ข่าว

เปิดใจ‘เทียนฉาย’คนไทยร่วมเป็นเจ้าของแผนปฎิรูป

เปิดใจ‘เทียนฉาย’คนไทยร่วมเป็นเจ้าของแผนปฎิรูป

14 ส.ค. 2558

เปิดใจ‘เทียนฉาย’คนไทยร่วมเป็นเจ้าของแผนปฎิรูป : โอฬาร เลิศรัตนดำรงกุล , ขนิษฐา เทพจรรายงาน

             เปิดใจ “เทียนฉาย” หวังงานปฏิรูปประเทศ ให้คนไทยร่วมเป็นเจ้าของแผน-ติดตามความคืบหน้าหลังส่งมอบ “รัฐบาล”  พร้อมติดตามงานปฏิรูปต่อ แม้จะหมดวาระในสปช.

             สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้จัดงาน สปช.รายงานประชาชน เรื่อง “เปลี่ยนประเทศไทย กับ สปช.” เพื่อนำเสนอแนวทางและข้อเสนอด้านการปฏิรูปที่สปช.ได้ดำเนินการมาเป็นเวลา 10 เดือน กับอีก 11 วัน ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา

             ก่อนการเริ่มนำเสนอผลงานทั้ง 37 ประเด็นปฏิรูป และ 6 วาระพัฒนา “เทียนฉาย กีระนันทน์” ประธาน สปช. ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิรูป เรื่อง “จะปฏิรูปอะไร” โดยมี “สุทธิชัย หยุ่น” สื่อมวลชนอาวุโสจากเครือเนชั่น ร่วมสนทนาและซักถาม โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้

             สุทธิชัย : ความพยายามของสปช.เพื่อทำแผนปฏิรูปประเทศไทยทุกๆ ด้าน ดังนั้น บทบาทของสปช.ที่อาจารย์เทียนฉายมอง คือ สถาปนิก วิศวกร นักก่อสร้างหรือนักเพ้อฝัน

             เทียนฉาย : ขณะนี้ผมไม่แน่ใจ จริงๆ 10 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้มีประเด็นปฏิรูปประเทศ เพราะตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม มีส่วนที่ให้ดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความเห็นของร่างรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งไม่กี่วันข้างหน้าจะครบกำหนดที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สปช. ไม่ช้าไปกว่าวันที่ 22 สิงหาคมนี้ และจากนั้นให้รอการพิจารณาไว้ 15 วัน และนับอีก 3 วันเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะตกในวันที่ 7 กันยายนนี้ หลังจากลงมติแล้วสปช.จะสิ้นวาระตามกฎหมาย แต่วิญญาณการปฏิรูป ผมแน่ใจว่ายังอยู่ในสปช. เราไม่ทิ้ง เพราะเราวางหลักแล้วเดินเรื่องนี้มา แม้ไม่มีกฎหมายมอบให้เราดู ผมเชื่อว่าเราทุกคนคอย ทำหน้าที่สุนัขเฝ้าบ้านให้การปฏิรูปที่เราคิดไม่เสียของ

             สุทธิชัย : ตอนตอบรับเป็นประธานสปช. คิดต่อความเสี่ยงหรือไม่ว่าจะถูกมองเป็นเครื่องมือของทหาร หรืองานข้างหน้าเป็นอย่างไร

             เทียนฉาย : ไม่ได้เสี่ยง แต่เป็นความแน่นอน เพราะทุกประเด็นที่พูด มันเกิดขึ้น เหตุที่เกิดหมด เพราะในรัฏฐาธิปัตย์ที่ต้องทำหน้าที่ดำเนินการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นความบังคับต้องทำ บ้านเมืองไม่มีทางออก ตรงจุดนี้ทำให้คนทั่วไป รวมสปช.ทั้งหมด เรารู้ว่าเมื่อถึงเวลาอาสาสมัครเข้ามา มีภารกิจที่ต้องปฏิรูปและเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ถือเป็นการเดิมพันที่สำคัญมาก เพราะหากไม่ทำจะตอบลูกหลานได้อย่างไรว่าเมื่อเราช่วยได้และมีโอกาสแต่กลับปฏิเสธที่จะทำให้เพื่อชาติ

