
ปูโพสต์เฟซบุ๊กรธน.ต้องเป็นประชาธิปไตย
ปูโพสต์เฟซบุ๊กรธน.ต้องเป็นประชาธิปไตย โอ๊คชี้สองมาตรฐานยังอยู่ปรองดองไม่ได้
17ส.ค.2558 เมื่อเวลา 11.00 น . น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสข้องความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัว " Yingluck Shinawatra" ว่า ขอใช้สิทธิในการเสนอความเห็น เรื่องรัฐธรรมนูญบ้างนะคะ เพราะเป็นช่วงที่ สปช.รัฐบาล และ คสช.จะตัดสินใจ และหลายฝ่ายได้แสดงความห่วงใยและกังวลใจ หวังว่าข้อคิดเห็นที่เสนอจะมีส่วนช่วยให้ประเทศ มีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางมากขึ้น
1) รัฐธรรมนูญต้องเป็นประชาธิปไตย.....ซึ่งหลายท่าน อาจจะเห็นว่าดิฉันเคยพูดคำนี้มาหลายครั้งแต่เชื่อว่า เราอาจมีความเห็นแตกต่างกัน ในสาระสำคัญ คือ “รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยต้องยึดโยงกับประชาชน”..กล่าวคือต้องเปิดกระบวนการให้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้มีส่วนสำคัญ ในการออกเสียงและตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงเลือกตัวแทนที่ว่าคัดสรรมาแล้ว จากคณะบุคคลก็ถือไม่ได้ว่า เกิดจากวิถีประชาธิปไตยที่แท้จริง
2) ถ้ารัฐธรรมนูญมีเนื้อหาสาระที่รับใช้และยึดโยงกับประชาชน ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีคณะยุทธศาสตร์ฯเพื่อมีอำนาจเหนือรัฐบาลและเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อตัดสินใจแทนแม้ในยามวิกฤติ
สิ่งที่ดีที่สุดในระบอบประชาธิปไตยที่อารยะประเทศทั่วโลกล้วนยอมรับ คือความเชื่อมั่นในประชาชนและใช้การคืนอำนาจการตัดสินใจกลับไปให้ประชาชนเป็นทางออกของประเทศ
ดังนั้นภาระของผู้มีอำนาจ จึงควรเร่งผลักดันการสร้างกติกาที่ยุติธรรม ป้องกันการทุจริตและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้สภาวะปกติ กลับคืนสู่สังคมไทยโดยเร็ว ให้ประชาชนได้ใช้สิทธิของเขา เลือกตัวแทนและนโยบายตามเจตจำนงตนให้กลับมาแก้ปัญหา ตามที่เขาต้องการ
การคืนสิทธิในการตัดสินใจ คือศักดิ์ศรีของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย
3) ความสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง คือความปรารถนาร่วมกันของคนทั้งประเทศ
“บ้านเมืองจะสงบสุข จำเป็นต้องมีกติกาที่เป็นธรรม”..สังคมไทยเรามีบทเรียนในอดีตหลายครั้ง จากความขัดแย้งในกรอบกติกาที่ไม่เป็นธรรม และปัญหาที่ไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
ดังนั้น รัฐธรรมนูญจึงต้องสร้างโอกาสในการเข้าถึงความเท่าเทียมและกำหนดบทบาทของรัฐ ในการอำนวยความยุติธรรมทุกด้าน ให้เกิดขึ้นกับทุกคนเพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งความสุขและความปรองดองภายในสังคม
4) ประเทศเราได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายมามากพอแล้ว จึงขอให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดลำดับความสำคัญ เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น ให้ความเสมอภาค ความยุติธรรมอย่างทั่วถึง ผลักดันให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ดังนั้นการที่เรายิ่งยืดเวลาให้ทอดยาวออกไป ไม่น่าจะเป็นผลดีนัก โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ปัญหาในขณะนี้ รังแต่จะสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนซ้ำเติมยิ่งขึ้นค่ะ
ด้วยความห่วงใยอย่างที่สุดค่ะ
โอ๊คชี้สองมาตรฐานยังอยู่ปรองดองไม่ได้
ขณะเดียวกันช่วงดึกของวันที่ 16 ส.ค. เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายพานทองเเท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ความว่า “จะถอดยศ ถอดกางเกงอะไร ก็ทำไปเถอะตามสบาย” เป็นพาดหัวของสื่อออนไลน์หลายสำนัก ในวันนี้ครับ..!!
การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ถึงแม้คุณพ่อผมจะไม่ให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้เลย เพราะมองว่ายศฐาบรรดาศักดิ์เป็นของนอกกาย และคนเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 2สมัย คงไม่มีใครมานั่งอาลัยอาวรณ์กับยศของทางราชการ ที่ติดตัวมาในอดีต ตั้งแต่ 30ปีที่แล้ว
แต่....สิ่งที่น่าสงสัยก็คือ เจ้าตัวที่จะโดนถอดยังไม่สนใจเลย แต่ทำไมรัฐบาลนี้จึงให้ความสำคัญกับการถอดยศของอดีตนายกฯ มากกว่าปัญหาปากท้องของประชาชนยิ่งนัก
ให้ความสำคัญถึงขั้นที่ นายกฯต้องมอบให้รัฐมนตรียุติธรรม เป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง และสรุปผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการได้ ภายในการประชุมแค่ครั้งเดียว..!!
และรัฐบาลนี้จะให้ความสำคัญ กับเรื่องความผิดในลักษณะเดียวกัน ของอดีตนายกฯ ที่ถูกมองว่าเป็นทหารเหมือนกัน หรือของอดีตนายกฯที่สนับสนุนพรรคพวกตน ให้ออกมาเป่านกหวีดป่วนเมือง จนผู้นำรัฐบาลนี้ สามารถใช้เป็นเหตุในการปฏิวัติ ยึดอำนาจการปกครอง ไปเป็นของตนเอง ด้วยมาตรฐานเดียวกัน..หรือไม่..??
เช่นในวันนี้ ถ้าเกิดมีคนสงสัยแล้วถามว่า เรื่องร้อยตรีอภิสิทธิ์ฯ อดีตนายกฯที่ถูกกล่าวหาว่าหนีทหาร และถูกล่าวหาว่าใช้เอกสารเท็จ เข้ารับราชการทหาร จนโดนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องถอดยศจนเสร็จสิ้น ท่านจะมอบให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เรียกประชุมเพื่อเร่งรัดกระบวนการ แบบที่ทำนี้บ้างหรือไม่..??
และอีกกรณีหนึ่ง ในเมื่อการจะถอดยศครั้งนี้ เกี่ยวเนื่องกับกรณีที่ดินรัชดา ที่คุณพ่อผมผิดฐานเซ็นชื่อ ยินยอมให้ภรรยาไปประมูลที่ดิน แต่กลับต้องติดคุก 2ปี จึงเป็นเหตุให้ต้องดำเนินการถอดยศ
ถ้ามีคนถามต่อถึง กรณีที่มีการเปรียบเทียบกันมาโดยตลอดว่า การบุกรุกเขายายเที่ยงของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯอีกคนหนึ่ง ที่น่าจะสร้างความเสียหายมากกว่าการไปประมูลซื้อที่ดินรัชดา ซึ่งเป็นการขาดทอดตลาดอย่างถูกกฏหมาย เนื่องจากการบุกรุกป่าสงวน-ต้นน้ำลำธารนั้น จะส่งผลต่อลมฟ้าอากาศทำให้ น้ำท่วม-น้ำแล้ง ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติมากกว่ากันหลายเท่า
ในเมื่อได้ข้อสรุปว่า การสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ บนป่าสงวนแห่งชาติ (ลุ่มน้ำชั้น1A ป่าต้นน้ำลำธาร ที่ต้องอนุรักษ์ขั้นสูงสุด) ของ พล.อ.สุรยุทธฯ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย จนกรมป่าไม้ มีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกให้หมด ท่านจะมอบให้
รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รีบดำเนินการเรียกประชุมด่วน เพื่อพิจารณาถอดยศ แบบที่ทำกับคุณพ่อผมบ้างหรือไม่..??
อดีตนายกฯฝั่งหนึ่ง โดนพิจารณาเอาผิด สอยลงจากตำแหน่ง มาแล้วถึง 4 คน ข้อหาหน่อมแน้มถึงขั้น ทำกับข้าวออกทีวีก็ถูกปลดจากนายก ขณะที่นายกฯอีกฝั่ง ทำอะไรก็ไม่มีความผิด แบบนี้การปรองดองของคนในชาติ จะสำเร็จได้อย่างไร..??
“การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ความยุติธรรมจะต้องมาก่อน” เป็นสัจธรรมซึ่งผมได้พูดอยู่เสมอมา ซึ่งก็หมายความว่า การกระทำประเภท 2มาตรฐาน ไม่ควรจะมีหลงเหลืออยู่ในสังคมไทย
รัฐบาลนี้จะจริงใจ ในการแก้ปัญหาหมักหมมของประเทศชาติ จะสร้างความปรองดองได้สำเร็จจริงหรือไม่ พิสูจน์แค่เรื่อง 2มาตรฐานก็พอครับ



