ข่าว

จากมิตรภาพกลางท้องฟ้า...สู่รักแท้ของสาวไทย-หนุ่มออสซี

จากมิตรภาพกลางท้องฟ้า...สู่รักแท้ของสาวไทย-หนุ่มออสซี

20 ส.ค. 2558

จากมิตรภาพกลางท้องฟ้า...สู่รักแท้ของสาวไทย-หนุ่มออสซี : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... กวินทรา ใจซื่อ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
          ความบังเอิญมักจะทำให้เราได้พบเจอกับเรื่องราวที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ทั้งสถานที่ ผู้คนและชีวิตแบบใหม่ ไม่ต่างจากเรื่องราวความรักและความบังเอิญของสาวออฟฟิศอย่าง “พรรุ่ง ทิวากรสกุล” สาวเมืองกรุง ที่ความบังเอิญทำให้เธอได้พบกับ “ทริสเทน เดวิท แลงเกอร์เบียร์ "หนุ่มวัย 42 ปี ชาวออสเตรเลีย เจ้าของบริษัทรับออกแบบจิวเวลรี่และเครื่องประดับ จนกลายเป็นเรื่องราวความรักความประทับใจของทั้งคู่
 
          การวางแผนไปพักผ่อนในช่วงสงกรานต์เมื่อปี 2557 หลังจากที่ต้องทำงานมาตลอด อยากไปอ่านหนังสือริมทะเล กินอาหารทะเลอร่อยๆ เป้าหมายการเดินทางในครั้งนั้นจึงเป็นเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพราะเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่น เมื่อตกลงใจแล้ว “พรรุ่ง” เริ่มหาข้อมูลการเดินทางเป็นการท่องเที่ยวเพียงลำพังด้วยเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต วันเดินทางระหว่างนั่งบนรถรับส่งผู้โดยสาร บังเอิญสบตากับชายหนุ่มคนหนึ่งรู้สึกถูกชะตาเพราะดูเขาน่ารัก หัวโล้น ดูท่าทางอารมณ์ดี
 
          “เมื่อขึ้นเครื่องเริ่มมองหาที่นั่งของตัวเองซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาตินั่งข้างๆ แล้ว จึงขอทางเมื่อมองชายหนุ่มชัดๆ กลับเป็นชายหนุ่มคนเดียวกับที่สบตากันบนรถบัส รู้สึกเกร็ง ประหม่าและตื่นเต้น เมื่อแอร์โอสเตสเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม เขายกอาหารที่พนักงานมาให้ก่อนเพราะเรานั่งด้านในติดหน้าต่าง ทำให้เราได้พูดคุยกันระหว่างการเดินทาง จึงเป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพกลางท้องฟ้า แรกๆไม่ได้คิดอะไรนอกจากรู้สึกถูกชะตา คิดว่ามีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกคน ก็เล่าหมดว่าเราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำงานอะไร อยู่ที่ไหน ครอบครัวเราเป็นอย่างไร”
       
          ความเป็นคนจริงใจ ยิ้มง่ายและความเป็นมิตรทำให้ “ทริสเทน” ประทับใจเพื่อนใหม่คนนี้ตั้งแต่ที่เจอครั้งแรก การเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยบ่อยครั้ง ทำให้ “ทริสเทน” รักและชื่นชอบประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทย จนสามารถพูดภาษาไทยที่ใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงมีชื่อภาษาไทยว่า “นายสมคิด” ด้วย
“เพื่อนผมมาเปิดบริษัทอยู่ที่เมืองไทยเขาจึงชวนให้มาเที่ยวที่นี่ รอยยิ้ม ความเอื้อเฟื้อ การให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติเป็นสิ่งที่ทำให้ประทับใจ โดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์ที่ชอบมาก เพราะสนุกกับบรรยากาศการเฉลิมฉลอง ส่วนชื่อไทยผมเปิดดิกชันนารีแล้ว เห็นว่าชื่อสมคิดมีความหมายที่ดี อีกอย่างชื่อภาษาอังกฤษเรียกยากสำหรับคนไทย พอมาเมืองไทยผมจะให้คนไทยเรียกชื่อผมว่าสมคิดจะง่ายกว่า”
      
          จากมิตรภาพที่เริ่มขึ้นกลางท้องฟ้าทำให้ทั้งคู่แลกเบอร์โทรศัพท์ ใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดจากที่ต่างคนต่างมากลายเป็นเพื่อนกลุ่มใหญ่ไปเล่นสงกรานต์ด้วยกัน หลังจากนั้นต่างแยกย้ายกัน พรรุ่ง กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ส่วน ทริสเทน ยังคงคิดถึงประทับใจมิตรภาพในตัวหญิงสาวที่ต่างมอบให้กัน จากเดิมที่วางแผนจะไปเที่ยวประเทศลาวกับเพื่อนก็เปลี่ยนใจมาหาพรรุ่งที่กรุงเทพฯ แทน ระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตยที่ทั้งคู่มีโอกาสศึกษาและเปิดใจให้กันมากขึ้น
     
