
กทม.เตรียมเปิดตัวหอศิลป์เฉลิมพระเกียรติในหลวง-ราชินี
กทม.เตรียมเปิดตัวหอศิลป์ อย่างเป็นทางการ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จเปิด 19 ส.ค.นี้ พร้อมจัดแสดง "นิทรรศการบารมีแห่งแผ่นดิน" - "นิทรรศการโขนพรหมาศ" โอกาสเฉลิมพระเกียรติ"ในหลวง-พระราชินี"
ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กทม. เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 20 ก.ค.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหาคร โดยมีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงนิทรรศการโขนพรหมาศ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา 12 ส.ค.2552 พร้อมด้วย ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองประธานคณะกรรมการจัดการแสดงนิทรรศการโขนพรหมาศ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ และกรรมการมูลนิธิหอศิลป์ฯ ร่วมกันแถลงข่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม. ได้ดำเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครขึ้นตามนโยบายด้านสถาปัตยกรรม ผังเมือง และศิลปวัฒนธรรม เพื่อผลักดันให้ กทม. เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของเมือง โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนไทยสนใจและร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม พร้อมทั้งเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะของไทยและสากล และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธ.ค. 2550 โดย กทม.ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้อย่างไม่เป็นทางการมา 1 ปีเต็มแล้ว และขณะนี้พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารหอศิลป์ กทม. และจัดแสดงนิทรรศการ “บารมีแห่งแผ่นดิน” ในวันพุธที่ 19 ส.ค. 2552 ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นสิริมงคลสำหรับ กทม.อย่างยิ่ง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการหอศิลป์ กทม. ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับว่าอาจไม่ได้ใช้พื้นที่หอศิลป์มากเท่าที่ควร แต่ต่อจากนี้ไป กทม.จะจัดกิจกรรมขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เน้นเพียงงานท้องถิ่นแต่จะยกระดับไปสู่นานาชาติ ส่วนเงินทุนในการบริหารจัดการหอศิลป์นั้น ปัจจุบัน กทม.สนับสนุนงบประมาณปีละ 70 ล้านบาท ซึ่งถือว่าพอเพียงสำหรับการดำเนินงาน แต่ในอนาคตคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลป์สามารถระดมทุนและบริหารจัดการหอศิลป์ได้ด้วยตนเอง ขณะที่ กทม.จะเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น โดยตนจะแปรสภาพจากประธานมูลนิธิเป็นประธานที่ปรึกษา ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการปรับโครงสร้างคณะกรรมการที่ปรึกษาและคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลป์ กทม. ได้เตรียมที่จะส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาอนุมัติ คาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในเดือน ก.ย.นี้
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเนื้อหาของการจัดนิทรรศการโขนพรหมาศ ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพัสตราภรณ์และอุปกรณ์ประกอบฉากขึ้นใหม่ เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมตามแบบประเพณีโบราณในรูปแบบที่ถูกต้อง จึงจัดนิทรรศการดังกล่าวขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนด้านการจัดนิทรรศการและการประชาสัมพันธ์จากสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษาได้รับรู้และสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นิทรรศการบารมีแห่งแผ่นดินและนิทรรศการโขนพรหมาศ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม – 11 ตุลาคม 2552 จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการดังกล่าว ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน โดยเปิดให้บริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2214-6630-1 หรือทาง www.bacc.or.th
สำหรับพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แบ่งออกเป็น 9 ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ 1.เป็นพื้นที่ของร้านค้าสำหรับผู้รักงานศิลปะในกลุ่มของละคร ดนตรี และการศึกษา อาทิ ร้านสำนักพิมพ์นานมี บางกอกโอเปร่า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่จะเปิดพื้นที่ในการสาธิตและการแสดงศิลปะร่วมสมัย ชั้นที่ 2.แหล่งรวบรวมผลงานวรรณกรรม จากสำนักพิมพ์เคล็ดไทย มูลนิธิรัชกาลที่ 9 ชมรมหนังสือสัญจร มูลนิธิหนังไทย และภาพยนตร์ต่างๆ จากหอภาพยนตร์ กลุ่มกิจกรรมต่างๆ จาก Art4D หอศิลป์ตาดู และกลุ่มการ์ตูน ชั้นที่ 3.มีทางเดินเชื่อมต่อกับทางยกระดับสถานีรถไฟฟ้า BTS และสนามกีฬาแห่งชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้บริการ โดยเป็นที่ตั้งของร้านค้าตามพระราชดำริ ได้แก่ ร้านจิตรลดา ร้านภูฟ้า ร้านดอยตุง และร้านแม่ฟ้าหลวง รวมทั้งร้านขายอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ “เส้นทางสายพระราชไมตรี” ที่จัดแสดงเรื่องราวการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่ปี 2503 พร้อมด้วยการจัดฉายสารคดีชุด “เส้นทางสายพระราชไมตรี” ในห้องฉายภาพยนตร์อีกด้วย
ชั้นที่ 4.เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ “World Focus & Thai Focus” ซึ่งนำเสนอภาพถ่ายที่หาชมได้ยากจากมุมมองของสื่อทั้งในและต่างประเทศ พร้อมด้วยแกลเลอรี่ต่างๆ ที่ให้ความสนใจมาร่วมจัดแสดงภาพ ชั้นที่ 5.นิทรรศการเพลงกล่อมลูกของแต่ละภาค และนิทรรศการหนังสั้น รวมถึงการแสดงร่วมสมัยจากคณะละครชั้นนำหลากหลาย ที่เสนอแนวคิดต่างๆ ในสาระของความเป็น “แม่” สำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย ชั้นที่ 6.ไม่มีการจัดแสดงผลงาน เนื่องจากใช้เป็นพื้นที่ของสำนักงาน ชั้นที่ 7.จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัย “ความเงียบจากเพลงกล่อม” จาก 3 กวี 7 ศิลปินที่นำเสนอผลงานในนิยามของคำว่า “แม่” ที่ถ่ายทอดผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะการจัดวาง และบทกวีเพื่อถ่ายทอดมิติที่หลากหลายของ “แม่” และ “ผู้หญิง”
ชั้นที่ 8.จัดแสดงนิทรรศการการแสดงโขน ชุด พรหมาศ เต็มรูปแบบ โดยแบ่งตามเนื้อหา เช่น ประวัติความเป็นมาของโขน และนิทรรศการทางดนตรี ฉากจำลองท้องพระโรง ฉากโรงพิธี แบบสร้างฉาก เครื่องสูง พัสตราภรณ์ หุ่นละครตัวเอก ถนิมพิมพาภรณ์ ศิราภรณ์ และหัวโขน พร้อมการสาธิตการทำหัวโขน นิทรรศการภาพถ่าย โรงปั้นช้าง และภาพลายเส้น ห้องฉายภาพยนตร์ รวมถึงร้านขายของที่ระลึก และ ชั้นที่ 9.จัดแสดงนิทรรศการภาพของพ่อ “บารมีแห่งแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในมุมมองของศิลปินหลายรุ่น หลากวิธี โดยแบ่งเป็น 4 โซน ดังนี้ ในหลวงในชีวิตประจำวันของประชาชน ในหลวงในสังคม ในหลวงในภาพจากแหล่งต่างๆ ที่หาชมได้ยาก และเพลงสรรเสริญพระบารมี



