ข่าว

ผบช.น.ขอตัวจ.ส.อ.ปัญญาสอบคดีสนธิ

ผบช.น.ขอตัวจ.ส.อ.ปัญญาสอบคดีสนธิ

21 ก.ค. 2552

กองทัพบกได้รับหนังสือของ ผบช.น. เพื่อขอตัว “จ.ส.อ.ปัญญา” ไปดำเนินคดีลอบยิง"สนธิ"แล้ว แต่ไม่ปรากฎชื่อ “พ.อ.สุนัย” ตามข่าว “อนุพงษ์” ยันไม่ปกป้องใครผิดต้องถูกลงโทษ DSIรับส.ต.ท.วรวุฒิใช้รถดีเอสไอนัดให้ข้อมูลตร.22ก.ค.นี้

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม หลังมีกระแสข่าวว่า จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับหนีไปเกาะกง ประเทศกัมพูชา แล้ว พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ฝ่ายสืบสวน ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวทันที

 "จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าจ่าปัญญาหลบหนีไปอยู่ที่เกาะกง และยังเชื่อว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ส่วนกระแสข่าวดังกล่าวน่าจะมีการปล่อยออกมาเพื่อลวงให้พนักงานสอบสวนสับสน แต่ทางการข่าวเชื่อว่ายังไม่ได้หนีไปไหนไกล และเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามตัวอยู่ตลอด" พล.ต.ต.สุเมธ กล่าว

 ส่วนการเรียกพันเอกส.มาสอบปากคำนั้น พล.ต.ต.สุเมธกล่าวว่า ยังไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้

 ด้าน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) กล่าวว่า ความจริงไม่ได้เป็นหนึ่งในทีมพนักงานสอบสวนคดีลอบสังหารนายสนธิ แต่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. ที่ดูแลการทำงานในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อพล.ต.อ.ธานีสั่งการอะไรเกี่ยวกับคดีนี้ลงมา ก็มีหน้าที่ปฏิบัติตาม

 "เมื่อมีการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว ก็เชื่อว่าเป็นตัวจริง ต้องมีหน้าที่ติดตามจับกุมไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีการติดต่อเข้ามอบตัวจากผู้ต้องหาทั้งสองรายหรือไม่ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายกบดานอยู่ที่จ.อุดรธานีนั้น แนวทางการสืบสวนเชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในภาคใต้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้ไปสอบถามพนักงานสอบสวน เพราะตอนประชุมออกหมายจับนั้นก็ไม่ทราบรายละเอียด ไม่ทราบว่ามีหลักฐานอะไร ทราบจากสื่อเท่านั้น แต่ก็เชื่อในการทำงานของทีมพนักงานสอบสวน และผู้ต้องหามีอีกหลายคน" พล.ต.ท.อัศวิน กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลักฐานชัดเจนเพียงไรว่า จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา และ ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ เกี่ยวข้องในการวางแผนลอบสังหารนายสนธิ พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มแรกที่เกิดเหตุ ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นคนร้ายบ้าง เรื่องนี้ต้องตอบสังคมให้ได้ภายใน 5-10 วันว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอะไร และมีความชัดเจนเพียงใดจึงออกหมายจับ ส่วนที่มีข่าวว่า "พันเอกส." เป็นผู้บงการสังหารนั้น ไม่ทราบ แต่คนบงการต้องเป็นคนที่ไม่พอใจนายสนธิ

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เชื่อว่าเป็นการลงขันกันหรือไม่ พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า หลักฐานยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการลงขัน ในเรื่องของความคืบหน้าของคดีต้องสอบถาม พล.ต.อ.ธานี จึงจะได้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน
 ส่วนเรื่องที่มีการระบุถึงตำรวจที่เป็นไส้ศึกในคดีนี้จนทำให้การสืบสวนต้องหยุดไป พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ไม่ได้หยุด เรื่องไส้ศึกก็ไม่ทราบ รู้แค่ไหนก็พูดไปแค่นั้น ที่ผ่านมาพล.ต.อ.ธานีก็ไว้ใจ เพราะการที่ออกหมายจับได้ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการทำงานในชุดของตน

 กรณีที่ว่าเป็นผู้คอยรายงานเรื่องคดีให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. รับทราบทุกระยะนั้น พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ปกติเมื่อมีความคืบหน้าของคดีก็จะบอกพล.ต.อ.ธานีก่อนอยู่แล้ว และพล.ต.อ.ธานีจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะต้องรายงานใครบ้าง แต่เมื่อผบ.ตร.สอบถามก็มีการตอบไปบ้าง เป็นการพูดคุยกันแบบไม่เจาะลึก ยืนยันว่าไม่มีการสั่งเบรกคดีจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง และผบ.ตร.ก็บอกให้ดูแลคดีนี้ให้เต็มที่ อย่าให้พลาด ต้องชัดเจน

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ย้ายพ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.6 บก.รน. หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดียิงนายสนธิกลับต้นสังกัด ทั้งที่พ.ต.อ.วิวัฒน์ มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการแกะรอยโทรศัพท์ พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า พ.ต.อ.วิวัฒน์ก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมสืบสวน แต่เมื่อถูกย้ายกลับต้นสังกัด ก็มีคนอื่นทำงานได้ อย่างทีมของตนก็มี พล.ต.ต.วีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์ รองผบก.จตร. หรือพ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบก.จร. ก็ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว และรายงานให้พล.ต.อ.ธานีทราบตลอด

