ข่าว

ผบ.ตร.ห่วงพริตตี้คดี‘ชูวงษ์’หายตัวลึกลับ

ผบ.ตร.ห่วงพริตตี้คดี‘ชูวงษ์’หายตัวลึกลับ

13 ส.ค. 2558

ผบ.ตร.ห่วงพริตตี้คดี‘ชูวงษ์’หายตัวลึกลับ คาดขอหมายจับคนเอี่ยวโอนหุ้นสัปดาห์หน้า

              13ส.ค.2558 พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการสืบสวนสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตและการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ที่ล่าสุดพบนางสาวกัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวคนสนิทที่รับโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 228 ล้านบาท ได้หายตัวไปว่า จากที่ตนเคยบอกว่าในเรื่องของการโอนหุ้นมีความผิดปกติไม่ชอบมาพากลอยู่แล้ว ตนก็ไม่สบายใจ เนื่องจากพฤติกรรมทั่วไปของอาชญากร ที่เมื่อรู้ตัวว่าภัยจะมาถึงตัว ก็อาจจะแก้ปัญหาโดยการทำลายพยานหลักฐานได้ แต่ตนก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นใครอย่างไร ทั้งนี้ จากกรณีที่พริตตี้สาวได้หายตัวไปนั้น ตนก็ยังไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุใด ซึ่งหากเป็นการตั้งใจหายไปเอง ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากหายตัวไป โดยไม่ติดต่อญาติ เพื่อน คนรู้จัก ตรงนี้คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง แต่ตนก็อาจจะคิดมากไปเองก็ได้

              ส่วนการตรวจสอบไฟล์เสียง ที่ได้มาจากบริษัทเกี่ยวกับการโอนหุ้นของนายชูวงษ์นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่จะต้องใช้เครื่องมือที่มีความสามารถสูงเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งก็คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง การตรวจสอบจึงจะเสร็จสิ้น

              นอกจากนี้ สำหรับการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีการโอนหุ้นนั้น พลตำรวจเอกสมยศ กล่าวว่า ก็ต้องสอบถามไปยังกองปราบปรามว่า หลักฐานมีความพร้อมเพียงพอที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ตนก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร แต่เพียงให้ทำอย่างรอบคอบ  ทั้งนี้ ความผิดปกติเรื่องการโอยหุ้น จะเชื่อมโยงกับสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่นั้น ต้องรอการสืบสวนสอบสวนต่อไป


คาดขอหมายจับคนเอี่ยวโอนหุ้นสัปดาห์หน้า

              ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) มีรายงานข่าวระบุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ซึ่งเป็นชุดคลี่คลายคดีการโอนหุ้นอย่างมีพิรุธของนายชูวงษ์อยู่ระหว่างการติดตามตัวกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายรู้เห็นการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ โดยเฉพาะการขาดการติดต่อของน.ส.กัญฐณาที่ขาดการติดต่อนานกว่า 1 สัปดาห์ โดยทาง พล.ต.อ.สมยศ ได้เน้นย้ำสั่งการให้ติดตามตัวมาโดยเร็วเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าอาจมีการทำลายวัตถุพยาน พยานบุคคล และพยานหลักฐาน และมีความเป็นห่วง น.ส.กัญฐณาเป็นอย่างมาก หวั่นจะได้รับอันตรายจากผู้อยู่เบื้องหลัง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามติดต่อ น.ส.กัญฐณา ทางโทรศัพท์มือถือที่ให้ไว้ และส่งชุดติดตามไปที่บ้าน รวมถึงเพื่อนสนิท แต่ไม่พบ จึงต้องประสานผ่านทางทนายความของ น.ส.กัญฐณา ให้มาพบตำรวจเพื่อสอบถามประเด็นเพิ่มเติม

              สำหรับประเด็นการออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นทั้งหมด ทราบว่า ในสัปดาห์หน้าจะขออำนาจศาลเพื่ออนุมติออกหมายจับ ซึ่งมีประมาณ 2 - 3 คน เนื่องจากต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุม ส่วนกระแสข่าวว่า หุ้นของนายชูวงษ์ ที่โอนนั้นเป็นหุ้นนอมินีของพรรคการเมือง ที่เตรียมจะไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ขณะนี้ หลักฐานยังไม่เชื่อมโยงถึง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยเฉพาะผลการตรวจเอกสารการทำธุรกรรม คลิปเสียงในการสนทนา รวมทั้งการตรวจคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้น หลังจากที่ตรวจยึดมาได้จากบริษัทหลักทรัพย์ เออีซีเอส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ที่ดูแลหุ้นให้กับนายชูวงษ์ กับ บริษัทสแตนดาร์ด เพอร์ฟอแมนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของนายชูวงษ์ โดยหลักฐานในส่วนนี้ได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ซึ่งคาดว่าสัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

              รายงานข่าวยังระบุอีกว่า สำหรับหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงของการสนทนานั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง(พฐก.)ตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าทาง พฐก. ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ จึงได้ส่งให้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้พบว่าคลิปการสนทนาการซื้อขายหุ้นที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้จากบริษัทหลักทรัพย์ เออีซีเอส จำกัด (มหาชน) พบความต่างค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากคลิปดังกล่าวปรากฏเสียงการสนทนาที่ฟังดูแล้วมีความแตกต่างระหว่างเส้นเสียงของนายชูวงษ์

              ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในส่วนของตำรวจ บก.ป. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบไฟล์เสียงของ นายชูวงษ์ และรวบรวมพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบรัดกุมที่สุด ก่อนขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับ ส่วนกรณีที่มีการประกาศเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและอาจได้รับอันตราย เนื่องจากทราบข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการโอนหุ้นนั้น ขณะนี้ยังไม่มีบุคคลใดประสานเข้าพบ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลความปลอดภัยแต่อย่างใด ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน และหญิงคนสนิทของ นายชูวงษ์ ที่ได้รับการโอนหุ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แต่หากบุคคลทั้ง 3 คนนี้ ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความปลอดภัย ระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างการสืบสวนอยู่นั้นก็สามารถทำได้

              พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังบอกอีกว่า สำหรับการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยาก เพราะสาเหตุหนึ่งเนื่องจากศพได้ฌาปนกิจไปแล้ว และยังไม่มีข้อสรุปจากตำรวจนครบาล ขระเดียวกัน ผลกาารชันสูตรของนิติเวช รพ.ตำรวจ ทางแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ และยังไม่ได้รายงานผลเข้ามา และตอนนี้ยังไม่มีการเรียกหรือเชิญบุคคลใดมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่หากครอบครัวของ นายชูวงษ์ มีข้อมูลสามารถนำมามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อใช้เป็นแนวทางสืบสวนได้เช่นกัน เพื่อให้คลายข้อสงสัย และสามารถให้ความกระจ่างกับญาติและสังคมได้