
ทนายยันพริตตี้สาวอยู่เมืองกาญน์-พร้อมให้ปากคำ
14 ส.ค. 2558
"ทนาย"ยัน"พริตตี้สาว"รับหุ้นชูวงษ์ติดต่อได้-รู้สึกไม่ปลอดภัยจึงไปอยู่กับญาติที่เมืองกาญจน์ ระบุ 17 ส.ค.นี้เข้าให้ปากคำกองปราบเพิ่ม
วันที่ 14 สิงหาคม 2558 จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งเป็นชุดคลี่คลายคดีการโอนหุ้นอย่างมีพิรุธของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน โดยเจ้าหน้าที่มีความเป็นห่วงความปลอดภัยของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวคนสนิทของนายชูวงษ์ ที่ได้รับโอนหุ้นมูลค่ากว่า 228 ล้านบาท เนื่องจากขาดการติดต่อของ น.ส.กัญฐณา นานกว่า 1 สัปดาห์
โดยทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำสั่งการให้เร่งติดตามตัวมาโดยเร็วเพื่อความปลอดภัย เพราะเกรงว่าอาจมีการทำลายวัตถุพยาน พยานบุคคล และพยานหลักฐาน จึงมีความเป็นห่วง น.ส.กัญฐณา เป็นอย่างมาก หวั่นจะได้รับอันตรายจากผู้อยู่เบื้องหลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามติดต่อ น.ส.กัญฐณา ทางโทรศัพท์มือถือที่ให้ไว้ และส่งชุดติดตามไปที่บ้าน รวมถึงเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่พบ จึงต้องประสานผ่านทางทนายความของ น.ส.กัญฐณา ให้มาพบตำรวจเพื่อสอบถามประเด็นเพิ่มเติม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายเสกสรร เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา ได้ยืนยันเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า น.ส.กัญฐณา ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้หลบหนี เพียงแต่ย้ายไปพักอาศัยอยู่กับญาติที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งสามารถติดต่อผ่านตนได้ โดยการย้ายไปพักอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดของ น.ส.กัญฐณา ลูกความของตน เนื่องจากมีความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เพราะหลังจากที่เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามในครั้งแรก เมื่อกลับมาบ้านที่ย่านจรัญสนิทวงศ์ก็มีชายฉกรรจ์หลายคน มาป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่ง น.ส.กัญฐณ ก็ไม่รู้ว่าชายเหล่านั้นมาดีหรือมาร้าย เป็นตำรวจหรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะแต่งกายในชุดธรรมดานอกเครื่องแบบ จากนั้น น.ส.กัญฐณา ก็ได้ปรึกษากับตนในความไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องมีกลุ่มชายฉกรรจ์มาวนเวียนอยู่หน้าบ้าน ก่อนตัดสินใจย้ายไปพักอาศัยอยู่กับญาติที่ จ.กาญจนบุรี
นายเสกสรร กล่าวอีกว่า ภายหลัง น.ส.กัญฐณา เข้าให้ปากคำในฐานะพยานในครั้งแรก ก็มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามส่งไปที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์ เพื่อเรียกให้ลูกความของตนเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม แต่หมายเรียกดังกล่าวไม่มีคนเซ็นรับจึงอาจถูกตีกลับ จากนั้นก็มีหมายเรียกออกมาเป็นครั้งที่สอง ส่งมายังสำนักงานทนายความของตน เมื่อตนได้รับก็ติดต่อไปยัง น.ส.กัญฐณา ก่อนจะยืนยันกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 17 สิงหาคมนี้ จะพา น.ส.กัญฐณา เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน
“ผมยืนยันว่าลูกความของผลไม่ได้หนีหายไปไหน ยังติดต่อได้ปกติ ซึ่งตำรวจก็ติดต่อทางผมได้ ที่น้องเขาย้ายไปพักอาศัยอยู่กับญาติที่เมืองกาญจน์ ก็เพราะตัวน้องเขารู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีชายหลายคนมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านพักเขาที่จรัญฯ ตั้งแต่หลังจากเข้าให้ปากคำกับตำรวจกองปราบครั้งแรก มาป้วนเปี้ยนแทบทุกวัน และไม่รู้ว่าชายที่มาเป็นตำรวจหรือเป็นใคร เพราะแต่งกายนอกเครื่องแบบ เพื่อความปลอดภัยจึงย้ายไปอยู่กับญาติ แต่ยังคงติดต่อไปปกติ ผมขอยืนยันว่าช่วงบ่ายวันที่ 17 ส.ค.นี้ ผมจะพาน้องเขาไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจกองปราบอย่างแน่นอน” นายเสกสรร กล่าวยืนยัน



