ข่าว

เร่งค้นหาชายต้องสงสัยเพิ่มอีก2ราย

เร่งค้นหาชายต้องสงสัยเพิ่มอีก2ราย

19 ส.ค. 2558

เร่งค้นหาชายต้องสงสัยเพิ่มอีก2ราย ‘ประวุฒิ’คาดโยงบึ้มราชประสงค์

              ที่ซอยคาวบอย ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. พ.ต.อ.ธรากร  เลิศพรเจริญ ผกก.1 บก.ปคม. เจ้าหน้าที่ตำรวจปคม. เจ้าหน้าที่ตำรวจสปพ.(191) เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตร.สน.ทองหล่อ กว่า 30 นาย ลงพื้นที่ตรวจซอยคาวบอยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว  
 
              พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า วันนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่มาบริเวณซอบคาวบอยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยอื่นๆ เช่น เข้าหน้าที่เทศกิจ จะคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยในจุดต่างๆ เพิ่มเติมจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
 
              พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีหมายจับออกตามภาพเป็นชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ ส่วนสูงประมาณ 172 ซม. รูปร่างสันทัดตามภาพ คล้ายๆ ชายชาวต่างชาติ ใส่เสื้อสีเหลือง สังเกตลักษณะการเดินหลังจะโค้งๆ และแขนทั้ง 2 ข้างด้านล่างศอกลงมา จะมีปลอกแขนพัน หรือผ้าพันไว้สั้นๆ จากการคาดการณ์คงจะปกปิดรอบสัก หรือรอยตำหนิต่างๆ ที่เห็นแล้วจะเด่นชัด จากการที่ตนได้ไปดูที่ศูนย์กล้องวงจรปิด จะพบว่า การเดินของคนร้าย จะมีการทำการบ้านเรื่องกล้องมาแล้ว ซึ่งจะพยายามเดินหันหน้าหนีกล้องตลอดเวลา เพื่อเป็นการหลบใบหน้าด้านตรง ส่วนกรณีของชายต้องสงสัย สถานะตอนนี้ถ้าใช่คือผู้ต้องหาแล้ว แต่วันนี้ที่ไปตรวจสอบกล้องซีซีทีวี เป็นการตรวจสอบว่าชายต้องสงสัยอีก 2 คนนั้นมาจากไหน และก่อนหน้านี้มาทำอะไรบ้าง เพื่อหาภาพใบหน้าชัดๆ และนำมาประกาศว่า หากไม่ใช่คนร้ายกรุณาติดต่อมาพบกับเจ้าหน้าที่ 
 
              ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสนามบินทั้ง 2 สนามบิน รวมทั้งด่านต่างๆ โดยได้ส่งภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดในคืนเกิดเหตุ ซึ่งทาง สตม.รับทราบข้อมูลตั้งแต่ 2-3 ชั่วโมงแรกในวันเกิดเหตุแล้ว และยังมีการประสานกันอยู่ตลอดเวลา ว่าตรวจพบชายต้องสงสัยหรือไม่ สำหรับผลการตรวจสอบชายชาวต่างชาติ พบว่า แม้ชายคนดังกล่าวจะมีความเหมือนมาก ถึงแม้จะเป็นชาวยุโรป มีข้อมูลว่ามีพี่ชาย ซึ่งไปอยู่ที่ตะวันออกกลางมา แต่จุดที่เป็นข้อสงสัยคือ ชายคนดังกล่าวที่บริเวณแขนจะมีรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ ซึ่งตรงกับจุดที่ผู้ต้องหาพันปลอกแขนพอดี และเมื่อตรวจสอบลึกลงไปในช่วงระยะเวลาการเกิดเหตุการณ์ระเบิด ช่วงเวลา 18.56 น. ชายคนดังกล่าวอยู่บนเครื่องบิน และได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในสนามบิน ก็พบว่า ชายคนดังกล่าว ซึ่งแสดงว่าไม่ใช่ เพราะสามารถยืนยันจุดที่อยู่ในเวลาเกิดเหตุได้ชัดเจน  
 
              พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกด้วยว่า ส่วนประเด็นในการก่อเหตุ ได้ตั้งไว้ทุกประเด็น ยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง ทั้งประเด็นการก่อความไม่สงบ ก่อกวนเพื่อทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์ และการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
 
              ก่อนหน้านี้พล.ต.ท.ประวุฒิ  ได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวชื่อ "@Dr_Prawut" โดยมีใจความว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตั้งรางวัล 1 ล้านบาท แก่ผู้ที่ให้ข้อมูลจนสามารถจับกุมคนร้ายวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
 
