ข่าว

พปส.รุกต่อร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกทม.

พปส.รุกต่อร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกทม.

13 ส.ค. 2558

พปส.รุกต่อร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกทม.ใช้อำนาจมิชอบอนุญาตก่อสร้างสะพานลอยคล่อมคลองสาธารณะเพื่อเอื้อประโยชน์ 2 ห้างหรูกลางกรุง

             ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน วันที่ 13 ส.ค.58 นายปวริศ ผุดผ่อง เลขาธิการกลุ่มพิทักษ์กฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ (พปส.) เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ​เพื่อขอให้ตรวจสอบกรุงเทพมหานครปฏิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใส ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนบางราย ​กรณีอนุญาตให้ก่อสร้างสะพานลอยทางเชื่อมห้างเอกชน​คร่อมทางสาธารณะ

             นายปวริศ กล่าว่าพฤติการณ์ดังกล่าวส่อประพฤติมิชอบของกรุงเทพฯ เนื่องจากกรุงเทพฯได้อนุญาตให้เอกชนซึ่งเป็นเจ้าของห้างเอกชนก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามและสะพานทางเชื่อมระหว่างทั้ง 2 ห้าง โดยก่อสร้างสะพานคร่อมซอยและคลองสาธารณะ ซึ่งกรุงเทพฯชี้แจงว่าเป็นจุดพื้นที่ที่เหมาะสมในการก่อสร้างและเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่จากข้อเท็จจริงถือว่าเป็นการอนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ห้างทั้งสองเท่านั้น อันเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและส่อไปในทางทุจริต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนบางกลุ่ม

​               เลขาธิการ พปส. กล่าวด้วยว่า​การกำหนดจุดก่อสร้างและอนุญาตให้ก่อสร้าง เป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ กล่าวคือ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากซอยเป็นซอยที่มีผิวการจราจรเพียง 2 ช่องทาง กว้างประมาณ 5-6 เมตรเท่านั้น  มีการจราจรเบาบาง และบริเวณดังกล่าวไม่มีแหล่งชุมชน ไม่มีมีปัญหาการจราจรติดขัดจากคนเดินข้ามถนน ไม่มีสถิติอุบัติเหตุรถชนผู้ข้ามถนน และตามปกติจะไม่มีประชาชนเดินข้ามถนนในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งการก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามในครั้งนี้ไม่ได้มีการสอบถามความต้องการของประชาชนที่เกี่ยวข้อง การก่อสร้างหรืออนุญาตให้ก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามนี้จึงเป็นการกระทำโดยไม่ได้เกิดจากความต้องการของประชาชน ถือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ห้างฯทั้งสอง

​               นาปวริศ กล่าวว่าเรื่องนี้ความจริงประชาชนโดยทั่วไปไม่ได้รับประโยชน์แต่อย่างใด เป็นเพียงเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้บริการห้างทั้งสองสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้อย่างสะดวกเท่านั้น และยังพบความไม่ถูกต้องเพราะความจริงเมื่อสะพานลอยคนเดินข้ามและส่วนเชื่อมอาคารห้างทั้งสองก่อสร้างเสร็จแล้ว ตามข้อกฎหมายและข้อตกลง สะพานลอยคนเดินข้ามและส่วนเชื่อมต่ออาคารต้องตกเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิใช้ร่วมกัน แต่จากข้อเท็จจริงเมื่อ พปส.ได้ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง พบว่าได้มีการนำโซ่มาคล้องล็อคกุญแจปิดประตูทางขึ้น-ลงของสะพานลอยคนเดินข้ามทั้งสองฝั่ง และมีป้ายห้ามขึ้นวางเอาไว้ที่บริเวณปากทางขึ้นบันไดทั้งสองฝั่ง ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้เป็นสะพานลอยคนเดินข้ามได้จริง แสดงให้เห็นว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนของห้างฯทั้งสองเท่านั้น

​               “ด้วยเหตุและผลดังกล่าว ถือว่าการอนุญาตของกรุงเทพฯเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนรายนี้ เป็นการกระทำของผู้มีอำนาจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมกับสังคมส่วนอื่นๆที่เหลือ เป็นการเบียดเบียนผลประโยชน์ของสาธารณะหรือของส่วนกลางมาแบ่งปันกันในหมู่ของผู้มีอำนาจ โดยอาศัยการตีความกฎกติกาอย่างเข้าข้างตนเอง ซึ่งก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐในการเอื้อประโยชน์ จึงเป็นหน้าที่ที่ประชาชนชาวไทยทุกคนต้องเรียกร้องเพื่อความถูกต้อง เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณะร่วมกัน พปส.ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ และมีคำสั่งตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เกิดความถูกต้องโปร่งใสเป็นธรรมขึ้นในสังคมต่อไป”นายปวริศกล่าว