
รับฟ้อง!'แม้ว'หมิ่นกองทัพ
18 ส.ค. 2558
ศาลอาญาประทับรับฟ้องคดี 'ทักษิณ' สัมภาษณ์วิจารณ์หมิ่น 'กองทัพบก' ยึดอำนาจปี 57 พาดพิงองคมนตรี นัดพร้อมสอบคำให้การ-ตรวจหลักฐาน 12 ต.ค.นี้
18 ส.ค. 58 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.1824/2558 ที่กองทัพบก มอบอำนาจให้ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญ ทหารบก เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 19 - 22 พ.ค. 58 ได้มีการเผยแพร่คำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จากประเทศเกาหลี เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและการยึดอำนาจการปกครองของ คสช. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57
โดยคดีนี้ กองทัพบก โจทก์ ยื่นฟ้องคดีเอง เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 58 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 19 - 22 พ.ค. 58 จำเลย ได้ใส่ความ กองทัพบก โจทก์ ว่า เป็นบุคคลน่ารังเกียจ เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ และเป็นบุคคลที่ทำความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ ซึ่งไม่ใช่ความจริง โดยจำเลยได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเมืองในประเทศไทยที่มีการเผยแพร่ผ่านยูทูบและสื่อออนไลน์ ซึ่งการกระทำนั้นส่งผลให้ให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง
ซึ่งชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 58 พล.ต.ศรายุทธ ผู้รับมอบอำนาจจาก กองทัพบก โจทก์ ได้เบิกความต่อศาล สรุปว่า ระหว่างวันที่ 19 - 22 พ.ค. 58 พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลย ได้ให้สัมภาษณ์จากประเทศเกาหลี เกี่ยวกับการยึดอำนาจกระทบต่อองคมนตรี และทหารที่หมายถึงกองทัพบก รวมทั้งกล่าวหาว่าโจทก์ชื่นชอบประชาธิปไตยแบบประเทศพม่า ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย พร้อมยื่นแผ่นซีดีและคำถอดเทปการสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ วันที่ 22 พ.ค. 58 ส่งศาลด้วย
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า ข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ อาจทำให้บุคคลทั่วไปที่รับฟังเข้าใจได้ว่า กองทัพบก โจทก์ ได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญของประเทศที่อยู่ในความรับรู้ของประชาชนทั่วไป และทำให้เข้าใจว่าองคมนตรี มีความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ของกลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รวมทั้งเปรียบเทียบทหารกับการปกครองในบางประเทศ ซึ่งเป็นที่รับรู้ของนานาชาติว่าประเทศนั้นเคยปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร ดังนั้นจึงอาจก่อให้เกิดความเข้าใจได้ว่า การยึดอำนาจปกครองประเทศนั้นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อการรักษาความสงบของประเทศ ซึ่งน่าจะทำให้กองทัพบก โจทก์ ได้รับความเสื่อมเสีย ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง คดีจึงมีมูล ให้ประทับรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป
โดยศาล กำหนดนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การจำเลย และนัดตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. และให้โจทก์นำส่งหมายแจ้งให้จำเลยทราบนัด
ภายหลังฟังคำสั่งที่ศาลรับฟ้องแล้ว พล.ต.ศรายุทธ กล่าวว่า ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ศาลจึงให้ส่งหมายให้คู่ความทราบ โดยเราได้ดำเนินการผ่านกระบวนการศาลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งศาลนัดพร้อมคดีอีกครั้ง 12 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ดี จากนั้นศาลก็ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป หากจำเลยไม่ได้เดินทางมาตามนัด ศาลอาจจะพิจารณาออกหมายจับต่อไปตามขั้นตอน ขณะที่การดำเนินคดี กองทัพบกมีความพร้อมอยู่แล้วหากได้ดำเนินการสืบพยานตามกระบวนการต่อไป
ด้านนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความรับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งวันนี้เดินทางมารับฟังคำสั่ง ได้กล่าวด้วยว่า เมื่อศาลสั่งว่าคดีมีมูลแล้ว จากนี้โจทก์ ก็ต้องส่งหมายเรียกแจ้งนัดให้จำเลยทราบ แต่ขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้พักอยู่ในประเทศ โดยได้ลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ ดังนั้นในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ตนในฐานะทนายความ ก็ต้องแถลงต่อศาลให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไป จากเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อาจเดินทางมาศาลได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลจะพิจารณาและมีคำสั่งอย่างไรต่อไป สำหรับคดีก็ไม่มีความหนักใจ เพราะเนื้อหาสาระคดีเกี่ยวกับการเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการยึดอำนาจ โดยตั้งแต่ ปี 2549 ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาโดยตลอด



