
โฆษกรบ.ยังไม่ฟันธงต่างชาติเสื้อเหลืองก่อเหตุ
โฆษกรบ.ยังไม่ฟันธงต่างชาติเสื้อเหลืองก่อเหตุ คสช.แจงโรงเรียนทุกแห่งพื้นที่กทม.เปิดเรียน19ส.ค.
18ส.ค.2558 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์นั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบจากทุกกระทรวง เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอีกหลายกระทรวง พบว่ามีกองทุนและเงินหลายก้อน เช่นเงินกองทุนที่ตั้งเอาไว้ 200ล้านบาทของกระทรวงท่องเที่ยวฯ และเงินช่วยเหลือเยียวยาของกระทรวงยุติธรรม ฉะนั้นนายกฯจึงสั่งการให้กำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนให้ครอบคลุมทั้งผู้ที่บาดเจ็บ เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายด้วย และต้องทำความเข้าใจด้วยว่าคนที่ได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนใดไปแล้วจะได้รับเงินจากกองทุนอื่นด้วยได้หรือไม่ โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าไปเก็บข้อมูลจากโรงพยาบาลต่างๆที่มีผู้ประสบเหตุเข้ารักษาตัว ส่วนใครออกจากโรงพยาบาลแล้วจะมีการติดต่อประสานงานจากเจ้าหน้าที่กลับไป
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้ข้อสรุปว่า ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เป็นคนไทยจะมีกระทรวงมหาดไทยเป็นจุดประสานงาน สามารถประสานได้ที่สำนักงานเลขาของผู้ว่ากทม. ส่วนชาวต่างชาติให้ประสานงานติดต่อที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยจะได้รับการอำนวยความสะดวกในการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะดูแลเรื่องล่ามแปลภาษา
โฆษกฯ กล่าวด้วยว่า นายกฯได้เน้นย้ำด้วยว่า การที่เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ส่งข้อมูล หรือภาพที่มีอยู่ไม่ว่าท่านจะถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวในระหว่างเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุหรือหลังเกิดเหตุบริเวณพื้นที่แยกราชประสงค์และบริเวณใกล้เคียง เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้เคยเกิดในต่างประเทศ และมีการขอความร่วมมือจากประชาชน เราจะได้ภาพจำนวนมาก ถ้านำมาประติดประต่อเป็นเรื่องเป็นราวแล้วจะได้ประโยชน์เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ จึงฝากวิงวอนประชาชนว่าขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการส่งข้อมูลเข้ามา และข้อมูลใดที่ไม่เป็นประโยชน์แล้วแชร์ไปตามสื่อสังคมออนไลน์ขอความกรุณาเพราะจะทำให้สังคมสับสนและเจ้าหน้าที่ทำงานยาก และประเทศจะขาดความเชื่อมั่น
“รัฐบาลขอยืนยันว่าเราจะเร่งดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบและมีมาตรฐานอย่างมืออาชีพเพื่อนำประเทศกลับไปสู่ความสงบอีกครั้งหนึ่ง เรามั่นใจอย่างนั้น”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงชายชาวต่างชาติสวมเสื้อสีเหลืองที่มีการแชร์ข้อมูลกันมาเป็นคนก่อเหตุใช่หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ต้องยืนว่ารัฐบาลไม่ได้ฟันธงหรือเชื่อมั่นว่าจะเกิดจากเหตุหนึ่งเหตุใด มันมีหลายกรณี ทั้งเรื่องสถานการณ์ภาคใต้ก็ดี สถานการณ์จากต่างประเทศก็ดี หรือกระทั่งการขัดแย้งทางการเมืองก็ดี และในทุกๆข้อสันนิษฐานมีข้อคิดเห็นที่คล้อยตามและข้อคิดเห็นที่แย้งในทุกๆประเด็น ซึ่งทุกกรณีตามภาษาทหารเรียกว่าจะมี “สิ่งบอกเหตุ” มีดัชนี มีประเด็นพิจารณาประกอบว่าองค์ประกอบใดรวมแล้วน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมองค์ประกอบ ส่วนที่ สื่อมวลชนยกตัวอย่างชายชาวต่างชาติก็เป็นไปได้ว่าถ้าเป็นการสร้างสถานการณ์อย่างอื่นอาจจะหากลุ่มเป้าหมายหรือหาตัวผู้ก่อเหตุเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปอย่างอื่นก็เป็นไปได้ ฉะนั้นรัฐบาลจะพยายามรวบรวมข้อมูลทั้งวัตถุพยาน ประจักษ์พยาน ข้อมูลจากซีซีทีวีและกล้องทั้งหลายจากประชาชนและนิติวิทยาศาสตร์เพื่อดำเนินการอย่างมืออาชีพให้รวดเร็วที่สุด ณ ขณะนี้ยังไม่ได้ฟันธงว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และถ้าหากสังคมมีการชี้นำก็จะทำให้เกิดสิ่งที่มีผลกระทบตามมา ดังนั้นทุกกรณีถือว่าเป็นข้อมูลดิบต้องมีการตรวจสอบหลายๆอย่าง
คสช.แจงโรงเรียนทุกแห่งพื้นที่กทม.เปิดเรียน19ส.ค.
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงกรณีที่มีเหตุปาระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร เขตสาทร กทม.ว่า ในช่วงเวลานี้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันนี้ (18 ส.ค.) ได้เกิดเหตุก่อกวนด้วยการปาระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานพยานโดยเจ้าหน้าที่
โฆษก คสช. กล่าวต่อว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ยังคงตั้งจุดตรวจจุดสกัด และจัดชุดสายตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างๆ ให้การรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริเวณท่าเรือสาทร เจ้าหน้าที่ทหารได้กั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อตรวจสอบและรวบรวมวัตถุพยานในพื้นที่เกิดเหตุรัศมีประมาณ 10 เมตร ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และท่าเรือสาทรยังคงเปิดให้บริการแก่ประชาชนตามปกติ
“ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุก่อกวนยุติการกระทำดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินการทางกฎหมายและทางคดีอย่างเด็ดขาด และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีมาโดยตลอด นอกจากนี้ได้รับการประสานจากกรุงเทพมหานครว่า โรงเรียนและสถานศึกษาที่ปิดทำการในวันนี้จะเปิดทำการสอนตามปกติในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.) ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติสุขบนพื้นฐานของความระมัดระวัง” โฆษก คสช. กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานบริเวณแยกราชประสงค์เรียบร้อยแล้ว และได้เปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมาได้ตามปกติ สำหรับศาลพระพรหมและอาคารสถานที่ที่ได้รับความเสียหายนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าซ่อมแซมและบูรณะฟื้นฟูต่อไป สำหรับยอดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข แจ้งว่า ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ จำนวน 67 ราย



