ข่าว

จ.ม.ข่าวฉบับพิเศษปก‘ทรงปั่น’รบ.แจกเป็นที่ระลึก

จ.ม.ข่าวฉบับพิเศษปก‘ทรงปั่น’รบ.แจกเป็นที่ระลึก

16 ส.ค. 2558

รัฐบาลแจก จ.ม.ข่าวฉบับพิเศษกิจกรรม ‘ปั่นเพื่อแม่’ เชิญพระฉายาลักษณ์ ‘พระบรมฯ’ ทรงจักรยานเป็นภาพปก แจกทั่ว กทม. ส่วนตจว.รับได้ตั้งแต่ 17 ส.ค.เป็นต้นไป

              เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ รัฐบาลจะนำหนังสือพิมพ์จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน ซึ่งถือเป็นฉบับพิเศษ โดยเชิญพระฉายาลักษณ์พระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจักรยาน ขึ้นเป็นภาพหน้าปก จำนวน 1 หมื่นฉบับ มอบให้ประชาชนที่ร่วมเฝ้ารับเสด็จและชื่นชมพระบารมีตลอดเส้นทางทรงปั่นในกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่”

              พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า บริเวณที่จะมีการมอบจดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชนให้ผู้มารับเสด็จ ประกอบด้วยจุดใหญ่ ได้แก่ ลานพระบรมรูปทรงม้าถึงหน้าวัดเบญจมบพิตร แยกพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน และบริเวณสนามเสือป่า ที่จะมีการจัดคอนเสิร์ตในช่วงเย็น สำหรับประชาชนในต่างจังหวัดขอรับจดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชนฉบับดังกล่าวได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดทุกจังหวัดได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมเป็นต้นไป

              ทั้งนี้จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชนเป็นสิ่งพิมพ์ ซึ่งดำเนินการตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบโดยกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเสนอข่าวสาร ผลการทำงานของรัฐบาล และนโยบาย รวมทั้งบริการของรัฐที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ โดยกระจายไว้ตามจุดที่ประชาชนจะสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก อาทิ ศาลากลางจังหวัด โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ห้องสมุด มหาวิทยาลัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น

              “รัฐบาลเชื่อว่าประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการมีส่วนร่วมและแสดงความจงรักภักดี แต่อาจไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทันจดหมายข่าวรัฐบาลฉบับนี้จึงเสมือนเป็นสิ่งที่จะมอบให้ประชาชน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมประวัติศาสตร์ครั้งนี้” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

              ส่วนบรรยากาศการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หรือ “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ล่าสุดได้จัดเตรียมสถานที่ต่างๆ ไว้รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงแล้ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารได้จัดเตรียมเต็นท์และสถานที่ รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้งานมีความพร้อมมากที่สุด

              พ.อ.สุชาติ พรมใหม่ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กล่าวว่า การจัดเตรียมถือว่ามีความพร้อมแล้ว ทั้งสถานที่เฝ้ารับเสด็จ รวมถึงสถานที่รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ได้ตั้งกองอำนวยการร่วมในการดูแลรักษาความปลอดภัย

              ด้าน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า สำนักงานเขตทั้ง 6 แห่ง ที่อยู่ในเส้นทางจักรยาน พร้อมสำนักสิ่งแวดล้อมได้นำดอกไม้ไปตกแต่งในเส้นทางจักรยานให้สวยงาม ด้านความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เทศกิจยืนประจำตลอดเส้นทางจุดละ 20 เมตร เพื่อดูแลประชาชนที่รอรับเสด็จตลอดเส้นทาง

              ส่วนเรื่องการช่วยเหลือกรณีมีอุบัติเหตุฉุกเฉิน กทม.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แบ่งหน้าที่ดูแล 2 ส่วน โดย กทม.จะดูแลพื้นที่ตั้งแต่พระลานพระราชวังดุสิตถึงแยกเสาวนีย์ จำนวน 40 จุด ส่วนตั้งแต่แยกเสาวนีย์ถึงกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กระทรวงสาธารณสุขจะทำหน้าที่ดูแล ซึ่งตลอดเส้นทางจะมีหน่วยแพทย์เตรียมความพร้อมในจุดต่างๆ อาทิ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต กองทัพภาคที่ 1 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หากประชาชนที่ปั่นจักรยานรู้สึกเหนื่อยหรืออยากพักก็สามารถแวะตามจุดต่างๆ ที่เตรียมพร้อมไว้ได้ ขณะเดียวกันจะมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ปั่นจักรยานไปพร้อมกับขบวนเอ ขบวนบี และขบวนซี เพื่อดูแลประชาชนที่ร่วมขบวนปั่นกว่า 4 หมื่นคันไปด้วย

