ข่าว

ไอเดีย‘กก.ยุทธศาสตร์ฯ+รบซปรองดอง’ของร้อนการเมือง

ไอเดีย‘กก.ยุทธศาสตร์ฯ+รบซปรองดอง’ของร้อนการเมือง

14 ส.ค. 2558

ไอเดีย‘กก.ยุทธศาสตร์ฯ+รัฐบาลปรองดอง’ ‘ของร้อนการเมือง’ : สำนักข่าวเนชั่น

             ความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญใกล้งวดเข้ามาทุกทีแล้ว หน้าตาของรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น หลายคนคงพอเดาได้รางๆ เช่น นายกรัฐมนตรีคนนอก, ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง, ล่าสุดมีการเสนอประเด็น ส.ว. 123 คนมาจากการแต่งตั้งของครม. ส่วน 77 คนมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน โดย “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงไว้ก่อนหน้านี้

             แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่ร้อนเท่าใดนัก หากเทียบกับข้อเสนอของนักวิชาการกฎหมายชั้นนำของเมืองไทยคนนี้ที่ร่วมวงศ์ไพบูลย์ทางการเมืองมาไม่น้อยกว่า 20 ปี

             เพราะ “อาจารย์ปื๊ด” เสนอตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” เป็นบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่แก้ไขวิกฤติของชาติ หากรัฐบาลปกติไม่สามารถดำเนินการได้ แต่สิ่งที่น่าวิตกคือมีการดึงผบ.เหล่าทัพไปร่วมอยู่ในโครงสร้างกรรมการยุทธศาสตร์ฯ นั่นเอง

             แสดงว่าทหารยังไม่เดินออกพ้นวงจรอำนาจทางการเมืองไทยที่มาจากการเลือกตั้งและหลายคนมองว่า นี่คือการยึดอำนาจซ่อนรูปที่มีการเขียนไว้ในกฎหมายสูงสุดของประเทศนั่นเอง !

             คล้ายกับยุคประชาธิปไตยครึ่งใบเมื่อช่วงปี 2523-2531 หรือไม่ เพราะยามนั้นการเมืองไทยต้องอาศัยขุนพลในเครื่องเเบบทั้งในเเละนอกราชการมาช่วยประคองเเละเดินเกมการเมืองไทย โดยที่พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งสมยอมให้ผู้เปี่ยมความดี-บารมี-คอนเนกชั่นมาเป็น สร.1

             เเต่เมื่อการเมืองไทยเดินหน้ากว่า 20 ปี สังคมเรียนรู้มามากมายกับคนการเมือง และประชาชนส่วนใหญ่รับรู้เเละยอมรับว่าการใช้สิทธิเลือกตั้งคือวิถีประชาธิปไตยที่ดีเเละสังคมโลกยอมรับ

             หากคนเขียนกฎหมายหลักของบ้านเมือง เเละเป็นครูทางกฎหมายของเมืองไทยด้วยนั้น ระบุไว้เเบบนี้

             ไม่รู้ว่าหลังการเลือกตั้งเเละเปิดโอกาสให้สังคมวิพากษ์สิ่งที่เป็นอยู่ในปี 2557 จนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ใครจะเป็นศพทางการเมืองบนโต๊ะเสวนาทางวิชาการกันบ้าง

             อีกทั้งกรณี “บวรศักดิ์” ยังจะเสนอความเห็นส่วนตัวต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีการทำประชามติว่าเห็นควรให้มี “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” ที่มีจำนวน ส.ส.ไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของจำนวนส.ส.ทั้งหมด หรือ 360 คนจาก 450 คน เพื่อให้รัฐบาลร่วมกันบริหารและแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองด้วยความปรองดอง หากที่ประชุมกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบด้วย จะทำหนังสือไปยังประธานสปช. และประธานสนช.ให้พิจารณาตั้งเป็นคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องร้อนทางการเมืองอีกประเด็นหนึ่ง

             แม้หลายฝ่ายจะสะท้อนความเห็นว่ายังไม่ทราบและยังไม่เห็นรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่เสียงคัดค้านจากฝ่ายการเมืองที่มีต่อสิ่งที่บวรศักดิ์แถลงนั้น น่าจะสะท้อนนัยทางการเมืองไทยในอนาคต ความปรองดองคงต้องรอสักระยะใหญ่หรือศัพท์จากเพลงฮิตช่วงนี้ของวัยรุ่นที่ว่า "ไกลแค่ไหนคือใกล้” นั่นเอง

             ขณะเดียวกัน มีรายงานระบุว่า เหตุผลที่ “บวรศักดิ์ และเอนก เหล่าธรรมทัศน์” เสนอไอเดียนี้ขึ้นมา เพราะต้องการเสนอคำถามเรื่องรัฐบาลปรองดองเพราะต้องการให้สองพรรคใหญ่ทางการเมืองไทยคือ “เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์” เป็นรัฐบาลร่วมกัน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยคสช.ต้องการมีที่ยืนหลังเลือกตั้ง แต่จะให้เขียนตรงๆ เลยก็จะแปลกๆ อยู่ จึงเสนอให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปรับคำพูดเป็น “กรรมการยุทธศาสตร์ฯ” แทน

             เมื่ออาจารย์ปื๊ดเลือกเส้นทางนี้ในการลงเรือเเป๊ะ ต้องตามใจเเป๊ะ แต่ไม่รู้ว่าของขวัญที่จะได้รับจากนี้ไปจะเป็นดอกไม้หรือก้อนอิฐ

             เพราะหลากความคิดในการคลายวิกฤติการเมืองไทย แต่เอาเข้าจริงคล้ายกับมัดปมใหม่ให้ใหญ่เเละยากขึ้นทุกที...

ไอเดียบวรศักดิ์ผ่าทางตันการเมือง

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ จะมีไม่เกิน 23 คนจากบุคคลดังต่อไปนี้

             1.กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการกองทัพไทย ผู้บัญชาการกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

             2.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งจากผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประเภทละ 1 คน
             
             3.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน 11 คน ซึ่งแต่งตั้งตามมติรัฐสภาจากผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปและการปรองดอง

อำนาจหน้าที่และวาระการทำงาน

             0 เพื่อใช้แก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นรุนแรงที่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้

             0 กรอบการใช้อำนาจจะมีผล 5 ปีเท่านั้น

วิธีการทำงาน

             0 ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ปรึกษากับประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลปกครองสูงสุด จากนั้นให้ที่ประชุมลงมติเพื่อใช้อำนาจและมาตรการที่จำเป็นต่อสถานการณ์โดยใช้เสียงกรรมการ 2 ใน 3

             0 ขอบเขตการใช้อำนาจ คือ ต้องให้สถานการณ์คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว กรณีที่รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ความขัดแย้งไม่ได้

             0 เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจให้รายงานต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด จากนั้นแถลงให้ประชาชนรับทราบ

             0 สภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ หากมีการใช้อำนาจเกินขอบเขตและไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด สมาชิกสภาฯ สามารถใช้อำนาจในการตรวจสอบและถอดถอนได้
 
             0 เสนอให้ครม.ชุดนี้แต่งตั้งส.ว. 123 คน เลือกตั้ง 77 คน เพื่อให้มาสานงานปฏิรูปและสร้างความปรองดอง

             0 เสนอให้ทำประชามติ ว่าจะเห็นควรให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ที่มีจำนวน ส.ส. ไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 หรือไม่ เพื่อให้รัฐบาลร่วมกันบริหารและแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองด้วยความปรองดอง