ข่าว

ขอนแก่นจุดเทียนอาลัยบึ้มราชประสงค์

ขอนแก่นจุดเทียนอาลัยบึ้มราชประสงค์

18 ส.ค. 2558

ขอนแก่นจุดเทียนอาลัยบึ้มราชประสงค์ ผบ.ตร.ลงพื้นที่เยาวราชเรียกเชื่อมั่นเชื่อคนไทยทำกันเอง

            เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2558 ที่บริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น ได้มีประชาชนมาร่วมจุดเทียน อ่านกลอน และเขียนข้อความส่งกำลังใจให้กับคนกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ รวมทั้งบาดเจ็บผู้สูญเสียจากเหตุการณ์วางระเบิดที่ศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารมาดูแลรักษาความปลอดภัยจำนวนมาก 

            พล.ต.ธรากฤต ทับทองสิทธ์ ผบ.มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร ผบ.กกล.รส.จว.ข.ก. ได้นำกำลังมาดูแลความปลอดภัยด้วยตนเองกล่าวว่า กิจกรรมที่ชาวขอนแก่นจัดขึ้นโดยการเชิญชวนผ่านสื่อออนไลน์ หรือทางเพจเฟซบุ๊ก มีกระแสตอบรับจำนวนมาก แต่ก็อาจจะสร้างความวิตกกังวลถึงความปลอดภัย เนื่องจากเกิดการวมตัวกันหลายคน จึงมาดูแลความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนขอนแก่นอย่างเต็มที่เช่นกัน แม้ว่าตั้งแต่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ร่วมสามฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครองและตำรวจ ได้เข้มมาตรการความปลอดภัย ตั้งด่านความมั่นคงและลาดตระเวนจุดเสี่ยงตลอดเวลา


ผบ.ตร.ลงพื้นที่เยาวราชเรียกเชื่อมั่น

            เมื่อเวลา 19.30 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 ได้เดินทางเข้าสักการะศาลเจ้าแม่กวนอิม (มูลนิธิเทียนฟ้า) ซอยเยาวราช 7 แขวงและเขตสัมพันธวงศ์ กทม. พร้อมทั้งปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.จักรวรรดิ สน.พลับพลาไชย 2 เจ้าหน้าที่ทหาร ร.1 พัน 3 รอ. และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 100 คน เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ป้องกันเหตุให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณถนนเยาวราช

            พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาปล่อยแถวเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนโดยสนธิกำลังด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.จักรวรรดิ สน.พลับพลาไชย 2 เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร.1 พัน 3 รอ. และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จำนวนรวมกว่า 100 คน เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่สอดส่องป้องกันเหตุร้าย อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเดินตามถนนเยาวราชเกิดความอุ่นใจหลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น

            “ผมยังอยากนั่งกินอาหารริมถนนเยาวราชเองเสียเลย ถ้าไม่ติดชุดเครื่องแบบก็จะนั่งกินแล้ว และในวันหยุดจะพาครอบครัวมากินอาหารที่เยาวราชอย่างแน่นอน” ผบ.ตร.กล่าว

            พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ในส่วนเรื่องของชาวต่างชาติที่ตกเป็นข่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุที่ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ควบคุมตัวอยู่นั้น มีปัญหาในส่วนของเอกสารการเดินทาง (ใบพาสปอร์ต) ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ดำเนินการในส่วนเอกสารและปล่อยตัวไปแล้ว ในส่วนของการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด cctv นั้นสามารถระบุใบหน้าของคนร้ายได้อย่างชัดเจน หากผู้ใดพบเห็นคนร้ายให้แจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชม.

            นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะชาวต่างชาติที่จะทำได้ ตนยังแบ่งใจว่าคนก่อเหตุอาจจะเป็นคนไทยก็ได้ ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นชาวต่างชาติ และยังเชื่อว่าผู้ก่อเหตุที่ได้ปาระเบิดที่สะพานตากสิน จะต้องไม่ได้ลงมือทำคนเดียว เพราะต้องจุดฉนวนด้วยไฟ เพราะฉะนั้นจึงทำคนเดียวไม่ได้ และจะต้องมีคนสนับสนุน ตนเชื่อว่าคนที่สนับสนุนต้องเป็นคนไทยที่ไม่ใช่คนไทย

            ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร จะลงพื้นที่ปล่อยแถวและออกตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ต่างๆ เช่น บริเวณศูนย์การค้าเอเชียทีค และบริเวณแยกราชประสงค์

            นายซันนี เบิร์นส์ ติวเตอร์ เป็นนายแบบและนักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลีย ที่ตกเป็นเป้าของสังคมออนไลน์ว่าคือผู้วางระเบิดที่แยกราชประสงค์ ยังได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @sunnyburns ระบุว่าไม่ใช่มือระเบิด และยกโทษให้แก่คนแพร่ข่าวลือ โดยยืนยันว่าตนเองรักประเทศไทย


เชื่อคนไทยทำกันเอง

            ด้าน พล.ต.อ.สมยศ  กล่าวภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุปาระเบิดท่าน้ำสาทรว่า ไม่ได้เป็นการก่อการร้าย แต่คนร้ายมุ่งเป้าหมายที่จะใช้ความรุนแรงสร้างความหวาดกลัวหรือให้มีคนเสียชีวิต สร้างความสับสนวุ่นวายให้รัฐบาลเสียหน้าและให้ประเทศมีปัญหาทุกด้าน ทั้งการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ส่วนชนิดระเบิดเป็นไปป์บอมบ์ คือนำระเบิดบรรจุใส่ท่อเหล็กแล้วจุดชนวนด้วยไฟแบบเดียวกับประทัด ลักษณะคล้ายกับที่ก่อเหตุที่หน้าศาลพระพรหม แต่เนื่องจากจุดนี้เป็นที่โล่งผลของแรงระเบิดเลยต่างกัน