 ด้าน พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับเพิ่ม เพราะพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ส่วนการตามจับผู้ต้องหาสองคนก็ยังไม่มีความคืบหน้า คดีนี้มีคนลงมือหลายคนแต่ยังนับไม่ถูก คนยิงก็มีรถสองคันแล้ว และยังมีที่อื่นอีก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ เหมือนรู้ตัวคนบงการแล้ว พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า ที่นายกฯ พูดก็เป็นไปตามที่นายกฯ พูด เรื่องคนบงการ ในการสืบสวนก็เป็นเรื่องการสืบสวน ส่วนการดำเนินคดีเพี่อหาพยานหลักฐานจะจับคนร้ายก็ต้องแยกออกจากกัน ซึ่งตอนนี้ในการสืบสวนก็ยังไม่ระบุว่าใครเป็นคนบงการ

 ส่วนที่โพลล์สำรวจความคิดเห็นประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าผู้ต้องหาสองคนที่ถูกออกหมายจับเป็นตัวจริง พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่าประชาชนไม่เห็นพยานหลักฐาน เป็นเรื่องความรู้สึกของเขา จะเอาที่ประชาชนเชื่อมั่นไม่ได้ ต้องทำตามพยานหลักฐาน จะนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาแฉให้ประชาชนดูก็คงทำไม่ได้ ยืนยันไม่มีความขัดแย้งกับใคร ไม่ได้ขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาและยังไม่มีการปรับทีมทำงาน ใครอยากทำก็ทำ ใครไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้พล.ต.ท.อัศวิน ช่วยทำอะไรบ้าง พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า ไม่รู้ ไปถามพล.ต.ท.อัศวินเอง ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พล.ต.ท.อัศวินพูดเหมือนน้อยใจว่าไม่ได้มอบหมายงานให้ พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า "อัศวินพูดแบบนั้นจริงหรือ"
 สำหรับเรื่องที่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ถูกย้ายกลับต้นสังกัดนั้น รองผบ.ตร.กล่าวว่า ขาดคนคนเดียวไม่ใช่ออกหมายจับไม่ได้ งานนี้ไม่ใช่ทำงานคนเดียว ต้องช่วยกันทำ ทำงานกันเป็นทีม

 พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงกรณีมีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีลอบสังหารนายสนธิว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพูดไปแล้ว คงเป็นไปตามที่นายกฯ พูด คือพยายามให้ความยุติธรรมตามหลักกฎหมาย หากมีใครในกองทัพถูกสงสัย หรือมีทหารเรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนจะให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะต้องรักษากฎหมาย หลักปฏิบัติประจำของทหาร เราได้กำชับกำลังพลว่า ไม่ให้ทำอะไรนอกลู่นอกทาง ทหารมีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ และรักษาอธิปไตยของประเทศชาติ ไม่ใช่มือปืนรับจ้าง  

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงเรื่องที่นายกฯ ระบุว่า พล.ต.อ.ธานีรู้ตัวผู้บงการแล้วว่า นายกฯ กับพล.ต.อ.ธานีคุยกัน และออกมาพูดแล้ว เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ธานีเคยรายงานเรื่องนี้ให้ทราบหรือไม่ นายสุเทพปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

 เมื่อถามว่าหากมีการขอตัว พ.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในกองทัพหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ว่าไปตามพยานหลักฐาน ต่อข้อถามว่าเบื้องต้นมีความชัดเจนหรือไม่ว่าเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับ พ.อสุนัย นายสุเทพกล่าวย้ำว่า ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทำหนังสือด่วนถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อประสานขอความร่วมมือในการขอตัว จ.ส.อ.ปัญญา ไปดำเนินคดี 

 แหล่งข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยว่า หลังรับทราบหนังสือดังกล่าว พล.อ.อนุพงษ์ ได้ประสานไปยัง พล.ท.ภุชงค์ รัตนวรรณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ให้เร่งหาตัว จ.ส.อ.ปัญญา เพื่อส่งมอบให้ตำรวจโดยเร็ว 

 อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่าหนังสือด่วนที่ตำรวจนครบาลทำมาถึง พล.อ.อนุพงษ์ มีการขอตัว จ.ส.อ.ปัญญา เพียงคนเดียว ไม่ปรากฏชื่อของ พ.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่มีข่าวว่าจะถูกตำรวจเชิญตัวไปให้ปากคำแต่อย่างใด

 พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอได้รับหนังสือจากหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดียิงนายสนธิ เพื่อขออนุญาตสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีรถยนต์ ทะเบียน สษ 1785 กรุงเทพมหานคร โดย พ.ต.อ.ทวี ได้มอบหมายให้ตนตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ารถยนต์ทะเบียนดังกล่าวเป็นรถยนต์ซึ่งใช้ปฏิบัติราชการในดีเอสไอจริง แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด และจะรายงานให้ทราบภายในวันที่ 22 กรกฎาคม จากนั้นจะส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวนต่อไป

 พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า หนังสือที่ได้รับจากพนักงานสอบสวนระบุเพียงว่าจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่ารถยนต์คันหมายเลขทะเบียนข้างต้นเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดียิงนายสนธิ แต่ไม่ปรากฏรายละเอียดว่ากระทำความผิดอย่างไร เมื่อใดและที่ใด และขออนุญาตสอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยนต์คันดังกล่าว ดังนั้นภายในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะนัดหมายไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อให้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เกี่ยวข้อง

 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน พ.ต.อ.ทวี และ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองอธิบดีดีเอสไอ เพราะยังไม่มีหลักฐานว่าบุคคลทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของ ส.ต.ท.วรวุฒิ แต่ในเบื้องต้นได้ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดมาก่อน