ข่าว

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป

13 ส.ค. 2558

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป : โดย...สำนักข่าวเนชั่น

 
                       จบลงค่อนข้างด้วยดี...กับการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยอมทบทวนบทเฉพาะกาลมาตรา 281 จากเดิมที่ 3 องค์กร คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สถานีไทยพีบีเอส และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ  ให้ยังคงสามารถรับภาษีบาปมาใช้ในการดำเนินกิจการได้อีกไม่เกิน 4 ปี นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ แก้ไขเป็นว่าสามารถรับภาษีบาปต่อไปเช่นเดิมไม่มีการกำหนดอายุเวลาเพียงแต่มีเงื่อนไขเพิ่มขึ้น คือ ให้มีคณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติประเมินผลงานของทั้ง 3 องค์กร และต้องรายงานถึงเงินเหลือจ่ายในแต่ละปีต่อ ครม. สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา 
 
                       ก่อนหน้านี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้มีหนังสือถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แก้ไขเพิ่มร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีเนื้อหาห้ามไม่ให้มีการออกกฎหมายเพื่อจัดเก็บและจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (ภาษีบาป) หรือ Earmarked Tax รวมทั้งให้มีบทเฉพาะกาลให้หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายลักษณะนี้ บังคับใช้ไปได้อีกไม่เกิน 4 ปี ด้วยข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่า เพื่อให้เกิดวินัยทางการคลัง เนื่องจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีบาป” ที่ผ่านมา ถือเป็นเงินที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการงบประมาณ ซึ่งหากเป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการ หน่วยงานที่จะได้รับผลกระทบก็คือ 3 องค์กรข้างต้น
 
                       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะยอมให้ สสส. ไทยพีบีเอส และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ใช้ภาษีบาปได้ต่อไป แต่ยังไม่อนุญาตให้มีการใช้ภาษีบาป หรือ Earmarked Tax กับองค์กรอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะให้องค์กรเหล่านั้นไปใช้วิธีการจัดสรรงบประมาณตามปกติ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี
 
                       การที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยอมให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ  รับภาษีบาปเพื่อนำไปใช้ในกิจการของทั้ง 3 องค์กร ต่อไปได้นั้น ต้องบอกว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
 
                       เพราะในเรื่องของภารกิจเพื่อสังคม คงจะไม่มีใครสามารถบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญหรือไม่จำเป็น ซึ่งทั้ง 3 องค์กรต่างก็สำคัญ เช่น สสส. ซึ่งเป็นองค์กรดูแลสุขภาพเชิงรุก ส่วนไทยพีบีเอส สังคมไทยคาดหวังให้มีสื่อหนึ่งที่ไม่ใช่จะมีแต่ข้อมูลมอมเมาหรือบิดเบือนหรือเป็นข้อมูลที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งเป็นภารกิจสาธารณะที่สำคัญเช่นกัน ด้านกองทุนพัฒนากีฬาฯ ถ้าเราเชื่อว่ากีฬาสามารถพัฒนาชาติให้เป็นชาติ มีวินัย คนมีคุณภาพ ขจัดยาเสพติด กีฬาก็เป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญด้วยเช่นกัน
 
                       ส่วนที่มีความเป็นห่วงกันว่า เมื่อมีการจัดสรรเงินภาษีให้แก่หน่วยงานพิเศษที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการงบประมาณแล้ว จะขาดระบบตรวจสอบและมีการใช้เงินงบประมาณไปในทางที่ไม่เหมาะสมนั้น ในความเป็นจริงแล้วทุกองค์กรมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดไม่ต่างจากหน่วยราชการทั่วไป หรือบางครั้งอาจจะดูว่ามีความเข้มงวดมากกว่าหน่วยราชการด้วยซ้ำไป เพียงแต่กระบวนการอนุมัติและใช้จ่ายงบประมาณมีความคล่องตัวกว่าหน่วยราชการมากนัก จึงทำให้มีความคล่องตัวในการทำงานมากกว่า
 
                       แต่ก็ต้องยอมรับว่า หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจาก “ภาษีเฉพาะ” เหล่านี้ อาจจะมีปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ยังมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ ก็ต้องเป็นเรื่องที่จะต้องหาทางให้บริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป แต่อย่างน้อยก็ยังไม่พบว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างชัดแจ้งเกิดขึ้นในหน่วยงานเหล่านี้
 
 
 
 
--------------------
 
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)