              อย่างไรก็ตาม วันที่ 16 สิงหาคม คาดว่าจะมีนักปั่นจักรยานมาร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมบริเวณด้านหลังขบวนซี นอกเหนือจากกลุ่มนักปั่นที่มาลงทะเบียนไว้ ซึ่ง กทม.ไม่สามารถคาดการณ์จำนวนได้ แต่ขอให้กลุ่มนักปั่นที่ไม่ได้ลงทะเบียนห้ามขี่จักรยานแทรกมาในกลุ่มขบวนซี เพื่อความปลอดภัยของขบวนทั้งหมด ทั้งนี้ได้ตั้งศูนย์กองอำนวยการร่วมจำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย กองอำนวยการร่วมที่ 1 บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 กองอำนวยการร่วมที่ 2 บริเวณสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองอำนวยการร่วมที่ 3 บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกองอำนวยการร่วมที่ 4 บริเวณกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งแต่ละจุดจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ หน่วยแพทย์ รวมถึงจุดซ่อมจักรยาน ไว้ดูแลประชาชนตลอดเส้นทางด้วย

              “ขอให้นักปั่นดูแลสุขภาพ เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะการปฏิบัติตามป้ายจราจรตลอดเส้นทาง ขณะที่ประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จได้เตรียมพื้นที่รองรับไว้พร้อมแล้ว” รองปลัด กทม. กล่าว

              เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางเข้าตรวจความเรียบร้อยและการรักษาความปลอดภัยในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา กิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่" โดยจุดแรกเป็นที่ทำการส่วนหน้าสนามเสือป่า พื้นที่เขตรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลดุสิต และเป็นเวทีจัดกิจกรรมในช่วงเย็น

              พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ และกรุงเทพมหานคร ประจำจุดดูแลความเรียบร้อยตลอดทางจำนวน 8,000 นาย และในวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 09.00 น. หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดหรืออีโอดี เข้าเคลียร์พื้นที่

              จากนั้นขบวนรถตรวจเส้นทางของพล.ต.ท.ประวุฒิ ได้ออกมาจากสนามเสือป่า และเข้าตรวจสอบจุดบริการประชาชนหน้าวัดเบญจมบพิตร พร้อมตรวจสอบถึงเรื่องการวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนโดยรอบก่อนเคลื่อนขบวนออกไปตรวจสอบตลอดเส้นทางปั่นจักรยาน

              ที่ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมกลุ่มอาสาสมัครร่มบินในโครงการ สายตรวจร่มบิน ภ.จว.ลพบุรี ร่วมกันทดสอบอุปกรณ์การบินและเตรียมความพร้อมในภารกิจ “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” ที่สนาม ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อให้ทีมร่มบินได้บินถ่ายภาพมุมสูงเป็นการเก็บภาพประวัติศาสตร์ในการปั่นจักรยานเพื่อแม่ของ จ.ลพบุรี ในวันที่ 16 สิงหาคม

              สำหรับหน่วยราชการในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ได้จัดเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวกและเส้นทางปั่นจักรยานตลอดจนความปลอดภัยไว้เรียบร้อย เพื่อรองรับประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย

              ขณะเดียวกัน นายดนัย คมคาย อายุ 40 ปี แกนนำองค์กรมูลนิธิเพื่อสังคมนานาชาติ ชาวกัมพูชา นำนักปั่นและทีมงานรวม 24 ชีวิต ปั่นจักรยานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา ระยะทาง 349 กม. มาตามเส้นทางสาย 48 หาดเล็ก สะแรอัมเปิล–พนมเปญ และมาถึงชายแดนบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม โดยมี นายฐกัดชัย เกียรติอัมพร ผอ.การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด ร.อ.สมบูรณ์ ศิริธร หน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด พ.ท.ไพ สุพอล หน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.เกาะกง ต้อนรับ

              จากนั้นคณะทั้งหมดได้ปั่นจักรยานต่อจากชายแดนบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตามถนนสาย 3 หาดเล็ก-ตราด โดยแวะนมัสการหลวงพ่อแดง ที่ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน เพื่อขอพรและเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์การอพยพหนีภัยสงครามของชาวกัมพูชา โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานความช่วยเหลือด้วยการตั้งศูนย์อพยพชาวกัมพูชาให้เป็นที่พักพิงแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชาที่ลี้ภัยสงคราม ก่อนปั่นจักรยานมาถึงตัวเมืองตราดเป็นระยะทางอีกรวมทั้งสิ้น 89 กม.