            “สันนิษฐานได้ว่าคนก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามหาหลักฐานและพยานเพิ่มเติม ส่วนการข่าวก็มีคืบหน้าแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นข้อมูลลับ สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุที่ศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ส่วนตัวมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะมีการปลอมแปลงใบหน้าโดยใช้วิกผมก่อนลงมือก่อเหตุเพื่ออำพราง และเชื่อว่าคนร้ายไม่ได้มีคนเดียวต้องทำเป็นขบวนการโดยเชื่อว่าคนไทยทำกันเอง” ผบ.ตร.กล่าว

โฆษกตร.สั่งคุมเข้มแหล่งท่องเที่ยวต่างชาติ

             เมื่อเวลา 20.50 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางตรวจความเรียบร้อยบริเวณสี่แยกราชประสงค์ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ภายหลังเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ศาลพระพหรม หน้าโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ แยกราชประสงค์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

            พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้กำชับการออกควบคุมดูแลพื้นที่ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยการสัญจร ทั้งสถานีรถไฟฟ้า สถานีรถไฟ รถเมล์ และห้างสรรพสินค้าต่างๆที่มีประชาชนใช้บริการหลังเลิกงานช่วงเย็นถึงช่วงค่ำ เพราะเป็นจุดที่คนร้ายอาจจะถือโอกาสก่อความไม่สงบได้ อย่างจุดที่มาตรวจตรงนี้ เป็นจุดสถานีรถไฟฟ้า และแหล่งห้างสรรพสินค้า ตลอดจนตลาดเสื้อผ้า เช่น ห้างแพลตตินั่ม ตลาดประตูน้ำ ซึ่งเป็นเขตที่มีชาวต่างชาติมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก ในส่วนการท่องเที่ยว วัดต่างๆ รวมถึง ท่าเรือ แหล่งช้อปปิ้งกลางคืน หรือไนท์พลาซ่า เช่น เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ตรอกข้าวสาร ซอยคาวบอย ซอยทองหล่อ แหล่งท่องเที่ยวกลางคืน ทางเจ้าหน้าที่มีเป้าหมายเฝ้าระวังอยู่ตลอด ส่วนที่แยกราชประสงค์ ถนนสยามสแควร์ ก็เป็นจุดที่ประชาชนหนาแน่นตลอดทั้งวัน

            พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแล มีทั้งในส่วนของบช.น. เพิ่มจาก บช.ก.อีกหลายพันนาย ในกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ.ให้สัมภาษณ์สื่อว่า อาจจะมีคนไทยมีส่วนร่วมกับชาวต่างชาติก่อเหตุนั้น ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นชาวต่างชาติ คงหมายความว่า ถ้าเป็นชาวต่างชาติก็มีคนไทยให้ความช่วยเหลือ หรือคนไทยร่วมมือด้วย สังเกตจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆที่นำมาใช้ประกอบระเบิดเป็นวัสดุที่หาได้ในประเทศไทยชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบฝักแคเวลาระเบิดที่หาได้ในประเทศไทย โดยเป็นของที่ใช้กับอุตสาหกรรมเหมือง

            ส่วนกรณีชายสวมเสื้อเหลืองนั้น ชัดเจนว่า เป็นคนที่นำเป้มาทิ้งไว้ก่อนระเบิด 3 นาที แล้วรีบย้อนออกไป ซึ่งเป้มีความใหญ่พอสมควร จึงไม่น่าจะลืมได้ อีกทั้งจุดระเบิดก็เป็นจุดวางเป้ด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าดูผู้ต้องสงสัยอยู่ หากใช่ก็อาจจะได้ตัวคนร้ายโดยเร็ว สำหรับศาลพระพหรมนั้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนสักการะได้ในอีก 1-2 วันนี้

             เมื่อเวลา 19.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนได้เชิญผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างที่คาดว่าได้รับชายผู้ต้องสงสัยลักษณะชาวต่างชาติหลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ไปสอบปากคำที่ บก.สส.บช.น. เบื้องต้นให้การว่าชายต้องสงสัยได้เรียกให้ไปส่งบริเวณปากซอยสีลม ซอย 9 ก่อนเดินเข้าไปในซอยดังกล่าว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังนำภาพจากกล้องวงจรปิดของชายต้องสงสัยรายนี้ลงพื้นที่ตามโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ และห้องเช่าในย่านถนนสีลม รวมทั้งถนนเส้นทางเชื่อมต่อใกล้เคียง เพื่อค้นหาตัวมาสอบสวน ทั้งนี้ชุดสืบสวนเชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มก่อการร้ายจากต่างประเทศทำให้ต้องนำแผนประทุษกรรม ลักษณะการลงมือ และผลการตรวจสอบชนิดระเบิดมาเทียบเคียงกับคดีเก่า โดยเฉพาะเหตุชาวอิหร่านวางระเบิดที่ซอยสุขุมวิท 71 พื้นที่ สน.คลองตัน เมื่อปี 2555 ด้วย