
มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี2015เยี่ยมผู้บาดเจ็บ
มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี2015เยี่ยมผู้บาดเจ็บ ผลชันสูตรพลิกศพเหยื่อราชประสงค์พบลูกปืนจำนวนมากบิ๊กตู่สั่งมท.2เยียวยาเหยื่อ ขณะที่กต.เชิญทูตต่างประเทศฟังสรุปสถานการณ์
18ส.ค.2558 แหล่งข่าวจากทีมแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการระเบิดที่แยกราชประสงค์ ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า การตรวจศพพบลูกเหล็กทรงกลม หรือที่เรียกว่าลูกปืนจำนวนมากในร่างแทบทุกราย ยกเว้นผู้เสียชีวิตที่ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่บนม้านั่งที่คนร้ายซุกระเบิดไว้ร่างกายฉีกขาดเพราะแรงอัดของระเบิดพบลูกปืนในจำนวนน้อย
บิ๊กตู่สั่งมท.2เยียวยาเหยื่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้มอบหมายให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) เยี่ยมผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่าง ๆ จากเหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์เมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นนั้น
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลพญาไท จำนวน 7 ราย เป็นคนไทย 5 ราย และชาวจีน 2 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำนวน 7 ราย เป็นคนไทย 4 ราย ชาวจีน 3 ราย ซึ่งได้ให้กำลังใจ และมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ประสานหน่วยงานและหน่วยกำลังในพื้นที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร เพิ่มความเข้มงวดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่ และเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเพื่อป้องกันปราบปรามการก่อเหตุร้าย รวมทั้งประเมินพื้นที่เสี่ยงที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่ประสงค์ดี กำชับให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ สถานที่ที่มีผู้คนมาชุมนุมเป็นจำนวนมาก เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้าศูนย์การค้า ย่านการค้า ศาสนสถานที่สำคัญ และให้ผู้ที่อยู่เวรยามเพิ่มความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกจุดสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบสภาพกล้องวงจรปิด cctv ในพื้นที่ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ตลอดจนอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างโดยรอบอาคาร พื้นที่สาธารณะ และจุดเสี่ยงต่างๆอีกด้วย
นอกจากนี้ให้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน มาตรการเมื่อเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ จัดเตรียมกำลังเคลื่อนที่เร็ว พลเรือน ตำรวจ ทหาร เพื่อพร้อมต่อการแก้ไขปัญหาเหตุร้าย และให้ผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด รวมถึงนายอำเภอ กำกับติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด หากมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุการณ์สำคัญให้รายงานกระทรวงมหาดไทยทราบทันที
“ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จังหวัดได้มีการสนธิกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่ตรวจเข้มสถานที่สำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และสนามบิน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกพื้นที่อย่างเต็มที่” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
ยกบึ้มราชประสงค์ทุกคนต้องช่วยเฝ้าระวัง
ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นประธานเปิดงานตลาดนัดนวัตกรรมการแพทย์แผนไทย ได้กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งถึงเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์บริเวณศาลพระพรหมว่า วันนี้ยินดีที่ได้มาทำสิ่งที่ดีๆร่วมกันโดยการปิดงานตลาดนัดนวัตกรรมทางการแพทย์แผนไทย มาร่วมกันกับพวกเราทำความดีให้ประเทศไทยก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง ถึงแม้จะมีกลุ่มที่เป็นคนเลวๆทำเอาไว้เมื่อวันที่ 17 ส.ค.เป็นเรื่องที่ตนเสียใจ เพราะฉะนั้นเราต้องทำสิ่งที่ดีเอาชนะสิ่งที่ไม่ดี ทำคนดีให้ชนะคนไม่ดี ตนยืนยันว่า จะทำให้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนช่วยกันทุ่มเทใจให้กับคนดีๆและมีคุณธรรมในบ้านเมือง
“ผมนิสัยเสียอย่างความคิดมักจะไปล่วงหน้าคือพูดไป ปากไม่ทันสมอง คิดเร็วไปหน่อยแล้วปวดหัวทั้งวัน ตอนนี้คิดต่อเนื่องว่า จะไปพูดอะไรต่อเรื่องความมั่นคง ดีเหมือนที่มีเหตุการณ์ให้คิดบ่อยๆแต่เสียใจกับเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นรับไม่ได้เลย ขนาดผมคิดยังสู้มันไม่ทันเลยไอ้พวกผู้ร้าย มันเกิดมาเพื่อเป็นผู้ร้ายจริงเลย อยากฝากให้ทุกคนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร เพราะบ้านเมืองปล่อยไปไมได้แล้วเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนต้องช่วยกัน วันนี้ดีใจมาที่งานเห็นรอยยิ้มจากทุกคน แต่ผมก็เจ็บปวดกว่าท่านเยอะ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ต่อมาเวลา 17.30 น.พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์เหตุระเบิดที่สะพานสาธรว่า มีรายงานแล้วว่าคนก่อเหตุเดินขึ้นบนสะพานแล้วโยนลงมาสันนิฐานว่า ตั้งใจจะโยนลงมาที่สะพานเล็ก แต่ลงไปในน้ำก่อน ก็กำลังดูอยู่ แสดงว่า เขาอาจจะวางไม่ได้
เมื่อถามว่า เหตุระเบิด 2 เชื่อมโยงกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ขอดูก่อน เขารายงานมา ตนยังไม่ทันทำอะไรเลย ตนก็มีภารกิจอื่น ให้เวลาเจ้าหน้าที่หน่อย ขออย่าทำให้สถานการณ์กระเพื่อมไปกว่านี้ อยากให้สถานการณ์มันนิ่ง คือมันเกิดแล้วก็อยากให้ระมัดระวัง ถ้ามัวแต่บอกว่า เกิดอีกแล้วๆ รัฐบาลจะทำอะไรได้ แล้วจะเสียหายหรือไม่ จึงต้องการให้ทุกคนใช้วิกฤตเป็นโอกาสร่วมมือกัน แล้วที่สื่อมาถามว่าจะทำอย่างไรต่อโจรมันก็รู้หมด เพราะมันก็ฟังอยู่ เราไม่ต้องไปบอกเขา แต่เราต้องเฝ้าระวัง และอย่าให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกครั้งไป ทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง
รมว.กห.สั่งการกองทัพจัดกำลังร่วมปฏิบัติงานตร.
