
เจาะตลาด 'แอฟริกาใต้' เพิ่มโอกาสการค้าสินค้าไทย
13 ส.ค. 2558
เจาะตลาด 'แอฟริกาใต้' เพิ่มโอกาสการค้าสินค้าไทย
ในที่สุดกระทรวงพาณิชย์ก็ปรับลดเป้าหมายการส่งออกของปีนี้ลง ซึ่งประเมินว่าตัวเลขจะลดลงถึง 3% เมื่อเทียบกับการส่งออกในปีก่อน ถือเป็นการปรับลดเป้าเป็นติดลบเป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าการส่งออก 229,698 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับลดคาดการณ์ดังกล่าว เป็นไปตามสถานการณ์โลกที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับประเทศผู้นำเข้าได้ลดการนำเข้าสินค้าลง แต่ไทยก็ยังรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะคงเร่งผลักดันการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อให้ติดลบน้อยที่สุด
“ล่าสุดได้เดินทางเยือนประเทศแอฟริกาใต้เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากจะมีการลงนามการขายข้าวระหว่างผู้นำเข้าข้าวในแอฟริกาใต้และโมซัมบิก กับผู้ส่งออกของไทยปริมาณรวม 7.6 แสนตันแล้ว ยังได้นำผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี ในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ ยางพารา และสินค้ากลุ่มแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ รวม 37 ราย เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการในแอฟริกาใต้ และประเทศใกล้เคียง พบมียอดการสั่งซื้อทันที 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะมียอดสั่งซื้อสินค้าตลอดทั้งปี 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”
ทั้งนี้ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในทวีปแอฟริกา และเป็นตลาดส่งออกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ โดยเป็นประตูการค้าที่สำคัญของไทยในการส่งสินค้าไปประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแอฟริกา โดยเฉพาะโมซัมบิก และแองโกลาที่น่าจะถือเป็นตลาดดาวรุ่งของไทย อีกทั้งไทยก็เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของแอฟริกาใต้ในกลุ่มประเทศอาเซียน สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปแอฟริกาใต้ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขณะที่สินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากแอฟริกาใต้ คือสินแร่ โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย และอัญมณี เป็นต้น
สำหรับการค้าขายระหว่างไทยกับทวีปแอฟริกาใต้ช่วง 6 เดือนแรกปี 2558 มีมูลค่า 4,508 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 3,448 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 1,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นมูลค่าส่งออกไปยังแอฟริกาใต้ จำนวน 1,014 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.40 ของการส่งออกไปยังทวีปแอฟริกา
นอกจากนี้ หากมองภาพรวมในทวีปแอฟริกา พบว่า มีความสำคัญต่อไทย 3 ประการ คือ เป็นตลาดสินค้าของไทย โดยเฉพาะข้าว ยานยนต์และชิ้นส่วน ยางพารา ปลากระป๋อง โดยเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจมากถือเป็นตลาดดาวรุ่งด้วยประชากรกว่า 1,000 ล้านคน อีกทั้งยังเป็นสังคมคนหนุ่มสาว ซึ่งแตกต่างจากประเทศยุโรปที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นสังคมคนสูงอายุ ดังนั้น จึงเป็นตลาดที่เป็นอนาคตของไทยและน่าจับตามอง รวมทั้งภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทยต่อสายตาชาวแอฟริกา ก็ถือว่ามีภาพลักษณ์ที่ดีมาก โดยเฉพาะสปาไทย
รวมทั้งยังเป็นแหล่งการลงทุนที่น่าสนใจ และเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะอัญมณี อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคคือการที่คนไทยยังไม่กล้าเข้าไปค้าขายในแอฟริกามากนัก เนื่องจากการรับรู้ของคนไทยต่อแอฟริกาอาจจะยังไม่ดีนัก ประกอบกับปีที่ผ่านมาแอฟริกาเจอกับข่าวโรคติดต่อ การก่อการร้าย ที่ทำให้คนไทยมองว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า ยังได้หารือกับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มร้านอาหาร และสปาไทยในแอฟริกาใต้ พบว่า มีปัญหาและอุปสรรค โดยผู้ประกอบการขอให้ภาครัฐช่วยเจรจาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันเรื่องกฎหมายแรงงาน นโยบายการออกใบอนุญาตทำงานที่รัฐบาลแอฟริกาใต้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเจ้าของกิจการระบุว่าธุรกิจเหล่านี้มีความจำเป็นต้องใช้คนไทย ซึ่งธุรกิจบริการเหล่านี้มีโอการสูงที่จะนำไปสู่การนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลิตภัณฑ์สปาและวัตถุดิบแบบสำเร็จรูปเข้าร้านอาหารไทย โดยหลังจากรับฟังปัญหาแล้วจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงแรงงานและกระทรวงต่างประเทศต่อไป
ด้านภาคเอกชนของไทยได้มองเห็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนในแอฟริกาใต้ โดยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แอฟริกาใต้ เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มบริคส์ (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้) ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และยังเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคแอฟริกาที่มีประชากรรวมกันกว่าพันล้านคน จึงนับเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพ และมีความน่าสนใจ และจะเป็นประตูสำหรับสินค้าไทยที่จะเข้าไปขยายตลาดในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคต่อไป
อย่างไรก็ตาม แอฟริกาใต้ก็ยังเป็นตลาดที่น่าจับตามองของประเทศอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่เข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น นักธุรกิจไทยเองจึงต้องเปลี่ยนมุมมองต่อประเทศแอฟริกาใต้ เพราะนอกจากจะเป็นตลาดสำคัญสำหรับสินค้าข้าว ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง รวมไปถึงรถยนต์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ และเม็ดพลาสติกแล้ว ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่น่าเข้าไปลงทุน เช่น ร้านอาหาร สปา สินค้ากลุ่มเพื่อสุขภาพและความสวยงาม ก็น่าจะมีโอกาสในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน
“สินค้าไทยในแอฟริกาใต้ได้รับความนิยมมาก อย่างเช่น ข้าวไทย ซึ่งจากการได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจในห้างค้าปลีกรายใหญ่ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก คนส่วนใหญ่จะหยิบข้าวไทยก่อน อีกทั้งสปาไทยก็เป็นที่นิยมมาก อย่างไรก็ตาม จากการที่ภาคเอกชนของไทยโดยคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน หรือ กกร. ได้มีการตั้งสภาธุรกิจไทย-แอฟริกาใต้ แล้วแต่ยังขาดคู่เจรจา จึงเสนอต่อภาครัฐ ให้สนับสนุนภาคธุรกิจแอฟริกาใต้ให้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจแอฟริกาใต้-ไทยขึ้น เพื่อให้เป็นคู่เจรจาระหว่างภาคเอกชนด้วยกัน ในการเจรจาธุรกิจระหว่างกัน ค้าขาย และการจับคู่ธุรกิจ โดยเห็นว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยภาคเอกชนน่าจะมีศักยภาพที่ดี และมีภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุน อำนวยความสะดวกต่างๆ”



