ข่าว

'ชูวิทย์'ลุ้นฎีกา'อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด'

'ชูวิทย์'ลุ้นฎีกา'อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด'

17 ส.ค. 2558

'ชูวิทย์' เผย ฟังคำพิพากษามาแล้วแทบทุกศาล ทุกครั้งเป็นจำเลย ชี้ศาลไทยเมตตาสูง เคยได้รับความปรานี 'รอการกำหนดโทษ' ลุ้นคำพิพากษาฎีกา 'อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด'

 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 19.23 น. วันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา  นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความ ภาพบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ชูวิทย์ I'm No.5 ระบุ 'อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด'
 
 
                      " ผมเคยไปฟังคำพิพากษามาแล้วแทบทุกศาล เริ่มตั้งแต่ศาลแพ่ง ศาลอาญา (ทั้งศาลอาญาเดิมที่สนามหลวง ศาลอาญารัชดา และศาลอาญากรุงเทพใต้) ศาลปกครอง ศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัว จนถึงศาลรัฐธรรมนูญ ทุกครั้งผมเป็นจำเลย ไม่เคยเป็นโจทก์แม้แต่ครั้งเดียว
 
                      บางคดีก็ชนะ บางคดีก็แพ้ มีทั้งโทษเบา อย่างรอการกำหนดโทษ รอลงอาญา ไปจนถึงโทษหนัก 20 ปี เป็นวิถีทางต่อสู้ทางกฎหมายที่อารยะประเทศใช้กัน
 
                      บางคดีอย่างคดีหมิ่นประมาท ทนายของผมไม่มา (ไม่รู้ไปไหน) ผมนั่งรออยู่ในห้องพิจารณาคดีจนต้องขออนุญาตท่านผู้พิพากษาซักค้านด้วยตัวเอง คดีนั้นผมชนะ (คดีที่ผมไปบุกบ่อนกิ่งเพชร และตำรวจมาไล่ผมกลับบ้าน แล้วยังมาฟ้องหมิ่นประมาทผมเสียด้วย ซวยจริงๆ)
 
                      กระบวนการยุติธรรมของศาลไทยมีความเมตตาสูง สำหรับผู้ที่ยอมรับ ทำให้เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการพิจารณา ยังได้รับความปรานีลดโทษ หรือรอลงอาญาแล้วแต่กรณี
 
                      หลายปีก่อนผมเคยนำข้าวมันไก่ และโอเลี้ยงไปฝากให้ กกต.ที่อยู่ในเรือนจำใต้ถุนศาลอาญารัชดา ผมถูกศาลเรียกตัว เพราะ 'ประพฤติตัวไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล' เมื่อขึ้นศาล ผมยอมรับว่าทำตัวไม่ถูกต้อง ศาลได้เมตตาลงโทษผมเป็นการ 'รอการกำหนดโทษ' กลายเป็นกรณีศึกษาของนักศึกษาทางกฎหมาย เพราะไม่ค่อยมีผู้คนได้ยิน
 
                      การรอการกำหนดโทษ คือ ยังไม่มีโทษ หากทำซ้ำอีกจะถูกกำหนดโทษ ไม่ใช่การรอลงอาญา
 
                      จนถึงวันนี้ ผมยังรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกาที่อยู่ในซองรอเวลาเปิดอ่าน
 
                      อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด "
 
 
 
'ชูวิทย์'ลุ้นฎีกา'อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด'