้เสียชีวิตที่เป็นต่างชาติ ให้ญาติไปติดต่อที่สถานทูตเพื่อแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต และทางสถานทูตจะทำการตรวจเช็คข้อมูล ว่าเป็นญาติจริงหรือไม่ หลังจากเช็คข้อมูลเรียบร้อยแล้วจะออกเอกสารยืนยันความเป็นญาติ นำสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เสียชีวิตและญาติของผู้เสียชีวิต มายื่นให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่ออกใบแจ้งการตาย จากนั้นให้ญาติไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อคัดบันทึกประจำวัน และนำไปออกใบมรณบัตรในเขตหรืออำเภอที่เสียชีวิต และนำใบมรณบัตรมารับศพ

            ทั้งนี้ที่มีกระแสข่าวว่าชาวต่างชาติติงมาว่ากระบวนการรับศพของไทยยุ่งยากนั้น นายไพโรจน์ อธิบายว่า กระบวนการนี้เป็นกระบวนการของสถานทูต เนื่องจากทูตจะต้องมอบอำนาจให้กับญาติ และจะต้องมีกระบวนการตรวจเช็ค ทางสถาบันนิติเวชวิทยาไม่สามารถให้ศพไปกับใครก็ได้ และเพื่อป้องกันการแย่งศพ หากกรณีผู้ตายมีภรรยาหรือสามีที่ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย กับบิดา มารดาของผู้เสียชีวิต กรณีที่ผู้เสียชีวิตมีทรัพย์สินจำนวนมาก

            ขณะที่ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้ค่าชดเชยที่รัฐบาลจะจ่ายให้สำหรับผู้เสียชีวิตที่เป็นต่างชาติ ไม่มีปัญหา เนื่องจากผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวาน(18 ส.ค.) โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยเหลือชาวต่างชาติที่เสียชีวิต รายละ 3 แสนบาท ส่วนกระทรวงยุติธรรม ช่วยผู้เสียชีวิตทั้งหมด รายละ 1 แสนบาท แต่ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้คือ ค่าใช้จ่ายในการส่งศพ ซึ่งบางประเทศมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระยะทางไกล ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดูแล และประสานกับสถานทูตต่างๆ ถึงกระบวนการค่าใช้จ่าย และจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร


กรมคุ้มครองสิทธิมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา

            พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้เดินทางมาเพื่อมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตเป็นกรณีพิเศษ จากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ จำนวน 5 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 500,000 บาท

            พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า เมื่อมีผู้บาดเจ็บล้มตาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จากเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ก็มีหน้าที่ในการรับคำขอ และดำเนินการ เพื่อที่จะจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา สำหรับผู้ที่เสียชีวิต ก็จะได้รับเงินชดเชยเยียวยารายละ 100,000 บาท สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะจ่ายตามค่ารักษาพยาบาลจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท รวมทั้งค่าฟื้นฟูร่างการและจิตใจ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหากิน วันละไม่เกิน 200 บาท ไม่เกิน 1 ปี ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นไม่เกิน 30,000 บาท ค่าห้องค่าอาหารวันละไม่เกิน 600 บาท ซึ่ง ในวันนี้ตนก็ได้รับคำสั่งจากพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้เดินทางมาดำเนินการเรื่องการเยียวยาดังกล่าว

            พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า กรณีผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะดูแลรายละ 100,000 บาท ซึ่งในส่วนของชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว ก็ทราบจากนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าทางกระทรวงการท่องเทียวฯ ก็มีประกันภัยชีวิตกลุ่มไว้ให้ โดยจะจ่ายให้นักท่องเที่ยวอีกรายละ 300,000 บาท ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการอยู่ วันนี้ก็นำเงินเยียวยาในส่วนของกระทรวงยุติธรรม มาจ่ายให้ทางญาติผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวต่างประเทศทั้ง 5 ราย กำลังเร่งดำเนินการให้ทั้ง 5 ราย เสร็จสิ้นในวันนี้ เพราะว่าชาวต่างชาติ ก็คงอยากจะรีบรับศพและเดินทางกลับประเทศไปโดยเร็ว

            พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ชาวต่างชาติเรียกร้อง หรือร้องขอเกี่ยวกับเรื่องค่าขนส่งศพ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงเราจะมีการพิจารณาร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่นั้น ในส่วนของข้อบังคับและระเบียบตามข้อกฎหมาย ไม่ได้ครอบคลุมค่าขนส่งศพไว้ ก็อาจจะหาทางดำเนินการ ว่าจะมีหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือต่อไป แต่ในวันนี้ทางกระทรวงยุติธรรม ได้นำเงินสำรองจ่ายเป็นกรณีพิเศษจากยุติธรรม มาจ่ายตามกฎหมายฉบับดังกล่าวให้เหยื่อทั้ง 5 ราย ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้จ่ายให้ไปก่อนแล้ว 2 ราย ซึ่งเป็นคนไทย

            ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 20 ราย หากผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์เรียบร้อยแล้ว ทางกรมคุ้มครองสิทธิฯจะได้ทำงานเชิงรุก  ด้วยการเจาะเข้าไปหาญาติและทายาทโดยธรรมที่จะมีสิทธิได้รับเงินที่มีการยื่นคำขอไว้แล้วจำนวน 15 ราย  ส่วนกรณีคนที่ได้รับบาดเจ็บนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการดูแลค่าใช้จ่ายหรือไม่นั้น เบื้องต้นว่ากระทรวงสาธารณสุข จะดูแลในเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ว่าสำหรับกรมคุ้มครองสิทธิฯ ตามกฎหมายฉบับดังกล่าวบอกไว้ว่า เมื่อรักษาพยาบาลเสร็จสิ้นแล้ว ก็ต้องเอาใบรับรองแพทย์ ใบสรุปค่าใช้จ่ายมาเบิกจ่ายได้ตามจริง ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาท  ส่วนกรณีที่เป็นโรงพยาบาลเอกชน ตนไม่แน่ใจ แต่โดยหลักการทางรัฐบาลไทย ให้การดูแลและเยียวยาเป็นพิเศษ ทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากการบาดเจ็บ และเสียชีวิตอยู่แล้ว


พระธรรมทูตสวดมนต์ให้กำลังใจคนไทย

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก"ท่านคมสรณ์ ข่าวสารงาน-พระธรรมทูตอินเดีย"  ของพระครูปริยัติโพธิวิเทศ (ท่านคมสรณ์) เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ในฐานะโฆษกพระธรรมไทยสายอินเดีย-เนปาล ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ความว่า หลังทำวัตรเช้าของวันนี้ 18 สิงหาคม 2558 จากพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา -อินเดีย ท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล นำคณะสงฆ์ทั้งปวงนั่งหันหน้าสู่ทิศประเทศไทย ได้น้อมพรพลังแห่งพุทธบารมี , พุทธมนต์จากพุทธคยา, บุญกุศลพุทธภูมิบารมีทุกประการ ประทานพรให้ประชาชนชาวไทยทุกคน จงปลอดภัย ปราศจาคอันตราย ภัยใด ๆ ทั้งปวง ให้มีความสุข ความเจริญ รู้รักสามัคคี ปรองดองรักกัน ให้รอดพ้นจากภัยพาลทั้งปวงเทอญฯ"