โฆษกตร.ยันยังไม่จับผู้ต้องสงสัย
 
        พล.ต.ท.ประวุฒิ  กล่าวหลังร่วมประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการจับตัวผู้ต้องสงสัยและควบคุมตัวมาสอบสวน ว่า ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่ามีการจับตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยที่เป็นชาวต่างชาติประมาณ 2-3 คน เนื่องจากมีลักษณะของใบหน้าที่คล้ายกับชายต้องสงสัยในภาพวงจรปิด โดยขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจับกุม และผู้ต้องสงสัยที่นำมาตรวจสอบในตอนนี้ยังไม่ใช่คนร้ายแต่อย่างใด

        พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า วันนี้(19 ส.ค.) พล.ต.อ.สมยศ ได้นำนโยบายของท่านนายกและรองนายกฝ่ายความมั่นคง โดยสั่งการให้มีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ในแหล่งชุมชนต่างๆที่มีความสำคัญโดยเฉพาะที่มีประชาชนหนาแน่น เช่นสถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถประจำทาง ห้างสรรพสินค้าที่มีประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยมาตรการนี้จะปฏิบัติในพื้นที่นครบาล ภูธรภาค 1,2 และ 7 โดยมีกำลังเสริมจากกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) และ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ทุกกองบังคับการ และ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.)ในส่วนที่ส่งกำลังมาสนับสนุนในกรุงเทพมาเข้าแผนกับทุกกองบัญชาการ โดยกำลังทั้งหมดจะดูในเรื่องของมาตรการดูแลความปลอดภัยและการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด

        “มาตรการแรกจะทำการเอ็กซเรย์พื้นที่ทั้งหมด ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ที่เป็นแหล่งมั่วสุมหรือที่พักอาศัยโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เรามีข้อมูลอยู่ เพื่อหาตัวกลุ่มที่มีพฤติกรรมหรือกลุ่มที่ร่วมกระทำความผิด อีกมาตรการคือการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชุมชน ก็จะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทั้งทหาร ตำรวจ รวมทั้งจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจมาร่วมปฏิบัติ และจะมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจะจะทำการดูเบื้องหลังของประชาชน คอยแฝงตัวในที่ชุมชนเพื่อดูพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย เพราะว่าในแหล่งชุมชนที่มีคนหนาแน่นอย่างสถานีรถไฟฟ้า หรือตามย่านสยามสแควร์ เราไม่สามารถจะขอตรวจค้นผู้ที่ผ่านไปมาได้ทั้งหมด ก็จะใช้เจ้าหน้าที่สายสืบนอกเครื่องแบบที่มีความชำนาญในการสังเกตุพฤติกรรมคนร้ายเพื่อทำการตรวจสอบผู้ต้องสงสัย" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว

        พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้ให้แต่ละกองบังคับการประสานไปตามห้างสรรพสินค้าต่างๆเพื่ออบรมเจ้าหน้าที่ รปภ. ในการดูแลตรวจค้นทุกประตูทางเข้าของห้างทุกจุด ต้องมีความเข้มงวด และต้องมีกล้องซีซีทีวีจับทุกประตูทางเข้าออก เพื่อดูว่าใครเข้าออกเผื่อมีการสืบสวนย้อนหลัง ในส่วนเจ้าหน้าที่เทสกิจก็จะให้ดูรอบๆของพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีถังขยะ มุมอับต่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจก็จะเข้ามาดูแลตรงนี้ โดยให้ทุกหน่วยรายงานผลกลับมาที่ศูนย์ กองบังคับการทุกกองบังคับการจะต้องมีข้อมูลทั้งหมดว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วยของท่านหรือฝ่ายสนับสนุนที่มาร่วมในกองกำลังของท่านทำอะไรไปบ้างเป็นรายวัน

        เมื่อถามว่าผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติที่เรียกมาตรวจสอบอะไรที่ทำให้เจ้าหน้าที่มีความสงสัยในตัวของบุคคลเหล่านั้น พล.ต.ท.ประวุฒิ บอกว่า อย่างที่เห็นในรูปอาจจะมีการปลอมตัว ฉะนั้นผู้ที่มีหน้าคล้ายๆก็จะถูกเรียกมาตรวจสอบว่า ในวันเวลาเกิดเหตุอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ มีพยานหลักฐานไหม และก็ตรวจสอบประวัติภูมิหลัง การเดินทางเข้าออกประเทศ และก็กลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกัน ตรงนี้ก็เป็นการตรวจสอบว่าน่าจะใช่ผู้กระทำความผิดหรือมีความเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่พบ ส่วนนายแบบชาวออสเตรเลียที่ตกเป็นข่าวในโซเชียลมีเดียว่าใบหน้ามีความคล้ายคลึงกับผู้ก่อเหตุและได้เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วนั้น เป็นเพราะความผิดเพี้ยนของโซเชียลมีเดียทำให้เราต้องเสียเวลา และทำให้เขาต้องเสียชื่อ อันนี้ต้องขอบอกเลยว่าข่าวหลายอันที่ส่งเข้ามา บางคนอาจจะดูแล้วเผิน แต่ทุกเรื่องมันทำร้ายเรากันเองทั้งนั้นเลย อย่าโยนฟืนเข้ากองไฟเลย ทุกวันนี้เราปัญหาเยอะแล้ว ถ้าท่านเห็นท่านกรุณาลบเลยอย่าไปสนใจ ให้เชื่อข่าวสารที่เป็นสื่อหลัก หรือสื่อจากทางราชการดีกว่า ส่วนผู้ที่เผยข่าวไม่จริงสร้างความปั่นป่วน ขอร้องว่าอย่าทำเลย เพราะทางเจ้าหน้าที่เริ่มตามหาที่มาและจะทำการจับกุมทั้งหมด

        ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าทางคดีของเหตุระเบิดทั้ง 2 จุดเป็นอย่างไร โดย พล.ต.ท.ประวุฒิ ตอบว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำผู้เสียหาย สอบปากคำคนบาดเจ็บอยู่ ซึ่งตอนนี้ใกล้เคียงแล้วสำหรับการออกหมายจับ ต้องขอรอความรอบคอบและชัดเจนอีกครั้ง เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลังฐาน ซึ่งตอนนี้ภาพสเก็ตเสร็จแล้ว โดยตอนนี้คาดว่าจะออกหมายจับได้คนนึงก่อน เป็นการออกหมายจับตามภาพสเก็ตบุคคลในกล้องวงจรปิด ส่วนที่มีข่าวว่าผู้ต้องสงสัยเดินทางไปที่สนามบินดอนเมืองหลังเกิดเหตุ ยืนยันว่ายังไม่มี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบเข้มผู้ที่จะเดินทางออกนอกประเทศอยู่แล้ว ส่วนกรณีมีเจ้าหน้าที่ ตม. เข้าตรวจค้นห้องพักผู้ต้องสงสัยนั้น ไม่ใช่ ตม. อย่างเดียว ก็มีการทำทุกพื้นที่ทุกหน่วยหากเจ้าหน้าที่สงสัยใคร แต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติ
 
        “ส่วนข่าวที่ออกมาว่า มีวินรถจยย. รับจ้างที่รับตัวผู้ต้องสงสัยจากซอยมหาดเล็กหลวงไปส่งที่ถนนสีลมหลังเกิดเหตุนั้น มีการเชิญตัวมาสอบปากคำแล้ว จากคำให้การในเบื้องต้นไม่ใช่สีลมอย่างที่เข้าใจ แต่จะเป็นจุดไหนนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งพยานในส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถสเก็ตภาพผู้ต้องสงสัยออกมาได้เพราะว่าสามารถเห็นในระยะใกล้ ตอนนี้ก็ขอให้คนร้ายยังอยู่ในไทย” โฆษก ตร. กล่าว
       
        ขณะเดียวกันเมื่อผูั้สื่อข่าวถามว่า จากการสอบ วินจยย.รับจ้าง ผู้ต้องสงสัยไม่ได้พูดเป็นภาษาไทยอาจจะเป็นชาวต่างชาติหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ หากคนปลอมตัว สวมวิก ใส่จมูก เขาจะพูดภาษาอาหรับเราก็ไม่รู้เรื่องหรอก

        เมื่อถามว่าทำไมถึงคิดว่าผู้ต้องสงสัยปลอมตัวในเมื่อภาพที่เห็นไม่ชัด พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า มีกล้องในจุดหนึ่งที่สามารถจับภาพได้ชัด

        เมื่อถามว่าภาพจากกล้องตัวดังกล่าวตรวจสอบแล้วว่าอาจจะเป็นคนไทยที่ปลอมตัวเป็นชาวต่างชาติมาก่อเหตุ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะเขาอาจจะเข้าใจว่าเรามีโปรแกรมตรวจสอบใบหน้า เขาก็เลยพยายามทำทีโซนให้ดูเปลี่ยนไป คำว่าทีโซนคือ ดั้งจมูกกับสันคิ้ว ทำให้ระบบจะอ่านยากหน่อย อย่างไรก็ตามยังไม่ยืนยันชัดเจนเป็นแค่อาจจะ

        เมื่อถามว่าสรุปแล้วผู้ต้องสงสัยมีมากกว่า 1 คนหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า หากท่านดูในคลิปวีดีโอก็จะรู้ว่าน่าจะเป็นคนชี้เป้า คนกันที่นั่งให้

        เมื่อถามว่าจากนี้จะมีการออกหมายจับได้เมื่อไหร่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ก็อย่างเร็วที่สุด อันนี้เราเป็นคนเสนอขอ เราอาจจะเสนอขอวันนี้ได้ ถ้าโชคดีก็อาจจะอนุมัติได้ภายในวันนี้
 
 
เร่งค้นหาชายต้องสงสัยเพิ่มอีก2ราย
 
 
 
 
 
 
------------------------------------------------
 
 
 
(ที่มา : @Dr_Prawut)