
'ปรีชา' ...แรง ! เก้าอี้ ผบ.ทบ.คนที่ 39
13 ส.ค. 2558
เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ 'ปรีชา' ...แรง ! เก้าอี้ ผบ.ทบ.คนที่ 39
เหล่าทัพมีการขยับบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2558 เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อยื่นให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันที่ 15 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ตามนัดหมาย เนื่องจากในปีนี้มีนายทหารที่จะเกษียณอายุราชการในตำแหน่งหลักหลายตำแหน่ง อาทิ ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งความน่าสนใจไม่เพียงเฉพาะเปลี่ยนแปลงในระดับหัวๆ เท่านั้น แต่จะมีการพิจารณาในระดับไลน์ 5 เสือของแต่ละเหล่าทัพ ก่อนที่จะไปสู่ตำแหน่งกองทัพภาคต่อไป
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารระดับสูงนี้ี้แล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพร้อมกับรายชื่อปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือ “ประยุทธ์ 2” ทั้งนี้บัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารทางผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ส่งให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลเรียบร้อยแล้ว
“ปรีชา” เบียด “ธีรชัย” นั่ง ผบ.ทบ.
การปรับย้ายครั้งนี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพค่อนข้างพิถีพิถันในการพิจารณา เนื่องจากต้องหาคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง และที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบการเดินหน้าปฏิรูปประเทศของรัฐบาลและคสช. ที่ขณะนี้กำลังเดินหน้าไปสู่โรดแม็พระยะที่ 3 โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนที่ 39 ที่จะมาแทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมีแคนดิเดตอยู่ 2 คน คือ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา (ตท.15) อยู่ระหว่างการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อุดมเดช ในรอบสุดท้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ก่อนจะมีการประชุมสภากลาโหม
กระนั้นก็ดี แม้ตำแหน่ง ผบ.ทบ.จะยังไม่ชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า พล.อ.อุดมเดช จะเสนอชื่อ พล.อ.ปรีชา น้องชายนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงจำเป็นต้องเลือกคนที่ไว้ใจมากที่สุดมาดูแลสถานการณ์ ขณะที่ พล.อ.ธีรชัย อาจถูกโยกมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อทำงานควบคู่กับ พล.อ.ประวิตร รมว.กลาโหม โดยเฉพาะในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม 2558-2567
ดัน “วลิต” รอง ผบ.ทบ.ช่วยงาน
สำหรับรายชื่อปรับย้ายนายทหารที่จะเข้ามาอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ. คาดว่า พล.อ.อุดมเดช จะขยับให้ พล.อ.วลิต โรจนภักดี (ตท.15) รองเสนาธิการทหาร ขยับขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ทบ.และได้แรงหนุนจาก พล.อ.ประวิตร ในฐานะน้องรัก เพื่อให้กลับมาช่วยงาน พล.อ.ปรีชา ส่วน พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ (ตท.16) แม่ทัพภาคที่ 1 ขยับมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. คู่กับ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ (ตท.15) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร (ตท.17) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เป็นเสนาธิการทหารบก ส่วน พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ (ตท.18) แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)
ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เสนอชื่อ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ (ตท.15) เสนาธิการทหาร เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนต่อไป โดยมี พล.อ.พอพล มณีรินทร์ (ตท.16) ข้ามห้วยมาเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ควบคู่กับ พล.ร.อ.ประสาน สุขเกษตร (ตท.14) เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ (ตท.16) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ทวีป เนตรนิยม (ตท.16) ผู้บัญชาการทหารพัฒนา เป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ (ตท.15) รองเสนาธิการทหาร ขยับเป็นเสนาธิการทหาร
โฟกัสไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หาก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) ผิดหวังในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก จะมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล (ตท.14) ข้ามห้วยมาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี (ตท.15) ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ มาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.วรฉัตร ธารีฉัตร (ตท.15) ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ โยกข้ามห้วยไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล (ตท.16) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ลูกหม้อในหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม
“ณรงค์พล” จ่อคุมกองทัพเรือ
ส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ส่งไม้ต่อให้ด้วยการเสนอชื่อ พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง (ตท.14) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ เพื่อเดินหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ 3.6 หมื่นล้านบาท และขยับให้ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ เสนาธิการทหารเรือ (ตท.15) เป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อจ่อคิวเป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนต่อไป เพราะเกษียณอายุราชการเดือนกันยายน 2560 ส่วน พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ (ตท.15) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ ที่มีผลงานโดดเด่นในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ภายในศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ และมี พล.ร.อ.ไกรวุธ วัฒนธรรม (ตท.16) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ขยับเป็นเสนาธิการทหารเรือ โดยมี พล.ร.ท.สุชีพ ชนไมตรี (ตท.17) เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
ขณะที่กองทัพอากาศ แม้การปรับย้ายครั้งนี้จะไม่ค่อยฮือฮาเท่าเหล่าทัพอื่น แต่ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง เพราะเกษียณอายุราชการในปี 2559 แต่ก็มีการจัดวางไลน์ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศใหม่ โดยมีการขยับให้ พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ (ตท.16) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ขึ้นมาเป็นรองผู้บัญชาการทหารอากาศ แทน พล.อ.อ.อานนท์ จารยะพันธุ์ ที่จะต้องเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อรอต่อคิวเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศคนต่อไป โดยมีเพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง (ตท.16) เสนาธิการทหารอากาศ ขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.อ.อ.เผด็จ วงษ์ปิ่นแก้ว (ตท.15) ผู้บัญชาการหน่วยควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ส่วน พล.อ.ท.ทวิเดนศ อังศุสิงห์ (ตท.16) หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจําผู้บังคับบัญชา ขยับเป็นเสนาธิการทหารอากาศ



