ข่าว

เรือปลื้มยำเชลซีมูรินโญชี้ไม่ได้แพ้

เรือปลื้มยำเชลซีมูรินโญชี้ไม่ได้แพ้

17 ส.ค. 2558

เปเยกรีนี ซูฮกลูกทีมแมนฯ ซิตี ไล่ต้อน เชลซี 3-0 ศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 16 ส.ค. มูรินโญ เมินยอมรับความพ่ายแพ้ มั่นใจว่าลูกทีมเล่นในช่วงครึ่งหลังได้ดีกว่า

 
                      ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง หลังเปิดรังอิติฮัด สเตเดี้ยม ไล่ต้อนชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เก่ายับเยิน 3-0 โดยได้ประตูจาก เซร์คิโอ อาเกโร นาที 31, แวงซองต์ กอมปานี นาที 79 และแฟร์นันดินโญ นาที 85 ส่งผลให้ แมนฯ ซิตี คว้าชัยได้ 2 นัดติดต่อกัน พร้อมกับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูง มี 6 คะแนนเต็ม เท่ากับ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ และ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด แต่มีผลต่างประตูได้เสียเหนือกว่า เพราะทำได้ 6 ลูก และยังไม่เสียประตู ส่วนเชลซี มีแต้มเดียว
 
                      หลังเกม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ “เรือใบสีฟ้า” ประทับใจผลงานของลูกทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในเรื่องเกมรุกและเกมรับ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับเชลซี แต่นักเตะทุกคนยังคงเล่นได้ตามแผนที่วางเอาไว้ จึงสมควรได้รับชัยชนะจากเกมนี้ เพราะเป็นฝ่ายโชว์ฟอร์มได้เหนือกว่า
 
                      “มีอยู่ 2 เรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกพอใจมาก คือเรายังคงเล่นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม และเรามีแนวรับที่ดีมาก เพราะเราชนะ 3-0 ได้ถึง 2 เกมติดต่อกัน ตอนนี้เราเหนือกว่าเชลซีไปแล้ว” เปเยกรินี กล่าว
 
                      ด้าน ชูเซ มูรินโญ กุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นเพราะมั่นใจว่าทีมของเขาเป็นฝ่ายเล่นได้ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง พร้อมกับเปิดเผยสาเหตุที่ตัดสินใจเปลี่ยนตัว จอห์น เทอร์รี ออกจากสนามหลังพักครึ่งแรกไม่ได้เป็นเพราะว่ามีอาการบาดเจ็บ แต่เป็นเหตุผลในเรื่องของแท็กติกเพื่อส่ง เคิร์ท ซูมา ที่มีความเร็วมากกว่าลงไปเล่นแทน
 
                      “ผู้ชนะในเกมนี้คือทีมที่เล่นดีในช่วงครึ่งแรก แต่ทีมที่เล่นได้ดีในครึ่งหลังกลับกลายเป็นเชลซีไปแบบไร้ข้อสงสัย เพราะฉะนั้นสกอร์ 3-0 จึงเป็นเหมือนกับภาพลวงตา ส่วน เทอร์รี ไม่ได้มีปัญหาบาดเจ็บแต่เป็นเพราะเรื่องแท็กติกของผม จึงทำให้เขาต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม เพราะผมรู้ดีว่า ซูมา เป็นกองหลังที่มีความเร็ว” มูรินโญ กล่าว
 
 
 
 
 
---------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)