
ตัวล่อ ...'รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ'
ตัวล่อ ...'รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญสำนักข่าวเนชั่น
ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558 นอกเหนือจากคำถามว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว อาจจะมีการสอบถามประชามติในประเด็นอื่นได้ด้วย โดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สามารถทำคำถามได้ฝ่ายละ 1 คำถาม
ทัั้งนี้ ในวันที่ 18 สิงหาคม สปช.จะประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับคำถามประชามติว่าจะถามอะไร จากนั้นไปลงมติพร้อมกันในวันลงมติ “รับ-ไม่รับ”ร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 กันยายนนี้
ขณะที่ตอนนี้ สนช.ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับการตั้งคำถามประชามติ
คำถามล่าสุดที่เสนอโดย “ประสาร มฤคพิทักษ์” และ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” โดยมี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมสนับสนุน ก็คือการทำประชามติถามประชาชนว่า จะให้มี “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” หลังการเลือกตั้งหรือไม่
หากคำถามดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากประชาชนภายหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญจะกำหนดให้การจัดตั้ง “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” ต้องใช้เสียง ส.ส.สนับสนุน 4 ใน 5 จาก 450 คน หรือรัฐบาลปรองดองแห่งชาติต้องใช้เสียง 360 คน ส่วนที่เหลือเป็นฝ่ายค้าน
ล่าสุดวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “การปรองดองและรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” จำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง โดยถามว่าหากวันนี้มีการทำประชามติจะให้มี “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศต่อไปอีก 4 ปี หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 52.63 ระบุว่าจะลงมติเห็นด้วยกับการมีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ เพราะน่าจะมีตัวกลางที่เข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ขณะที่ร้อยละ 12.66 จะลงมติไม่เห็นด้วยกับการมีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ และยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้จริงหรือไม่ และระยะเวลา 4 ปีค่อนข้างที่จะนานไป
จากการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการมี “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” โดยมีเพียงส่วนน้อย 12 เปอร์เซ็นต์เศษๆ เท่านั้น ที่ไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ปมร้อนเรื่อง “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” มีการมองว่าเป็น “ตัวล่อ” เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ผู้มีอำนาจวางหมากเกมทางการเมืองเอาไว้
เนื่องจาก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้วางกลไกหลายอย่างในทางที่ถูกมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นการ “สืบทอดอำนาจ” ของ “รัฐบาลประยุทธ์” และ คสช.โดยดูจากปมหลายประเด็นที่มีเสียงวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วย
- “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ที่คนมานั่งเก้าอี้นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งก็ได้
- “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” ที่มีการเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล ให้มีอำนาจพิเศษทั้งด้านบริหารและนิติบัญญัติ เป็นเวลา 5 ปี มีอำนาจที่จะออกคำสั่งหรือทำการใดๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤติหากรัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีสิทธินั่งเป็นกรรมการชุดนี้ได้
- ส.ว.สรรหา 123 คน ที่ในบทเฉพาะกาลเขียนให้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา หรืออีกนัยหนึ่งก็คือรัฐบาลเป็นคนแต่งตั้ง ส.ว.สรรหา 123 คนนั่นเอง
ดังนั้น หากร่างรัฐธรรมนูญมี “ตัวล่อ” ดึงดูดให้ประชาชนหลงเคลิ้มไปกับคำถามประชามติ “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ”... ก็จะได้ทุกอย่างที่มีการวางหมากเกมเอาไว้



