
ศุกร์กับเซ็กส์ : แสร้งว่าเสร็จ
14 ส.ค. 2558
ศุกร์กับเซ็กส์ : แสร้งว่าเสร็จ : โดย...รัชดา ธราภาค มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)
2 ปีก่อนในสหรัฐอเมริกา มีการสำรวจผู้หญิง 2 ใน 3 ยอมรับว่าพวกเธอเคยทำทีว่าถึงจุดสุดยอด ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ถึง ซึ่งการเสแสร้งดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งในการมีเพศสัมพันธ์ ออรัลเซ็กซ์ รวมไปถึงเซ็กซ์โฟน
กลางปีนี้ แมเดลีน แวนน์ นักเขียนอิสระ ผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารด้านสุขภาพระบุว่า ไม่เฉพาะแต่ผู้หญิงที่แสร้งว่าเสร็จผลสำรวจพบว่าผู้ชายก็ทำแบบเดียวกัน แม้จะพบได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้หญิงเหตุผลของสองฝ่ายมีมากมาย ทั้งที่ฟังดูคล้ายๆ และแตกต่างกัน
เหตุผลหลักๆ ของฝ่ายผู้หญิง ได้แก่
ต้องการเอาใจฝ่ายชาย เพราะรู้ว่าผู้ชายคาดหวังว่าตัวเองจะต้องประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ ถ้าเกิดไม่สำเร็จขึ้นมาก็กลัวว่าคู่ของตนจะรู้สึกหงุดหงิด ผิดหวัง หรือสูญเสียความมั่นใจ
คิดว่าการไม่ถึงจุดสุดยอดเป็นความผิดพลาด บกพร่องต่อหน้าที่ฉะนั้น ไม่ถึงก็ต้อง (ทำท่าว่า) ถึง
ต้องการยุติกิจกรรม เพราะถ้าผู้ชายรู้สึกว่าเธอยังไม่เสร็จ ก็จะพยายามต่อไปอย่างไม่ยอมเลิกรามาดูเหตุผลของฝ่ายชายกันบ้าง ได้แก่
ถ้าต้องใช้เวลานานเกินไป ผู้ชายไม่อยาก “เสียฟอร์ม” เลยตบตาให้ดูเหมือนว่าเสร็จดีกว่า
การมีเพศสัมพันธ์แบบเดิมๆ อยู่ตลอดเวลา จนรู้สึกว่าไม่เร้าใจ ไม่เกิดอารมณ์พอจะบรรลุถึงจุดที่ควรจะเป็น แต่ก็คิดว่าจำเป็น เลยต้องทำให้ดูเหมือนว่าบรรลุแล้ว
เหตุผลที่คล้ายกันของทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็คือ ความรู้สึกว่าไม่พร้อม ไม่อยากมีเซ็กส์ แต่ไม่อยากขัดใจอีกฝ่ายหนึ่ง จึงนำไปสู่การต้องเสแสร้งดังที่กล่าวมา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงการขาดการสื่อสารระหว่างกัน ทั้งที่เพศสัมพันธ์ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของสองฝ่าย แต่คู่กรณีมักไม่ยอมแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนของตน รวมทั้งไม่ถามความต้องการของอีกฝ่าย เพราะร้อยทั้งร้อย คิดเอาเองว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากข้อมูลที่เคยได้ยินได้ฟังมาว่าผู้หญิงต้องการแบบนั้น ผู้ชายต้องการแบบนี้ นอกจากนี้ผู้หญิงมักไม่กล้าสื่อสารความต้องการของตนเอง เพราะส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการพูดเรื่องเพศ ยิ่งไปกว่านั้น การที่สังคมคาดหวังว่าผู้ชายจะต้องรู้ ช่ำชอง และมีบทบาทนำเรื่องเพศ ก็ทำให้ผู้หญิงไม่กล้าเรียกร้อง เพราะกลัวผู้ชายเสียหน้า และอาจพาลอารมณ์เสีย จะกระทบไปถึงความสัมพันธ์ ฉะนั้นไม่เสี่ยงดีกว่า ปล่อยให้ผู้ชายกำหนดเกมต่อไป แม้ฝ่ายหญิงจะรู้อยู่แก่ใจว่า “ไม่เวิร์ก”
นักวิจัยชี้ว่า ที่จริงแล้วร่างกายของผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้ช้าและยากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายและการตอบสนองของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้วิธีการเดียวกันกับทุกคน ในทุกสถานการณ์
ทางออกเดียวคือการสื่อสารเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ส่วนจะกลายเป็นชวนทะเลาะ หรือทำร้ายจิตใจกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิธีการพูดคุย ไม่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ในชีวิตที่ต้องการการปรับจูนให้ตรงกัน
ผู้วิจัยชี้ว่าการไถ่ถามและบอกกล่าวจะทำให้ทั้งคู่รับรู้ถึงสาเหตุของปัญหา อันจะนำไปสู่การแก้ไขได้อย่างตรงจุดยิ่งไปกว่านั้น การถามจะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่มีต่ออีกฝ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งจะสร้างความรู้สึกที่ดีกว่าการเสแสร้งแกล้งทำเพื่อเอาอกเอาใจอย่างแน่นอน