             จากประสบการณ์ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนไม่รู้จักคำว่าปฏิรูป เถียงกันว่าการปฏิรูปคืออะไร เช่น หลายคนคิดว่า คือเสนอให้รัฐบาลออกคำสั่ง แต่การออกคำสั่งทางบริหารเพื่อแก้ปัญหาไม่ใช่การปฏิรูป เพราะหากแก้ปัญหาโดยการออกคำสั่ง ปัญหาก็แก้ได้ แต่การปฏิรูปเกี่ยวกับจัดระบบองค์กร โครงสร้าง รากปัญหาที่สะสมมานาน

             สุทธิชัย : ภารกิจของสปช.คือ ศึกษาและเสนอแนะการปฏิรูป ซึ่งตามสถานศึกษาต่างๆ ก็มีผลการศึกษา คิดหรือไม่ว่าจะไม่เกิดผลประโยชน์อะไร เพราะไม่มีสัญญาว่าจะทำให้เกิดขึ้น

             เทียนฉาย : รู้สึก เพราะมีผลการศึกษามาแล้วหลายกอง และกองนี้ใหญ่กว่าเดิม ทั้งนี้ตอนเริ่มศึกษาไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะได้ดูกรรมการที่ศึกษาไว้แล้ว เช่น คณะของอาจารย์คณิต ณ นคร, นพ.ประเวศ วะสี รวมถึงข้อเสนอของหน่วยงานต่างๆ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวบรวม โดยได้นำเสนอมาสังเคราะห์และวิเคราะห์ เช่น การปฏิรูปศิลปวัฒนธรรม, การคุ้มครองผู้บริโภค ขณะที่การปฏิรูป เช่น เศรษฐกิจมหภาคที่มีเรื่องปฏิรูปหลายเรื่องอยู่ในนั้น ซึ่งจุดนี้ถือเป็นความต่าง นอกจากนั้นผลการศึกษาได้ปรับข้อมูลให้ทันสมัยและทันเหตุการณ์ รวมถึงมีสิ่งที่สำคัญและเป็นเรื่องใหญ่ของสังคมไทย คือการปฏิรูปไม่ใช่แก้ไขปัญหาวานนี้แล้วจบวันนี้ หรือเอาปัญหาของประเทศที่ผ่านมา มาล้างไม่ให้เกิดปัญหาอีกในอนาคต

             จึงทำให้เราต้องมองวิสัยทัศน์ประเทศไทย 20 ปีหรือกว่านั้น เพราะการปฏิรูปในหลายเรื่องต้องใช้เวลา เช่น การปฏิรูปการศึกษา หากนับตั้งแต่เรียนประถมศึกษาจนจบปริญญาตรี ต้องใช้เวลาถึง 16 ปี ประกอบกันนั้นต้องทำยุทธศาสตร์เพื่อปรุงแต่งวิสัยทัศน์ตามกาลเวลา ซึ่งต้องปรับทุก 3-5 ปี เพื่อเป็นไกด์หรือหัวเรื่องที่นำการปฏิรูปรอบนี้

              นอกจากนั้นการทำปฏิรูป เหมือนทำแบบเบี้ยหัวแตก ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง เพราะหากเรารอทั้งหมดให้เสร็จ ส่งคณะรัฐมนตรี ตามกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนด วันนี้ก็จะไม่สามารถส่ง ทำให้เมื่อเราพิจารณาเรื่องใดเสร็จก็ส่งให้ครม. โดยทยอยส่งไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 แต่หากเรามองภาพรวมของงานที่ส่งแล้วนั้นจะไม่ใช่เบี้ยหัวแตก เพราะจะรวมเป็นกลุ่มก้อน เช่น เศรษฐกิจ การบริหาร สังคม ซึ่งทั้งหมดนั้นต้องอาศัยการวิเคราะห์ โดยผมได้อ่านรายงานการปฏิรูปทุกฉบับและอ่านเอง เนื่องจากอยากรู้ว่าเนื้อหาจริงๆ คืออะไร

