ข่าว

สภาสื่อภูมิภาค

สภาสื่อภูมิภาค

13 ส.ค. 2558

จอกอ : สภาสื่อภูมิภาค : โดย...Chairman NPCT (2013-2015) facebook/twitter chakkrish

 
                       เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ 25 ชื่อฉบับ ได้ร่วมลงนามในบันทึกเจตนารมณ์ จัดตั้ง “สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ” เมื่อ 18 ปีก่อน พวกเขามีความเห็นร่วมกันว่า ควรต้องมีองค์กรอิสระ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมกันเองและส่งเสริมเสรีภาพและความรับผิดชอบของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์
 
                       ผู้ริเริ่มก่อตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คือคนทำหนังสือพิมพ์ทั้งประเทศ ไม่แยกแบ่งที่ตั้งตามภูมิศาสตร์ หรือขนาดใหญ่-เล็ก
 
                       นับจากก่อตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คนข่าวจากต่างจังหวัด ร่วมเป็นคณะกรรมการมาตั้งแต่ชุดแรก และต่อเนื่องมาทุกยุคสมัย รวมทั้งคณะอนุกรรมการซึ่งเป็นกลไกการทำงานสำคัญ คณะอนุกรรมการสมาชิกสัมพันธ์ในยุคสุดท้ายที่ผมเป็นประธาน เกือบทั้งหมดเป็นตัวแทนองค์กรสมาชิกจากต่างจังหวัด
 
                       สามปีที่ผมเป็นประธาน เรายกเว้นไม่เยี่ยมสมาชิกส่วนกลาง แต่ให้เวลาส่วนใหญ่ไปเยี่ยมเยือนถามไถ่ทุกข์สุของค์กรสมาชิกในต่างจังหวัด ยามเจ็บไข้ได้ป่วย ยามจากลาหรือสูญเสีย ตัวแทนสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องไปร่วมงานและให้ความช่วยเหลือเสมอ
 
                       เพราะนโยบายประกาศชัดเจนแต่แรกว่า สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นสภาของคนข่าวทั้งประเทศ มิใช่สภาหนังสือพิมพ์แห่งกรุงเทพฯ และไม่แยกแบ่งว่าเป็นหนังสือพิมพ์ขนาดเล็กหรือใหญ่
 
                       นโยบายนี้ชัดเจน และถูกถ่ายทอดสู่คนข่าวต่างจังหวัดทุกครั้งที่มีโอกาสพบปะสนทนากัน จนถึงวันนี้องค์กรสมาชิกที่เป็นองค์กรต่างจังหวัดมีจำนวน 31 องค์กร ในขณะที่องค์กรสมาชิกในกรุงเทพฯ มี 16 องค์กร
 
                       เมื่อแรกตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คงมีแต่คนทำสื่อหนังสือพิมพ์ล้วนๆ แต่ห้วงเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา กิจการสื่อในส่วนกลางเติบโตขยายตัวจนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีความสลับซับซ้อนในแง่ของการทำสื่อและเกิดช่องทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในการสื่อสารทั้งออนไลน์ และการปรับตัวขององค์กรสื่อสิ่งพิมพ์ ไปสู่สถานีโทรทัศน์ดิจิทัล
 
                       ขณะที่สื่อหนังสือพิมพ์ในภูมิภาค ก็อยู่ระหว่างทางแยกว่า จะคงรูปแบบเดิมไว้ หรือจะปรับตัวตามบริบทของสังคมยุคใหม่
 
                       แต่ไม่ว่าบริบทสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจของคนทำสื่อและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง คือการทำงานตามหลักการวิชาชีพ
 
                       สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เมื่อเดินมาถึง พ.ศ.นี้ ด้วยโครงสร้าง เป้าหมายและวิธีการทำงานที่ออกแบบสำหรับสภาพสังคมและภูมิทัศน์สื่อในยุคนั้น จึงไม่อาจรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสาร และผู้ผลิตเนื้อหา ที่มีทั้งผู้ผลิตที่เป็นสื่ออาชีพ
 
                       กับผู้ผลิตที่เป็นเพียงผู้ใช้เครื่องมือสื่อสาร แต่ไม่ได้เป็นสื่อที่อาจคาดหวังสิ่งใดได้
 
                       หากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ยังต้องการเวลาปรับตัว ปรับองค์กรให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่ภารกิจการทำงานที่ต้องมีความรับผิดชอบตามวิชาชีพ เป็นสิ่งที่รอไม่ได้ การแบ่งหน้าที่กันทำ จึงเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปไม่ได้
 
                       โดยเฉพาะในยุคที่มีการส่งเสริมให้รวมกลุ่มกัน เพื่อกำกับดูแลกันเองในเรื่องจริยธรรม ซึ่งในกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มีกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มาตรา 39
 
                       "ให้คณะกรรมการดำเนินการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เป็นองค์กรในรูปแบบต่างๆ เพื่อทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ...” 
 
                       ผมรับการเชิญชวนจาก กสทช.ไปอธิบายความสำคัญ และความจำเป็นในการรวมกลุ่มกัน เพื่อกำกับดูแลกันเองต่อเนื่องสองปีแล้ว โดยใช้ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นกรณีศึกษา 
 
                       มีกลุ่มผู้ประกอบการโดยเฉพาะสื่อวิทยุ เคเบิลทีวี จำนวนมากตื่นตัวที่จะรวมกันเป็นองค์กร หรือสภาวิชาชีพจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อความเชื่อถือในสื่อทั้งระบบ
 
                       การรวมตัวกันของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ในต่างจังหวัด ในนามสภาวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ จึงมีนัยสำคัญไม่แตกต่างกัน
 
                       เมื่อคำนึงถึงวิธีการเลือกเนื้อหาข่าว วิธีการนำเสนอของหนังสือพิมพ์ในต่างจังหวัดโดยส่วนใหญ่ที่มุ่งตอบสนองสัญชาตญาณความอยากรู้ อยากเห็นของมนุษย์ ด้วยข่าวประเภทอาชญากรรม ข่าวการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งล้วนแต่เป็นข่าวที่หมิ่นเหม่ต่อการละเมิดจริยธรรม
 
                       การรวมตัวเพื่อทบทวนบทบาทและศึกษาวิธีการจัดการบริหารหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ให้เป็นสื่อที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในขณะเดียวกันก็สามารถอยู่รอดได้ในทางธุรกิจจึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
 
                       แต่ก็ต้องแยกบทบาท และความรับผิดชอบให้ชัดเจน หากกรรมการสภาใหม่ ยังคงบทบาทหน้าที่อยู่ในสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ก็สมควรต้องทบทวน เพื่อมิให้กลายเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เหมือนบทบาทความเป็นเจ้าของและบรรณาธิการในต่างจังหวัด ซึ่งอยู่ในคนคนเดียวกัน
 
                       หากทุกองค์กรมีเป้าหมายชัดเจน ไม่จุกจิกหยุมหยิมในเรื่องไร้สาระ หรือใช้เหตุผลส่วนตัวมากำหนดงานที่เป็นประโยชน์สาธารณะ การปฏิรูปสื่อก็จะเดินหน้าไปได้
 
 
 
 
 
--------------------
 
(จอกอ : สภาสื่อภูมิภาค : โดย...Chairman NPCT (2013-2015) facebook/twitter chakkrish)