ข่าว

‘อุยกูร์’ชนวนระเบิดกรุง?‘เป็นไปได้’หรือ’เป็นไปไม่ได้

‘อุยกูร์’ชนวนระเบิดกรุง?‘เป็นไปได้’หรือ’เป็นไปไม่ได้

19 ส.ค. 2558

‘อุยกูร์’ชนวนระเบิดกรุง? ‘เป็นไปได้’หรือ’เป็นไปไม่ได้ : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               18.55 น. 17 สิงหาคม 2558 เกิดเหตุวางระเบิดครั้งร้ายแรงที่สุดในประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 20 ราย สำนักข่าวทั่วโลกรายงานอย่างเศร้าสลด ถือเป็นการลงมือก่อเหตุนองเลือดที่โหดเหี้ยมมากกว่าครั้งใด

               ฝ่ายข่าวกรองยอมรับว่าไม่มีเบาะแสข้อมูลเตือนภัยใดๆ มาก่อนเลย ทำให้มีผู้ใช้ทฤษฎีต่างๆ มาช่วยวิเคราะห์ชี้เป้าฟันธงว่าใครอยู่เบื้องหลังกันแน่ และอะไรคือมูลเหตุจูงใจ เช่น ความขัดแย้งขั้วการเมือง เหตุการณ์เลียนแบบระเบิดภาคใต้ ฯลฯ แต่ที่น่าสนใจคือประเด็น “ชาวอุยกูร์” ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่ถูกหยิบยกมาแชร์ในสื่อมวลชนและโลกออนไลน์

               เช่น รายงานข่าวจาก “เซี่ยงไฮ้เดลี่” และ “เว็บไซต์ซีนา” ระบุว่า มีการแสดงความเห็นกันแพร่หลายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในจีน ถึงการเลือกวางระเบิดที่ศาลพระพรหมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน การพุ่งเป้าไปยังชาวจีนอาจเป็นฝีมือองค์กรก่อการร้ายระดับโลก ที่พยายามส่งสารถึงรัฐบาลไทย เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือ “การล้างแค้น” หลังออกคำสั่งบังคับส่งชาวอุยกูร์ 109 คน กลับจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558

               สอดคล้องกับ “แหล่งข่าวความมั่นคง” ในไทยอ้างว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายอุยกูร์เตรียมก่อความวุ่นวายในกทม. เพื่อตอบโต้กรณีไทยส่งกลับผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวอุยกูร์

               ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า “อุยกูร์ไม่มีประวัติวางระเบิดโจมตีนอกพื้นที่ประเทศจีนมาก่อน”

               ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง “ชนกลุ่มน้อยอุยกูร์” อธิบายให้ “คม ชัด ลึก” ฟังว่า ชาวอุยกูร์เป็นมุสลิมชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่แถบรัฐซินเจียง ซีอาน และยูนนานของจีน เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกกดขี่มาเนิ่นนาน จึงก่อจลาจลเพื่อเรียกร้องสิทธิเพื่อปกครองตนเองมาตลอด เมื่อรัฐบาลจีนปราบปรามก็พยายามหลบหนีออกไปอยู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเครือข่ายอุยกูร์ในต่างแดน

               กลุ่มเครือข่ายชาวอุยกูร์ที่ออกมาสร้างเนื้อสร้างตัวที่ประเทศแถบตะวันกลาง โดยเฉพาะที่ประเทศตุรกี คอยช่วยเหลือพี่น้องเครือญาติตนเองที่ยังอยู่ในซินเจียง รัฐบาลจีนมองว่ากลุ่มคนเหล่านี้ส่งเงิน เสบียงและสรรพาวุธไปอุดหนุนเพื่อก่อความรุนแรงในจีนและทั่วโลก เป็นการเรียกร้องความสนใจจากรัฐบาลประเทศอื่นๆ

               “สำหรับเหตุระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์นั้น เกี่ยวข้องกับอุยกูร์หรือไม่ สามารถมองได้ 2 แง่มุม คือ มุมที่เป็นไปได้ หมายความว่า เป็นจุดท่องเที่ยวที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ ไม่ใช่จุดห่างไกลที่ก่อเหตุแล้วไม่มีใครเดือดร้อน และนักท่องเที่ยวที่มาส่วนใหญ่เชื้อสายจีน และยิ่งมีการจุดกระแสข่าวลือว่าอุยกูร์ต้องการแก้แค้นที่ไทยส่งตัวเพื่อนๆ พี่น้องที่หลบหนีเข้าเมืองไทยไปให้รัฐบาลจีน มีข่าวลือว่าหลายคนถูกจีนประหารชีวิตไปแล้วด้วย นั่นคือประเด็นที่มองข้ามไม่ได้”

