
เหตุระเบิดราชประสงค์เมื่อดอกไม้บานในสื่อสังคมออนไลน์
เหตุระเบิดราชประสงค์ เมื่อดอกไม้บานในสื่อสังคมออนไลน์
พลันที่เสียงระเบิดดังขึ้นบริเวณสี่แยกราชประสงค์เมื่อวานนี้ ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านทั่วบริเวณ โดยเฉพาะรายรอบพระพรหมเอราวัณ ที่ไม่เคยหลับใหลแม้เพียงนาที
เป็นครั้งแรกที่ภาพและรายงานข่าวจากพื้นที่ฉับพลันที่เกิดเหตุ ล้วนมาจากผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ซึ่งต่างก็มีสมาร์ทโฟน เป็นคล้ายเครื่องอุปกรณ์ในชีวิตที่ขาดไม่ได้
ผู้ที่บังเอิญอยู่ในเหตุการณ์ พนักงานออฟฟิศบนตึกสูง ไม่พลาดโอกาสที่จะบันทึกโศกนาฏกรรมกลางเมืองนี้ไว้เป็นภาพแห่งความทรงจำ ที่จะติดตา ฝังใจไปทั้งชีวิต
ภาพและเรื่องราวในนาทีแรกๆ ที่เกิดเหตุของสื่ออาชีพ ถูกถ่ายทอดมาจากผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์
แน่นอนว่า ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายมากขึ้น สร้างความเศร้าสะเทือนใจมากขึ้น ด้วยภาพซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้าง ไฟลุกท่วมรถจักรยานยนต์
ภาพผู้ได้รับบาดเจ็บร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ภาพชิ้นส่วนของมนุษย์ที่ถูกฉีกออกจากแรงระเบิดโดยไม่มีการเซ็นเซอร์
หรือภาพความวุ่นวาย โกลาหลในโรงพยาบาล
ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทุกครั้งที่มีเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียเลือด เสียเนื้อเสียชีวิตเกิดขึ้น
แต่ครั้งนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ในกลุ่มคนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้นเองกลับมีคนจำนวนไม่น้อยแสดงพลังในการต่อต้านผู้ที่โพสต์ภาพตอกย้ำความสูญเสีย ด้วยสำนึกรู้ร้อนหนาวและเจ็บปวดไปกับผู้สูญเสีย
มีคนจำนวนมากที่โพสต์ภาพให้กำลังใจผู้สูญเสีย โดยผ่านข้อความ และการตั้งสเตตัสในรูปแบบต่างๆ เช่น หยุดทำร้ายประเทศไทย R.I.P ราชประสงค์ R.I.P ขอความกรุณา อย่าแพร่ภาพผู้เสียชีวิต โดยไม่เซ็นเซอร์
ในขณะที่กลุ่มสื่อมวลชนก็มีคำเตือนจากคณะกรรมการควบคุมจริยธรรม และคณะกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ให้ระมัดระวังในการเผยแพร่ภาพผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากสื่อสังคมออนไลน์
มีสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งที่ยังคงแชร์ หรือใช้ภาพเหล่านั้น แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโทรทัศน์ ได้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้นที่จะไม่ขยายภาพที่เป็นการซ้ำเติมชะตากรรมผู้ประสบเคราะห์กรรม หรือผู้สูญเสีย
ไม่นาน หลังจากตั้งตัวได้ สื่อเกือบทั้งระบบก็คืนสู่การทำงานที่ยึดหลักการวิชาชีพเคร่งครัด
เหตุระเบิดครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้แสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการป้องกัน ห้ามปรามกันเอง และให้กำลังใจผู้สูญเสีย
ในขณะที่สื่อก็แสดงให้เห็นการใช้เสรีภาพ ที่มีความรับผิดชอบชัดเจนมากขึ้น



