ข่าว

‘ผบ.ตร.ประณามมือบึ้มราชประสงค์ยันจับได้แน่

‘ผบ.ตร.ประณามมือบึ้มราชประสงค์ยันจับได้แน่

18 ส.ค. 2558

"ผบ.ตร."ยันจับคนร้ายลอบวางระเบิดราชประสงค์ได้แน่ พร้อมประนามคนร้ายจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตหวังชีวิตปชช.แน่นอน

 
 
          วันที่ 18 สิงหาคม 2558 เมื่อเวลา 06.00 น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191)บก.สปพ. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.หรืออีโอดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และสุนัขตำรวจ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดบริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ถนนพระรามที่1ตัดถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยกันพื้นที่ไม่ให้สื่อมวลชนและประชาชนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเหตุ โดยเวลา 06.45 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้ววยเช่นกัน
 
          พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าระเบิดที่คนร้ายใช้นั้นเป็นระเบิดชนิดใด เนื่องจากหลักฐานที่หน่วยอีโอดีเก็บไปตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ผลออกมายังไม่ชัดเจน ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีเก็บหลักฐานได้น้อยนั้น เนื่องจากการทำงานของระเบิดนั้นสมบูรณ์แบบ เผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด แต่เบื้องต้นระบุได้ว่าเป็นระเบิดแรงดันสูง เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์นั้นเพื่อต้องการชีวิตชีวิตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องซีซีทีวีทุกตัวไม่ว่าจะเป็นของกทม. ตำรวจ และเอกชนในพื้นที่ ขอเวลาการทำงานอีกสักระยะ เพื่อความรอบคอบ
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ทุกประเด็น ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งไป และไม่ได้ด่วนสรุปว่ามาจากเรื่องใด เพราะอาจจะทำให้แนวทางการสืบสวนเสียหายได้ ต้องรอการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นพยานวัตถุ และพยานหลักฐานอื่นๆ ทุกด้าน รวมทั้งกล้องซีซีทีวีในที่เกิดเหตุด้วยเช่นกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ แต่ต้องขอเวลาการทำงานให้เจ้าหน้าที่สักระยะ ทั้งนี้ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา  โดยแนะนำแนวทางแบ่งหน้าที่กันทำงาน พร้อมทั้งมีความห่วงใยนักท่องเที่ยว และในช่วงเวลา 07.00-07.40 น.จะมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนมาที่ ศปก.ตร.ชั้น 20 อีกครั้ง
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าด้านการข่าวไม่ได้บกพร่องแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่มีการประสานกับหน่วยงานความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งคอยเฝ้าระวังทุกพื้นที่มาโดยตลอด ไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย ทั้งนี้คนจ้องกระทำกับคนคอยเฝ้าระวังนั้น คนที่จ้องกระทำจะมีโอกาสมากกว่า และไม่คิดว่าคนร้ายจะมีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้้ เพราะลงมือกระทำในจุดที่มีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างเป็นจำนวนมาก และเป็นห้วงเวลาที่มีคนเยอะมาก ถือว่าเป็นความโหดร้ายทารุณของคนร้ายที่เลือกที่จะลงมือในเวลาดังกล่าว ซึ่งถือว่าการกระทำของคนร้ายนั้นมุ่งประสงค์ต่อชีวิตแน่นอน ส่วนเรื่องที่ว่าคนร้ายจะหนีออกประเทศไปแล้วหรือไม่ รวมทั้งมีการประสานไปยัง สตม.ด้วยหรือไม่นั้น แนวทางการสืบสวนยังไม่ถึงขั้นนั้น กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการทุกขั้นตอน