             “ผมกล้าพูดได้เลยว่า การปฏิรูปรอบนี้ ไม่เหมือนกับ 3 รอบที่ผ่านมา ทั้งนี้แผนปฏิรูปต้องศึกษาแล้วปรับเหมือนกับลูกกลิ้ง ทั้งนี้ระหว่างทำวาระปฏิรูป และวางวิสัยทัศน์ พบว่ามีประเด็นเล็กๆ บางเรื่องต้องแก้ไขด้วย ซึ่งไม่ถึงขั้นเรียกว่าการปฏิรูป แต่ขอเรียกว่า ควิกวิน คือ เรื่องที่ทำแล้วได้ชัยชนะอย่างรวดเร็ว เช่น เรื่องการเสนอให้คิดค่าโทรศัพท์เป็นรายวินาที ซึ่งข้อเสนอแบบนี้ส่งให้รัฐบาลและให้กสทช.ดำเนินการปรับกติกาทั้งหมด แต่ขณะนี้ กสทช.ยังเงียบอยู่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นบิ๊กเดต้า การเปลี่ยนประเทศให้พร้อมกับเป็นประเทศพัฒนาในปีแรก คือวาระพัฒนา และสุดท้ายที่ได้มาด้วย มีเกร็ดปฏิรูปต่อเนื่อง เช่น การบินพลเรือน ประมง ค้าอาวุธ สิ่งเหล่านี้เป็นวาระปฏิรูปใหม่หรือวาระปฏิรูปพิเศษ เป็นของแถมที่ส่งให้ครม.ด้วย”

             สุทธิชัย : เป็นของแถมที่สร้างความปวดหัวมากขึ้น

             เทียนฉาย : คงปวดหัว แต่เราจะช่วยคิด ทั้งนี้วาระปฏิรูป ผมอยากบอกกับประชาชน ให้ประชาชนเป็นเจ้าของงานปฏิรูป ไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนมาดำเนินการ ต้องไม่เสียของและเราต้องช่วยกัน

             สุทธิชัย : ข้อเสนอที่ส่งให้รัฐบาล สะท้อนความต้องการประชาชนในประเทศแค่ไหนและจะมั่นใจอย่างไรหากมีรัฐบาลใหม่ว่าจะมีการกดดันทำตามข้อเสนอต่อเนื่อง

             เทียนฉาย : เรามีกระบวนการรับฟัง และรับไปวิเคราะห์ แม้กระทั่งการบ่นก็ตาม จากนั้นได้บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ ส่งให้กรรมาธิการปฏิรูปชุดต่างๆ โดยสปช.ทุกส่วน ยิ่งสปช.จังหวัดได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จากการฟังและรับสนองข้อมูล ทำให้มั่นใจว่าเราไม่ได้ทำงานเพียง 250 คนเพียงลำพัง ส่วนที่จะผูกพันกับอนาคตเราพยายามให้ถึงประชาชน โดยจะมีการทำเอกสารส่งไปถึงมือประชาชน ซึ่งเป็นเอกสารที่อ่านเข้าใจง่าย ประเด็นคืออะไร

             สุทธิชัย : จะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของงานปฏิรูปและการบริหารประเทศต่อไปต้องเดินตาม

             เทียนฉาย : ตัวแผนปฏิรูปไม่ยืนโดดเดี่ยว เพราะบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นคำมั่น คำรับรอง และเป็นข้อผูกพันว่าไม่ว่าใครก็ตามเข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล เป็นสภานิติบัญญัติชุดใดๆ กรอบของรัฐธรรมนูญจะมีผลผูกพันที่ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องการสืบทอดอำนาจ เพราะเป็นเรื่องประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เรื่องของเราหรือกลุ่มบุคคล
 
             สุทธิชัย : สำหรับข้อเสนอให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร

             เทียนฉาย : ผมไม่ขอวิจารณ์ เนื่องจากมีการใช้ 2 นัย โดยนัยหนึ่งอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่มีการแก้ไข ซึ่งเป็นคนละประเด็นที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญที่อยู่ระหว่างการยกร่าง ซึ่งทำให้วุ่นวายว่าจะขับอะไร จะเคลื่อนอะไร ปัญหาอะไร
 
             สุทธิชัย : เป้าหมายของสภาขับเคลื่อนฯ คือการขับเคลื่อนงานปฏิรูปของสปช. หลังหมดสภาพไปแล้ว มันจะเกิดได้หรือไม่

             เทียนฉาย : ยังไม่แน่ใจ ขอตอบแบบไม่สงวนท่าที เพราะเมื่อเราเริ่มทำงานปฏิรูป เราเริ่มด้วยการบ้าน แต่จะจบด้วยการเมือง ดังนั้นตรงนี้โรดแม็พมันก็ปรับได้ อย่างไรก็ตามส่วนที่ผมอยากจะชี้ บางเรื่องที่รัฐบาลรับไปสำคัญ เช่น กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินหน้าเรื่องวิสาหกิจสังคมให้เสร็จใน 2 สัปดาห์ ก็ดีใจที่บอกว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่อย่าลืมว่าเป็นข้อเสนอจากสปช. ขณะที่กรรมการยุทธศาสตร์ชาติฯ โดยรากฐานเป็นความเห็นของรัฐบาล แต่รากฐานความคิดสำคัญมาจากสปช. ซึ่งขณะนี้พระราชบัญญัติว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติไปจากสปช.แล้ว ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่กังวลว่าใครจะทำในนามใคร แต่สุดท้ายแล้วประเทศได้ทั้งหมด
 
             สุทธิชัย : งานที่ต้องผูกพันกับสปช. มีเรื่องการตั้งคำถามประชามติ และการลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

             เทียนฉาย : ถือเป็นเรื่องอ่อนไหว ซึ่งผมขอไม่ตอบ
 
             สุทธิชัย : ในฐานะประธานสปช.เป็นหมอตำแยที่ต้องคลอดรัฐธรรมนูญ จะทำคลอดอย่างไร ต้องไม่ให้ตาย ดังนั้นจากวันนี้จนถึงวันลงมติ สปช.จะปรึกษาหารือกับร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างไร

             เทียนฉาย : การปรึกษา ศึกษาในรายละเอียดน่าจะทำได้ แต่ไม่ใช่การโน้มน้าวความคิดว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ การซักถามประเด็นว่าประเด็นนี้แปลว่าอะไร จำเป็นและสำคัญ แต่ต้องทำด้วยความระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการล็อบบี้
 
             สุทธิชัย : มีสปช.กลุ่มหนึ่งบอกว่าจะคว่ำ คือคนพยายามตีความว่าเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า สปช.ก็มีสิทธิไม่เห็นด้วยก็ได้โดยสำนึกอิสระ แต่เมื่อท่านมีส่วนคลอดลูก แต่มาบอกว่าจะแท้ง

             เทียนฉาย : สปช.กลุ่มนั้นมีแค่ 2 คน แต่กรณีแท้งนั้น อย่าพูดอย่างนั้น เพราะอาจไม่เกิดอาการแท้ง แล้วตาย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์จากตรงนี้ ยังพยากรณ์ไม่ได้ แต่ขณะนี้มีความงามเพราะมีความเห็นที่หลากหลายก็ติดได้ ยังดีกว่าที่ไม่มีความหลากหลาย ซึ่งเสียงหลากหลายถือเป็นจุดเริ่มต้นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

             อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาตามข้อเสนอประชามติ เช่น ให้เว้นวรรค 2 ปีทำปฏิรูปให้สำเร็จ หรือมีข้อเสนออีกหลายประเด็นที่เมื่อถึงวันพิจารณา ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 กำหนด คือวันที่ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณาเบ็ดเสร็จแล้ว ก็ส่งให้ครม. ซึ่งครม.วินิจฉัยสุดท้าย เพราะเราเสนอแล้ว ครม.ไม่เอา ข้อนี้ยังเป็นประเด็นต้องพิจารณา อย่างไรก็ตามสปช.มีหน้าที่วินิจฉัยว่ารัฐธรรมนูญนี้รับได้และสามารถใช้กับอนาคตของประเทศ

             สุทธิชัย : ภารกิจที่สปช.ต้องพิจารณาคือทำอย่างไรให้ผ่าน

             เทียนฉาย : ต้องรอเห็นร่างรัฐธรรมนูญก่อน ไม่เช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างไรก็ตามจะผ่านหรือไม่ผ่านก็มีการประเมินข้อมูลอยู่ หากถามผมว่าอยากให้ผ่านหรือไม่ ผมขอตอบว่าความอยากเก็บไว้ในใจ และขอรู้อยู่ในใจ เนื่องจากกังวลว่าจะเป็นการชี้นำ
 
             สุทธิชัย : ตอนนี้รายละเอียดที่ถกเถียงคือการตั้งคำถามประชามติ เช่น ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง

