ข่าว

‘หม่อมอุ๋ย’ยิ้มแก้มปริกับกระแสปรับครม.

‘หม่อมอุ๋ย’ยิ้มแก้มปริกับกระแสปรับครม.

17 ส.ค. 2558

‘หม่อมอุ๋ย’ยิ้มแก้มปริกับกระแสปรับครม. ติงมุมมองเศรษฐกิจขอยอมรับความจริง-งดฝันกลางวัน ‘อำพน’ปัดตอบความคืบหน้า

             17ส.ค.2558  ที่ทำเนียบรัฐบาล หม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงกระแสข่าวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนจะเริ่มวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 18 ส.ค. ถึงการปรับ ครม.ว่า  ตนไม่รู้เรื่องต้องถามนายกรัฐมนตรี  แล้วตนก็ไม่ได้รับสัญญาณอะไร  สำหรับกระแสข่าวใบลาออกอยู่ที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตนก็ไม่เคยรู้เรื่องเลย ของพวกนี้ไม่สนใจ  ทำแต่งานน่ะ  อันนี้ถามผิดคน  ตนยังไม่ได้รับสัญญาณ  อันนี้คุณถามผิดคน ต้องถามคนที่จะตัดสินใจ คนอื่นเขาไม่ได้ตัดสินใจ

             เมื่อถามว่า พร้อมจะน้อมรับการตัดสินใจหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า “เอ๊า แล้วจะให้ทำยังไง ถามยังถามไม่เป็นเลยเธอ"

             เมื่อถามว่า พอใจผลงานอะไรมากที่สุด  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า อุ๊ย..มาถามอะไรตอนนี้ ผลงานยังมีอีก สำหรับผลงานที่พอใจ ตนจะดูเรื่องระยะยาวเป็นหลัก เพราะเรื่องระยะสั้น ทุกคนก็คิดออกแล้วทำแค่ไหนก็แค่นั้น ส่วนระยะยาวที่ดีใจ และมีส่วนคือบีโอไอปรับลิสอุตสาหกรรมใหม่ เป็นการบอกว่า อีก 2 ปีข้างหน้าประเทศจะมีสินค้าตัวใหม่มาแข่งขัน ที่ดีใจคือทีมบีโอไอที่เขาศึกษาเรื่องนี้และคุยกับนักลงทุนซึ่งอีก 2 ปีข้างหน้าเห็นแน่ อีกเรื่องที่จะออกมาคือเรื่องยางที่จีนเขาดีกับเรา เขาสั่งมา 2 โรงแล้ว ถ้าถึง 10 โรงจะทำให้ราคายางในประเทศสูงขึ้นแน่นอน งานที่ 3 ที่ดีใจคือแร่โปแตส ซึ่ง 30 ปีมาแล้ว เพราะเรามีโปแตสที่เป็นทรัพย์สมบัติใต้ดินมากมาย ฉะนั้นการที่เราเอาของใต้ดินมาใช้ประโยชน์ได้เป็นการนำทรัพย์สมบัติที่ทำให้คนมีงานมีอาชีพมากขึ้น และโปแตสไม่มีอันตรายกับสุขภาพ ซึ่งเราจะทำนิคมอุตสาหกรรมแม่ปุ๋ย เราจะเป็นแหล่งผลิตแม่ปุ๋ยที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกอันที่ดีใจคือการทำให้ประเทศไทย เป็นฐานการค้าในภูมิภาคถ้ากฎหมายภาษีไม่ช่วยก็เป็นไม่ได้ แต่นี่ฐานภาษีออกมาหมดแล้ว

             เมื่อถามว่า เรื่องการค้าเป็นอย่างไร เพราะรู้สึกกระทรวงพาณิชย์อืดเหลือเกิน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การค้าอยู่ในมือเอกชนส่วนใหญ่ ซึ่งตนอยู่ในโลกการค้ามาเห็นกระทรวงพาณิชย์นำร่องได้ผล เมื่อปี ค.ศ.2000 หลังจากนั้นเอกชนเขาทำเองหมด เพราะมือเท้าเยอะ จึงอย่าไปโทษกระทรวงพาณิชย์ ขายได้มากได้น้อยก็เอกชนต้องถืออย่างนั้น เพราะเรื่องค้าขายเลยมือกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว

             เมื่อถามว่า มีความห่วงใยต่อภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องเข้าใจภาพจริงของโลกเป็นอย่างไรทั้งการส่งออกและนำเข้า เราอยู่กับความจริงให้ได้ แน่นอนเราพยายามผลักดันพยายามดูแลแต่ตัวที่จะผลักดันและได้ประโยชน์ ก็คือว่า การลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายภาครัฐ และการลงทุนเอกชนก็ยังพอผลักดันได้เพราะการอนุมัติลงใหม่เกิดขึ้นทุกเดือน

             “ผมว่า ยังไปได้ ในขณะที่ขาลงของเรายังโตได้ 3.8% ถามว่า อยากโตกว่านี้ไหม แต่ต้องยืนให้อยู่ในข้อเท็จจริง อย่าไปฝันกลางวัน เรื่องยางพอใจ 60 ก็อยู่ที่ 60 อย่าไปฝันตัวเลขอื่นเข้ามาอีก พอฝันแล้วก็ตีตัวเอง แล้วขบวนการแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจแถลงให้เห็นภาพจริง พอเห็นภาพจริงคนก็จะมีความเชื่อมั่น อย่าไปแถลงว่า ประเทศไทยร้ายตลอด ถ้าร้ายตลอดจะบวก 2.8 ได้อย่างไร ถ้าถนัดแถลงแต่ข่าวของไม่ดีขวัญเขาจะเสีย แต่ไม่ได้ให้แถลงแต่ข่าวดี เราให้ทั้งสองข่าวขวัญคนก็จะอยู่กับร่องกับรอยได้ ถ้าขาลงแล้วเรายังพูดซ้ำตัวเองมันก็จะลงไปอีก” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

             อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้แซวรองนายกฯว่า ท่านรองแถลงแบบนี้ถือว่า สอบผ่านแล้วปรับ ครม. ยังไงก็ยังอยู่  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวอุทานว่า “อุ๊ย....คุณเป็นคนตัดสินใจรึไง” และจากนั้นรองนายกฯก็ยิ้มแก้มปริและจบการให้สัมภาษณ์ทันที

             ขณะที่นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลความคืบหน้าในการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยผู้สื่อข่าวถามสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งรายชื่อครม.ใหม่มาให้ดำเนินตามขั้นตอนเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯหรือยัง โดยเลขาครม.กล่าวตัดบทว่า “ตอนนี้ผมขออ่านวาระครม.ก่อน”