               ผู้เชี่ยวชาญอุยกูร์วิเคราะห์อีกมุมหนึ่งว่า ที่ผ่านมากลุ่มเคลื่อนไหวอุยกูร์ไม่เคยใช้ระเบิดก่อความรุนแรงในลักษณะนี้มาก่อน ส่วนใหญ่เป็นจลาจลทุบตีข้าวของหรือใช้มีดไล่ฟันแทงชาวจีนบนสถานีรถไฟ อย่างแรงสุดก็ใช้ลูกระเบิดโยนเข้าไปในฝูงชนจีน แต่ไม่เคยมีบันทึกว่ามีการใช้วัตถุระเบิดจุดชนวนหวังผลร้ายแรง เพื่อฆ่าทำลายล้างผู้บริสุทธิ์มากมายอย่างนี้มาก่อน

               “และที่สำคัญคือ ประเทศไทยเป็นทางผ่านสำคัญของชาวอุยกูร์ที่อยากหลบหนีจากจีน พวกเขาผ่านมาทางเวียดนามหรือกัมพูชาก่อนเข้าชายแดนไทย แล้วเดินทางลงไปภาคใต้เพื่อข้ามไปยังมาเลเซีย ก่อนไปยังประเทศที่สาม ไทยจึงเป็นจุดผ่านแดนสำคัญ หากทำให้คนไทยหรือรัฐบาลไทยโกรธแค้นย่อมไม่เป็นผลดีต่ออนาคตของชาวอุยกูร์ที่จะแอบหลบหนีจากจีนอย่างแน่นอน ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่จะได้กับสิ่งที่จะสูญเสียของอุยกูร์ที่จะมาก่อการร้ายในไทยแล้ว ยังไม่ค่อยเห็นผลที่จะได้ชัดเจน หรือถ้าจะคิดแค่แก้แค้นอย่างเดียวก็ดูไม่ค่อยคุ้มหรือเปล่า” ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นแสดงความเห็น

               “ศิววงศ์ สุขทวี” ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ให้ข้อมูลว่า การที่รัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์ไปให้จีน แล้วโดนถ่ายภาพละเมิดสิทธิมนุษยชนมาโชว์นั้น ถือเป็นแรงกดดันสำคัญต่อรัฐบาลไทยมาตลอด แต่เรื่องจะวางระเบิดก่อการร้ายรุนแรงนั้น มีประเด็นที่น่าสนใจว่า เครือข่ายอุยกูร์ไม่เคยเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสหรือพวกมุสลิมหัวรุนแรงมาก่อน การวางระเบิดแบบนี้ต้องถูกวางแผนระดับมืออาชีพ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า

               “การจะแชร์ข้อมูลตัดสินว่าใครหรือชาติไหนจุดระเบิดก่อการร้ายต้องระวัง เพราะสุดท้ายอาจใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ตอนนี้มีชาวอุยกูร์อยู่ในไทยประมาณ 50 กว่าคน ถูกควบคุมตัวอยู่ในพื้นที่สงขลา ระนอง และกรุงเทพฯ หากชายเสื้อเหลืองในภาพนั้น ถูกบอกว่าเป็นมุสลิมหรือแขกขาวก็น่าสนใจมาก เพราะปกติชายมุสลิมจะไม่ใส่กางเกงขาสั้น ประเด็นนี้ก็น่าคิด คงต้องรอดูหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป”

ข้อมูลผู้อพยพอุยกูร์ 2558
               1 ก.ค. 2558 รัฐบาลไทยส่งเด็กและผู้หญิง 173 คน ไป “ตุรกี”

               8 ก.ค. 2558 รัฐบาลไทยส่งเด็ก 4 คน ผู้หญิง 30 คน และผู้ชาย 60 คน ไป “จีน”

               ปัจจุบันมีชาวอุยกูร์ประมาณ 50 คน ยังถูกควบคุมในไทย