             เทียนฉาย : ยังมีข้อเสนอที่ทยอยยื่นเข้ามา ดังนั้นขอให้คอยตามว่าประเด็นที่สปช.ต้องพิจารณาข้อเสนอว่าจะทำประชามติเรื่องเหล่านี้หรือไม่ มีมากกว่าที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ ซึ่งต้องเลือกเพียงแค่ประเด็นเดียว ทั้งนี้มีข้อเสนอว่าไม่ต้องเสนอตั้งคำถามประชามติเลย ส่วนคำถามรัฐบาลปรองดองแห่งชาติก็มี แต่สิ่งที่เราคุยกันวันนี้ ยังไม่สรุป เพราะมีของใหม่มาเรื่อยๆ โดยไม่สร้างความยุ่งยากลำบากใจ เพราะเราต้องแน่ใจว่ากว่าจะมีเสียงข้างมาก ทุกคนได้เข้าใจเอง และรู้ความต่างของมันอย่างถ่องแท้แล้ว การใช้โหวตเสียงข้างมากไม่น่าห่วง

             “มันก็เหมือนกับเลือกผู้แทนราษฎร หากตรรกะถูกต้องแล้ว การเลือกไม่ใช่ปัญหา แต่เมื่อตรรกะและเหตุผลไม่ถูกต้องแล้ว มันจะถูกรบกวน ก็ซื้อได้ ก็หาได้ รบกวนการลงคะแนนเสียงได้ มีประเด็นเหมือนกันที่สปช.แนะนำว่า ฐานะประธานสปช.เบรกสปช.ที่พูดมากไปแล้ว ผมไม่เคยเบรก เพราะหากเราเป็นสปช. มีใครให้หยุดพูดเถอะ แล้วประเทศไทยอีก 65 ล้านคนจะหวังอะไร นี่คือการเรียนรู้และฝึกตน ฝึกความเป็นผู้ใหญ่ในประชาธิปไตย ดังนั้นสิทธิมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ดังนั้นเมื่อท่านพูดอะไรต้องรับผิดชอบ”
 
             สุทธิชัย :  มีคนมองว่าเมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ความขัดแย้งก็จะกลับมา เป็นห่วงหรือไม่ว่า งานปฏิรูปจะไร้ความหมาย

             เทียนฉาย : เราหวังเต็มเปี่ยม อย่างไรก็ตามปัญหาอาจกลับ แต่ต้องไม่รุนแรง ผมคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดน่าจะถึงเวลารู้แล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกคนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของปัญหา ผมไม่ต้องการชี้ว่าใครถอย เพราะทำไม่ได้ เพราะสุดท้ายก็กลับมา ดังนั้นก็ต้องมาถึงจุดที่ทุกคนคิดเองว่าประเทศบอบช้ำแล้วไปไม่ได้แล้ว การทำร่างรัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นการมองไปข้างหน้า แต่ฐานปัญหา 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนเชื่อว่าผิวน้ำดูเรียบแต่ใต้น้ำไม่เรียบ

             สุทธิชัย : พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศมีสูตรปรองดองเพื่อแก้ไขขัดแย้งอย่างไร

             เทียนฉาย :  เราได้ส่งรายงานว่าด้วยการปรองดองไปสู่รัฐบาลแล้ว ทั้งนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก โดยมีหลักและมีการเดินหน้าเป็นบวก มีความเป็นไปได้สูง แต่ในขณะที่มีความเป็นไปได้สูงนั้นมันมีความอ่อนไหว และมีโอกาสจะกลับมาสู่สถานะที่แย่กว่าเดิม ดังนั้นต้องค่อยประคับประคอง ทั้งหมดนี้เนื่องจากเราปล่อยปัญหาให้พันกันหมดมีแรงกระเพื่อม เช่น กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)จะพิจารณาถอดถอนอดีตนักการเมือง อย่างไรก็ตามวิธีการปรองดองที่เดินไปมีเชิงบวก เพียงแต่ว่าปัญหาลึกมาเป็นสิบปี ไม่สามารถพลิกแผ่นดินแล้วบอกว่ามันดีได้ ต้องให้เวลา

             สุทธิชัย : จะบอกประชาชนอย่างไร ว่าการบ้านที่ส่งให้รัฐบาล ไม่ใช่จากใบสั่งผู้มีอำนาจ หรือ คสช.

