
ปฏิกิริยาต่างชาติต่อกรณีระเบิดกรุงเทพฯ
ปฏิกิริยาต่างชาติต่อกรณีระเบิดกรุงเทพฯ
ทันทีที่เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณศาลพระพรหม หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ เมื่อคืนวันจันทร์ (17 ส.ค.) ภาพข่าวการระเบิดก็แพร่สะพัดไปในสื่อต่างประเทศหลากหลายสาขา ถึงสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะศาลพระพรหม ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
สถานีโทรทัศน์ ซีเอ็นเอ็น แห่งสหรัฐอเมริกา รายงานสดภาพที่เกิดเหตุ และเชิญผู้สื่อข่าวประจำประเทศไทยมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย นักเศรษฐศาสตร์ มาวิเคราะห์สถานการณ์ของประเทศไทย โดยเนื้อหาทั้งหมดแสดงถึงว่าประเทศไทยกำลังเผชิญภัยที่อาจจะมาจากการก่อเหตุของกลุ่มการเมืองเก่า การก่อการร้ายจากต่างชาติ หรือการก่อการร้ายโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทางใต้ของประเทศไทย
มีผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ให้ความเห็นผ่านสื่อซีเอ็นเอ็น ในช่วงหลังเกิดเหตุด้วยว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) จะแผ่อิทธิพลเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทย ด้วยเช่นกัน
ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานโดยให้น้ำหนักในเชิงความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทย ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นมา ก็เป็นธรรมชาติที่ว่านักท่องเที่ยวจะลดจำนวนลง และทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ส่วนสื่อมวลชนของญี่ปุ่นที่รายงานเมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) ให้น้ำหนักไปที่ว่าการระเบิดที่บริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์นั้น อาจเป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองที่ต้องการต่อต้านรัฐบาล และผู้ที่ต้องการทำลายเศรษฐกิจไทย
หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ชิมบุน พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า “ระเบิดกรุงเทพฯ ท้องถนนอลหม่าน เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังสนั่น” เป็นหนึ่งในกลุ่มสื่อมวลชนของญี่ปุ่นหลายสาขาทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ที่ติดตามและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด
เบื้องต้น สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย รายงานว่า มีชายชาวญี่ปุ่น 1 คน คือ “นายอันโด โคตะ” วัย 31 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่หน้าท้อง โดยขณะนี้สถานทูตญี่ปุ่นกำลังตรวจสอบว่ามีชาวญี่ปุ่นรายอื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่
นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในขณะที่เกิดเหตุ เล่าด้วยความระทึกใจว่า เห็นแสงไฟและเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว โดยชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในโรงแรมและอพาร์ตเมนต์ใกล้กับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) บนถนนราชดำริ ก็ยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากระเบิด ชาวญี่ปุ่นระบุว่าเหตุครั้งนี้ทำให้รู้สึกกังวลใจถึงความปลอดภัย
ทั้งนี้ สื่อมวลชนญี่ปุ่นยังให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยไม่มั่นคงต่อเนื่องมานานหลายปี หากแต่เหตุระเบิดครั้งนี้ถือเป็นเหตุร้ายแรงที่สุดครั้งแรก นับตั้งแต่กองทัพเข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว
ส่วนประเทศจีน ที่มีผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้มากที่สุด ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) ระบุว่า เหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณในกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันจันทร์ ทำให้พลเมืองชาวจีน 4 คนซึ่ง 2 คนมาจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเสียชีวิตและอีกกว่า 20 คนได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจีน (ซีเอ็นทีเอ) เปิดเผยว่า กำลังติดตามสถานการณ์การระเบิดอย่างใกล้ชิดและจะดำเนินการให้ความคุ้มครองนักท่องเที่ยวจีนในไทย
นายหลี่ จินเจ้า ผู้อำนวยการซีเอ็นทีเอ มอบหมายให้สำนักงานซีเอ็นทีเอ ในสิงคโปร์ที่รับผิดชอบการท่องเที่ยวของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จับตาความคืบหน้าเหตุระเบิดอย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บ รวมถึงขอให้ไกด์ทัวร์ทั้งหลายเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงอันตราย
ด้านแผนกตรวจคนเข้าเมืองของฮ่องกง แถลงว่า ผู้เสียชีวิตชาวฮ่องกงในเหตุระเบิดที่กรุงเทพฯ เป็นสตรี 2 คน วัย 19 ปี และ 24 ปี และยังมีชาวฮ่องกงได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน
นอกจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศจีนยังได้จัดตั้งคณะทำงานฉุกเฉินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์การระเบิดที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ทำให้ชาวจีนเสียชีวิต และบาดเจ็บ ทั้งยังสั่งการสถานทูตจีนประจำประเทศไทยค้นหาสาเหตุที่เกิดขึ้นและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 117 คน มีนักท่องเที่ยวชาวจีนรวมอยู่ด้วย 15 คน
สื่อจีนรายงานด้วยว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นอาจทำให้ผู้คนเชื่อมโยงไปว่าเป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้าย แม้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยไม่ได้อธิบายต่อสื่อมวลชนว่าเป็นการก่อเหตุโดยผู้ก่อการร้าย และไม่มีกลุ่มก่อการร้ายใดๆ ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการก่อเหตุ
ขณะที่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ส ของทางการจีนกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างน่าสนใจว่า ถ้าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นการโจมตีโดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายการท่องเที่ยวที่รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยแล้วกว่า 60 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 2 เท่า
ประเทศไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของชาวจีนแทนที่เกาหลีใต้ และนักท่องเที่ยวจีนก็เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่และมีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทยด้วยเช่นกัน
เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์นั้น เป็นเรื่องที่เกินความคาดคิด แต่จะอย่างไรก็ตามหากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้าย เราก็รู้สึกว่านักท่องเที่ยวจีนกำลังเผชิญกับอันตรายในระดับสูงสุด และจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากที่สุด
การระเบิดรุนแรงยังแสดงให้เห็นว่าภายใต้เบื้องหน้าของความสงบของประเทศยังมีสิ่งใดซ่อนอยู่และต้องการการตรวจสอบ ต้องให้ความสำคัญกับบรรยากาศทางการเมืองและการบริหารสังคม หลังจากที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกรัฐประหารออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ประเทศไทยก็อยู่ภายใต้การบริหารของฝ่ายทหารมาโดยตลอด สังคมถูกแบ่งขั้ว และเป็นรอยแผลในสังคมที่ยังไม่ได้รับการรักษาจนหาย
เราหวังว่าประเทศไทย และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะรอดพ้นจากผลกระทบจากเหตุระเบิด และนักท่องเที่ยวชาวจีนทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยจะปลอดภัย
ปฏิกิริยาจากรัฐบาลต่างประเทศ
นายเนด ไพรซ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและประณามเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในไทย เว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย รายงานอ้างคำแถลงของนายเนด ไพรซ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐที่ระบุว่า สหรัฐอเมริกาขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานครของประเทศไทย สหรัฐอเมริกาขอประณามการใช้ความรุนแรงครั้งเลวร้ายนี้ และขอแสดงความห่วงใยไปยังผู้เคราะห์ร้าย ครอบครัวและผู้เป็นที่รักของพวกเขา รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายฉุกเฉินของไทยที่ปฏิบัติงานตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว สหรัฐอเมริกาจะยังคงประสานกับทางการไทยอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ทางการไทยดำเนินการสืบสวนเหตุโจมตีครั้งนี้
นางจูลี่ บิช็อป รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ว่า ออสเตรเลียประณามเหตุการณ์ระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ชาวออสเตรเลียส่งความคำนึงถึงไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ดิฉันได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเมื่อเช้าวันนี้ และขอยืนยันว่า สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียกำลังดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของไทย ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าชาวออสเตรเลียเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส ออสเตรเลียจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของไทยเนื่องด้วยเหตุการณ์นี้ และจะดำเนินงานเพื่อกระชับสายสัมพันธ์ทวิภาคี และความร่วมมือระดับภูมิภาคในการต่อต้านการก่อการร้าย