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กห.มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ความปลอดภัยของประชาชน
หลังเกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และบริเวณย่านท่าน้ำสาธรที่ผ่านมา โดยสั่งการให้กองทัพจัดกำลังทหารเสริมและร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดและสายตรวจทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมทั้งจังหวัดต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุ รวมทั้งดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและสถานที่สำคัญต่างๆ การทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับตำรวจต่อภารกิจดังกล่าว อาจสร้างความไม่สะดวกในการสัญจรของประชาชนบ้าง จึงต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคนในภาพรวม
สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ประสงค์ร้ายต่อประเทศไทยในครั้งนี้ จำเป็นที่ประชาชนไทยทุกคนต้องตั้งสติและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมมือกันทำหน้าที่เฝ้าระวังและจับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมผิดสังเกต และร่วมแจ้งข้อมูล เบาะแสกับเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง ทางหมายเลข 191หรือ 1599 พร้อมทั้งขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆอย่างมีสติ โดยขอให้รับฟังข่าวสารจากรัฐบาลเป็นหลัก เพื่อป้องกันความสับสน
มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี2015เยี่ยมผู้บาดเจ็บ
ขณะที่นางสาวธันยชนก มูลนิลตา มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี2015 พร้อมกับรองทั้งสอง เดินทางมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ณ โรงพยาบาลตำรวจ และได้พูดคุยภาษาจีนกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ารักษาอาการด้วย
กต.เชิญทูตต่างประเทศฟังสรุปสถานการณ์
กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะทูตต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ประจำการในประเทศไทย เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายนรชิต สิงหเสนี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้บรรยายสรุป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที ภายหลังการบรรยายสรุป นายนรชิต กล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมรับฟังในครั้งนี้รวม 108 คน โดยมีคณะทูตจาก 76 ประเทศ ซึ่งมีระดับเอกอัครราชทูต 11 ประเทศ และ 10 องค์การระหว่างประเทศที่ประจำการในประเทศไทย ทั้งนี้ตนได้ชี้แจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการเข้าควบคุมสถานการณ์ รวมถึงการเยียวยาและช่วยเหลือชาวต่างประเทศที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด แต่ไม่ได้เปิดเผยถึงกระบวนการสอบสวนในเรื่องนี้ อีกทั้งได้ย้ำว่าไม่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน อีกทั้งได้ยืนยันว่าสถาบันการเงินและสถานที่ราชการในกรุงเทพฯไม่ได้ปิดทำการ รวมถึงขอร้องให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวลือต่างๆที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย และขอให้รับฟังข่าวสารหรือประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานราชการเท่านั้น
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตของประเทศใดที่ร้องขอการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งรวมถึงสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยก็ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือหรือการดูแลชาวจีนเป็นพิเศษ ทั้งนี้รัฐบาลไทยยังคงให้การดูแลคุ้มครองชาวต่างชาติและสถานเอกอัครราชทูตทุกประเทศอย่างดีอยู่แล้ว
ด้านนายจอน เจีย มัน เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังงานดังกล่าว ว่า ทางการเกาหลีใต้คงไม่มีการออกประกาศห้ามการเดินทางเข้ามาในไทย โดยขณะนี้มีเพียงการแจ้งข้อความถึงชาวเกาหลีให้ทราบว่ามีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้น พร้อมกับเตือนให้ชาวเกาหลีที่เป็นนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยให้มีความระมัดระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากยังไม่เกิดเหตุการณ์อะไรเพิ่ม เราก็ยังไม่มีการออกประกาศใดๆอีก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ยังคงประสานงานและติดตามข้อมูลกับทางการไทยอยู่ เนื่องจากมีข่าวว่าพบศพชาวเอเชียในเหตุระเบิดนี้ซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นคนชาติใด หรือเป็นชาวเกาหลีใต้หรือไม่