              นายดนัย คมคาย ชาวกัมพูชา แกนนำจัดโครงการปั่นเพื่อแม่ร่วมกับชาวไทย เล่าให้ฟังว่า อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามาอาศัยในศูนย์อพยพศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน ตั้งแต่อายุได้เพียง 3 ขวบ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเปิดโรงเรียนชั่วคราวให้ผู้อพยพได้เรียนหนังสือ และตนเรียนหนังสืออยู่ที่ศูนย์แห่งนี้อยู่ 6 ปี ก่อนย้ายไปเรียนที่ จ.ชลบุรี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาอีก 7 ปี จนจบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และพืชสมุนไพร จึงกลับมาทำงานที่กรุงพนมเปญ

              “การมาร่วมปั่นเพื่อแม่ร่วมกับชาวไทยครั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อชาวกัมพูชาที่ลี้ภัยสงครามเมื่อปี 2520 เป็นต้นมา จึงอยากจะแสดงพลังความรักและความจงรักภักดีต่อพระองค์ให้ชาวกัมพูชาและชาวไทยได้รับรู้ ที่พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันใหญ่หลวง ไม่มีวันที่ชาวกัมพูชาที่อพยพลี้ภัยสงครามมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารจะลืมเลือน และจะร่วมปั่นเพื่อแม่จาก จ.ตราด ไปถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 16 สิงหาคม ร่วมกับชาวตราดและชาวไทยต่อไป” นายดนัย กล่าว

              วันเดียวกัน นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ร่วมกับส่วนราชการและชมรมรถจักรยานอำเภอเมืองพิจิตร ที่มีสมาชิกชื่นชอบและนิยมการปั่นจักรยานจำนวนเกือบ 200 คัน นำรถจักรยานมารวมตัวกันที่บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นการซักซ้อมปั่นจักรยานในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “ปั่นเพื่อแม่” เนื่องในโอกาสมหามงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา เพื่อรณรงค์ให้พสกนิกรและประชาชนร่วมออกมาปั่นจักรยานในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม

              ทั้งนี้ขบวนจักรยานปั่นไปตามถนนในเขตเทศบาลเมืองพิจิตรเข้าสู่ชุมชนเลาะริมตลิ่งแม่น้ำน่าน มุ่งหน้าไปยังวัดท่าฬ่อ ต.ท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งกิจกรรมการปั่นจักรยานดังกล่าวนอกจากจะเป็นการฟิตซ้อมร่างกายให้มีความพร้อมก่อนจะถึงวันจัดกิจกรรม “ปั่นเพื่อแม่” ยังรณรงค์ให้ประชาชนออกมาร่วมกิจกรรมด้วย โดยการซักซ้อมรวมระยะทางไปกลับเกือบ 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางใกล้เคียงกับวันกิจกรรม “ปั่นเพื่อแม่” ซึ่งจังหวัดมีความพร้อมครบแล้วทุกด้าน

              ส่วนบรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ ถนนอุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่มีการประดับธงสัญลักษ์ ทำความสะอาดตกแต่งซุ้มประตูอย่างสวยงามสำหรับการจัดงานกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ ขณะที่เทศบาลเมืองกระบี่เร่งนำรถดับเพลิงออกมาฉีดล้างถนนสายกระบี่-เขาทอง ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ที่ออกจากศาลากลางจังหวัดกระบี่ มุ่งหน้าสู่ ต.ไสไทย และ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับปั่นจักรยานในวันที่ 16 สิงหาคม

              ด้านสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เตรียมต้นไม้สำหรับปลูกในกิจกรรมที่บริเวณสนามกีฬาบ้านช่องพลี ต.อ่าวนาง จำนวน 83 ต้น เป็นต้นสัก และต้นตะเคียน เพื่อปลูกในโครงการนี้ด้วย และเร่งทำความสะอาดเก็บขยะเส้นทางปั่นเพื่อแม่

              ขณะเดียวกันคมชัดลึกแฟนเพจขอเชิญชวนพสกนิกรโพสต์ 'ภาพแห่งความทรงจำ หลอมรวมใจปั่นเพื่อแม่'  ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้เพื่อแสดงความจงรักภักดี ได้ที่ https://www.facebook.com/komchadluek.become.a.fan โดยเก็บไว้เป็นที่ระลึกที่สเปเชียลนี้ http://www.komchadluek.net/specialsection.php?sid=93