             เทียนฉาย : ผมเรียนตรงๆ ว่าถ้อยคำและวาจาคงยืนยันไม่ได้ แต่สปช.รู้ว่าเราฉีกใบสั่งทิ้งไปกี่ใบ ผมไม่ขอเรียกใบสั่ง แต่ขอเรียกว่าเป็นคำร้อง อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีข้อมูลที่ปรากฏ สปช.และรัฏฐาธิปัตย์ มีคนละชุดข้อมูล ซึ่งเคยพิสูจน์และไม่มีโอกาสพิสูจน์ชุดข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ที่ทำให้การตัดสินใจไม่ตรงกัน ทั้งนี้การประสานงานและการทำงานแบบแม่น้ำ 5 สายสามารถแก้ปัญหาไปได้ นี่เป็นสัจธรรม จะบอกว่าไม่มีเป็นไปไม่ได้ ความไม่เข้าใจมี แต่ความไม่เข้าใจเราทำความเข้าใจให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เช่นกรณีที่รัฐบาลจะทำสัมปทานแปลงที่ 21 ที่สปช.ได้ศึกษาและให้ข้อมูลที่แย้งกับรัฐบาล ทั้งนี้สิ่งที่สปช.ทักท้วงเพื่อให้เกิดความรอบคอบมากขึ้น และมีทางเลือกให้พิจารณามากขึ้น แต่ชุดข้อมูลตัดสินใจที่ต่างกันทำให้ไม่ลงล็อกกัน ไม่ใช่ความขัดแย้ง ท้ายสุดรัฐบาลก็เดินหน้าไปในทางที่ดีและเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติมากที่สุด
 
             สุทธิชัย : รัฏฐาธิปัตย์ ได้กี่เปอร์เซ็นต์จากงานสปช.ที่เขาอยากได้

             เทียนฉาย : ขณะนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องเลือก เหตุที่ต้องเลือกมี 3 เหตุผล คือ 1.หากทำทันที ทั้ง 40–50 เรื่อง ถามว่ารัฏฐาธิปัตย์รับมือไหวหรือไม่ เช่น ถ้าแตะเรื่องปฏิรูปอะไรก็ตาม ต้องปรับระบบองค์กรและโครงสร้าง รวมถึงหลักความคิด มีคนได้และมีคนเสียทุกเรื่อง ทุกสังคม เขารับมือคนเสียประโยชน์ได้หรือไม่ เราอาจไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราศึกษาและเสนอแนะ 2.เวลาที่รับไปทำ ต้องปรุงแต่งวิธีการ ขยายไปแล้วไม่เหมือนเดิม มีคนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น เป็นไปได้ว่าสปช.อาจไม่ได้มอง และ 3.ทุกวันนี้ข้อมูลเปลี่ยนไป เวลาจะลงมือจัดการฐานข้อมูลเปลี่ยน เช่น สิ่งที่วิกฤติที่สุด คือค่าเงินหยวน ซึ่งตอนที่ทำงานสปช.ไม่มีเรื่องนี้ มันเพิ่งเกิด เมื่อรัฏฐาธิปัตย์จะทำต้องพิจารณา ดังนั้นหากรัฐจะทำพร้อมกันทั้งหมดปัญหาไม่ใช่การออกกฎหมายแล้วปฏิรูป

             “ชุดข้อมูลที่ตัดสินใจ กรรมการยุทธศาสตร์ฯ มีส่วนสำคัญ ที่จะช่วยรัฏฐาธิปัตย์ ช่วยรัฐบาล ซึ่งเราอยากเห็นว่าต้องคลี่ประเด็นปฏิรูปออก ไม่ใช่ใช้มาตรา 44 แต่ทั้งหมดต้องเริ่มทำทุกประเด็น เพื่อทำการปฏิรูปให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่ดี เป้าหมายคืออย่างนั้น”

             สุทธิชัย : การปฏิรูปเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ระหว่างทางต้องใช้อำนาจพิเศษ

             เทียนฉาย : ในช่วงเวลาที่มีวิกฤติเกิดขึ้น เราต้องพัก ต้องพักกติกา ไม่เช่นนั้นวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ก็เลือกตั้งได้ และการพักตรงนี้คือวางระบบโครงสร้างและกลไกและแนวคิด ตรงนี้เป็นสิ่งที่ยกเว้นสำหรับประชาธิปไตย เหมือนสร้างเมืองใหม่
 
             สุทธิชัย : การใช้อำนาจพิเศษจะไม่ติดเป็นนิสัย แบบว่าติดใช้สิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตย เหมือนจะเป็นยาเสพติด ดังนั้นจะมีในงานปฏิรูปตรงไหนหรือไม่ ที่เราต้องไม่ใช่อำนาจพิเศษทุกครั้งเพื่อแก้ไข

