ข่าว

ระเบิดโกดังสินค้าจีนเหยื่อเสียชีวิต44คน

ระเบิดโกดังสินค้าจีนเหยื่อเสียชีวิต44คน

13 ส.ค. 2558

โกดังวัตถุไวไฟระเบิดสนั่นเมืองเทียนจิน ประเทศจีน ลูกไฟยักษ์ลุกโชนเหนือท้องฟ้า เหยื่อเสียชีวิตอย่างน้อย 44 คน เจ็บกว่าครึ่งพัน

            เหตุระเบิดครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม สื่อของทางการจีน รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดสองระลอกใหญ่ในโกดังเก็บสารเคมีและวัตถุไวไฟ ภายในนิคมอุตสาหกรรมใกล้ท่าเรือเมืองเทียนจิน เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 12 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับประเทศไทย 22.30 น.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 44 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงถึง 12 คน และยังมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 520 คน ซึ่งกว่า 60 คนมีอาการสาหัส หน่วยฉุกเฉินต้องรับมือกับจำนวนผู้บาดเจ็บที่ล้นโรงพยาบาล
 
            เสียงระเบิดสองครั้งในเวลาห่างกัน 30 วินาที ดังกึกก้องไปทั่วเมือง ตามด้วยลูกไฟขนาดมหึมาถึงขนาดที่ดาวเทียมตรวจอากาศของญี่ปุ่นสามารถจับภาพได้ เหตุระเบิดทำให้พื้นสั่นสะเทือนจากคลื่นกระแทก หรือช็อกเวฟ คล้ายกับแผ่นดินไหวรุนแรง รับรู้ได้ไกลหลายกิโลเมตร กระจกหน้าต่างอาคารใกล้เคียงแตกในพื้นที่รัศมี 2 กิโลเมตรรอบโกดัง ทางการต้องระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงราว 1,000 คน และรถดับเพลิงกว่า 140 คัน เร่งดับไฟในโกดังที่ใช้เก็บสารเคมีอันตราย
 
            นอกจากนี้ ไฟยังลามเผาผลาญทั่วลานจอดรถที่มีรถยนต์ใหม่ยี่ห้อเรโนลต์จอดอยู่ 1,000 คัน ภาพที่สร้างความตื่นตะลึง คือ รถยนต์มากมายหลายร้อยคันถูกไฟไหม้จนเหลือแต่โครง
 
            มีรายงานด้วยว่า ทางการไม่สามารถติดต่อกับพนักงานดับเพลิง 36 คน ส่วนรายงานทางสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า ทางการในเทียนจินเตือนว่า อาจจะเกิดการระเบิดขึ้นอีก ประชาชนในเมืองเริ่มได้รับการร้องขอให้อพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย
 
            ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง สั่งระดมความพยายามช่วยเหลือคนบาดเจ็บและลดความสูญเสียจากเหตุระเบิดให้น้อยที่สุด คณะรัฐมนตรีจีนส่งคณะทำงานนำโดยรัฐมนตรีกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะ ไปกำกับการกู้ภัยและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว
 
            ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวจีน ประเมินว่า ระเบิดครั้งแรกมีความรุนแรงเทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 3 ตัน บันทึกแรงสั่นสะเทือน 2.3 ตามมาตราริกเตอร์ ส่วนครั้งที่ 2 เทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 21 ตัน แรงสั่นสะเทือน 2.9 ตามมาตราริกเตอร์ เจ้าหน้าที่ต้องรอให้สารเคมีทั้งหมดเผาไหม้อย่างสมบูรณ์เพื่อตรวจสอบว่าเป็นระเบิดชนิดใด
 
            ชาวเมืองเทียนจินคนหนึ่งที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายกิโลเมตร กล่าวว่า เขาคิดว่าเกิดแผ่นดินไหว จึงรีบลงไปข้างล่าง พอออกมาข้างนอกถึงได้รู้ว่าเป็นเหตุระเบิด เห็นลูกเพลิงยักษ์อยู่ในท้องฟ้า ควันหนาทึบ
 
            ทางการเมืองเทียนจินได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 12 จุด ทั่วนิคมอุตสาหกรรมปินไห่ และจากการวัดในวันเกิดเหตุ พบสารละลายโทลูอีนที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ในปริมาณสูงถึง 3.7 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินกว่าระดับปลอดภัยที่กำหนดไว้ที่ 2.4 มิลลิกรัม ส่วนก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และละอองฝุ่น ที่เป็นมลพิษหลักยังไม่เพิ่มขึ้น
 
            ทางการยืนยันด้วยว่า มลพิษทางอากาศไม่ได้ลอยไปไกลถึงกรุงปักกิ่งอย่างที่มีข่าวลือ เพราะกระแสลมจากเทียนจินพัดลงทะเลป๋อไห่ ไม่ใช่ไปทางปักกิ่ง
 
            สื่อท้องถิ่นรายงานว่า บริษัทเจ้าของโกดัง ชื่อ รุยไห่ โลจิสติกส์ ก่อตั้งเมื่อปี 2554 เป็นบริษัทได้รับอนุญาตจัดการวัตถุอันตราย บริษัทระบุว่าโกดังและบริเวณโดยรอบกินพื้นที่ราว 5 แสนตารางฟุต และมีพนักงาน 70 คน
 
            เมืองเทียนจิน อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 140 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเมืองใหญ่สุดของจีน มีประชากรเกือบ 15 ล้านคน เป็นศูนย์กลางการผลิตและเมืองท่าขนาดใหญ่ทางเหนือของจีน จากกรุงปักกิ่งเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงใช้เวลาเพียง 30 นาที
 
            ด้าน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามเหตุระเบิดในเขตอุตสาหกรรมท่าเรือปินไห่ นครเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ไม่พบว่ามีคนไทยในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุระเบิดดังกล่าว ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม มีคนไทยอาศัยในนครเทียนจินประมาณ 500 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียน นักศึกษา 470 คน และอยู่ในระหว่างปิดภาคเรียน และส่วนใหญ่มีถิ่นพำนักห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 กิโลเมตร