          “ก่อนหน้านี้ผมเคยคบหาผู้หญิงมาบ้าง แต่รู้สึกได้ว่าเธอไม่ใช่คู่ชีวิต เพราะบางคนงอนให้เราง้อ บางคนหึงหวงมากไป หรือบางคนคบหาผู้ชายหลายคน แต่คุณพรรุ่งเขามีความจริงใจตั้งแต่แรกพบ ชีวิตเขาเป็นอย่างไรก็พูดแบบนั้นไม่เติมแต่ง พูดคุยในเรื่องเดียวกันได้ จึงอยากสานสัมพันธ์ต่อและจริงจังกับการคบหาในครั้งนี้”
      หลังจากทริสเทนเดินทางกลับบ้านแล้วทั้งคู่ใช้สื่อออนไลน์ในการติดต่อสื่อสารกันนานกว่า 5 เดือน ทริสเทนดำเนินการเรื่องวีซ่าท่องเที่ยวให้แฟนสาวเดินทางไปออสเตรเลีย ทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากขึ้น
     
          “ถือว่ารู้จักกันไม่นานการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนั้นเป็นครั้งแรก ทำให้กังวลบ้างว่าจะถูกหลอกลวง แต่เราก็ป้องกันตัวเองด้วยการถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญทุกอย่างเก็บติดตัวไว้ และบอกเพื่อนว่าหากภายใน 2-3 วัน ถ้าไม่ติดต่อกลับหรือไม่มีความเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กให้ติดต่อสถานทูตได้เลย ยังไงก็ต้องระวังตัวไว้ เพราะเราเพิ่งเจอเขาครั้งแรกที่เมืองไทยมีโอกาสถูกหลอกสูง   กระทั่งไปถึงก็เห็นความเสมอต้นเสมอปลายของเขา แม่เขาก็ต้อนรับอย่างดี หลังจากเดินทางกลับมาเมืองไทยเดือนเมษายนที่ผ่านมาจึงตัดสินใจหมั้นกัน ในเดือนตุลาคมนี้จะเดินทางไปใช้ชีวิตครอบครัวที่ออสเตรเลีย”
      
          ถึงแม้ว่าพรรุ่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีข้อตกลงกับสามีว่าต้องการทำงานไม่อยากอยู่บ้านเป็นแม่บ้านเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีภาระที่ต้องดูแลคนในครอบครัว แต่ต้องการทำงานส่งเสียครอบครัวเอง โดยไม่รบกวนเงินของสามี
      
          “เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร อีก 10-20 ปี เขาจะยังรักเรา ดูแลเราไหม การพึ่งพาตัวเองดีที่สุด ช่วงแรกๆ ที่ไปอยู่ออสเตรเลีย เรายังหางานไม่ได้ต้องรบกวนให้เขาส่งเสียดูแล แต่หากเรามีงานทำแล้วค่อยใช้เงินคืนและดูแลครอบครัวเราเอง เพราะเป็นเรื่องที่ภูมิใจมากกว่าการแบมือขอเงินสามีใช้ เพราะสักวันหากเขาไม่ดูแลแล้วเราก็ยังมีงาน มีเงินของตัวเอง จะกลับมาเมืองไทยลงทุนทำธุรกิจก็ไม่ลำบาก เป็นข้อเสนอก่อนที่จะแต่งงาน หลายคนมองว่าเราโง่ที่ไม่ชอบอยู่สบายๆ แต่รู้สึกว่ามีงานทำ มีเงินใช้เอง เป็นสิ่งที่เราภูมิใจกว่ารอเงินจากสามี”
 
          ชีวิตรักของครอบครัวใหม่ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น แม้จะมองว่าเป็นความรักที่พบกันโดยบังเอิญ แต่นี่เป็นความตั้งใจในเรื่องของพรหมลิขิตที่ทำให้ทั้งคู่ได้พบกันในเวลาสั้นๆ แต่ได้ต่อเติมความรักให้ยืนยาวตราบนานเท่านาน เป็นคู่เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ที่สัมผัสได้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของทั้งสองคน
 
............................................
(หมายเหตุ จากมิตรภาพกลางท้องฟ้า...สู่รักแท้ของสาวไทย-หนุ่มออสซี : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์   เรื่อง...  กวินทรา ใจซื่อ  เรียบเรียง...  เสาวลักษ์ คงภัคพูน)