             เทียนฉาย : การพัฒนา มันมีมิติเรื่องศึกษา คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ในคำว่าธรรมาภิบาล คือ ความรับผิดชอบ ผมว่าเป็นการเลือกการเสพติด และคิดว่าเสพนิดเดียวคงไม่ติด คือ มาตรการที่จำเป็นต้องรีเซ็ตประเด็นปัญหาที่สั่งสมยาวนาน ขณะนี้อยู่ในภาวะที่ต้องรีเซ็ตบางเรื่องให้ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาเอกสารปฏิรูปเห็นความสำเร็จ
 
             สุทธิชัย : คาดหวังว่าภายใน 5 ปี อยากเห็นความสำเร็จในแผนปฏิรูปหรือความคืบหน้าสักกี่เปอร์เซ็นต์

             เทียนฉาย : การประมาณเป็นเปอร์เซ็นต์ทำได้ยาก เพราะช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา คิดว่าสภาพพื้นฐานที่เป็นของประเทศไทยสะสมปัญหาบางอย่างไว้เยอะมาก ดังนั้นการทำปฏิรูปให้เสร็จ สัก 5 ปีอยากเห็นสัก 20 เปอร์เซ็นต์ คงไม่ใช่ เพราะต้องมีการแก้ไขเรื่องที่ค้าง อย่างไรก็ตามเราไม่มีเงินจำนวนมากพอที่จะแก้ไขปัญหาอะไรก็สามารถทำได้ คิดว่ากระบวนการทำงานที่คนไทยต้องเข้าใจรัฏฐาธิปัตย์ เช่น การกวาดเงินค้างจ่ายจากส่วนราชการ 7,000 ล้านบาท ทำให้เราต้องเข้าใจว่า อาจไม่ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นต้องเลือกบางเรื่อง เรื่องที่เป็นจุดคานงัดแก้ปัญหาอื่นๆ จากที่พูดคุยมี 2 เรื่องหลัก คือ 1.ระบบการบริหารราชการแผ่นดิน สืบเนื่องไปยังเรื่องคอร์รัปชั่น ซึ่งมีหัวใจสำคัญ คือการตรึงอัตรากำลังของข้าราชการ ตั้งแต่ปี 2542 แต่เพิ่มพนักงานมากขึ้น และ 2.ระบบการศึกษา

             “เอาจริงๆ เราทุกคนต้องช่วยกันและทำความเข้าใจ โดยสื่อมีส่วนสำคัญในการช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน และผมคิดว่าคนต่างชาติที่ไม่ประสา แล้วมาหมิ่นประเทศไทย จะได้มีประสา ไม่ใช่สักแต่ตำหนิ เพราะนี่เป็นกระบวนการเปลี่ยนประเทศ มีสิ่งที่ต้องรีเซ็ต หากได้รับความร่วมมือ”
 
             สุทธิชัย : การเปลี่ยนประเทศไทยกับสปช. เห็นและอยากเห็นอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยที่สำคัญ

             เทียนฉาย : ทั้ง 2 เรื่อง คือการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีหัวใจสำคัญ รวมถึงการกระจายอำนาจ ทุจริตในภาครัฐ จัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการยุติธรรม องค์กรภาครัฐ ถึงเวลาต้องดาวน์ไซด์องค์กรภาครัฐ และระบบการศึกษา ที่ไม่ใช่การเปลี่ยนหลักสูตรเท่านั้น ผมไม่อยากใช้คำว่าล้างสมอง แต่ต้องคัดมา

             สุทธิชัย : อยากบอกอะไรกับประชาชนทุกคนถึงภาระร่วมกันในงานปฏิรูป

             เทียนฉาย : ช่วยกันมาเอาใจใส่เรื่องนี้ นี่เป็นประเทศของเรา และเรากำลังทำให้ลูกหลานของเรา และเมื่อคิดเป็นเจ้าของงานปฏิรูปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ออกแบบคงไม่ถูกใจหมด ในโอกาสข้างหน้าต้องช่วยออกแบบ รวมถึงติดตามการทำงานของรัฐบาลหน้า อย่างไรก็ตามเมื่อสปช.พ้นวาระไปแล้ว เรายังเป็นประชาชนคนไทยเต็มขั้น และประเทศไทยเป็นของเราอยู่ ท้ายสุดวันนี้เราตั้งใจเสนอแผนปฏิรูปกับประชาชน ดังนั้นช่วยเราเป็นเจ้าของด้วย และมาร่วมช่วยกัน ขอบคุณมากๆ ครับ