
'น็อกดาวน์' งบไม่บาน-ต้านแผ่นดินไหว !!
13 ส.ค. 2558
คมคิด ธุรกิจนิวเจน : 'น็อกดาวน์' งบไม่บาน-ต้านแผ่นดินไหว !! : เรื่อง...ธานี กุลแพทย์ / ภาพ...สุกล เกิดในมงคล
“การทำงานทุกอย่างมีอุปสรรคปัญหาทั้งนั้น ตั้งสติ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ไขกันไป ทุกอย่างจะมีทางออกเอง ที่สำคัญอย่างยิ่งในการประกอบอาชีพนี้ คือเราต้องไม่หนีปัญหา และไม่ยอมแพ้ เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อผลงานของเราตลอดไป”
ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว นี่คือพื้นฐานแนวความคิดของคนรุ่นใหม่ “โอ” โอฬาร ตั้งวงศ์กิจ หนุ่มเมืองชัยนาทวัย 33 ปี เจ้าของธุรกิจบ้านน็อกดาวน์ “ไทยโฮม” ที่เริ่มต้นสร้างผลงานด้วยวัยเพียง 28 ปี อาศัยความกล้า มุมมองที่ต่าง และความพร้อม มุ่งสร้างธุรกิจด้วยหนึ่งสมองสองมือ รับสร้างบ้านโครงสร้างเหล็กต้านแผ่นดินไหว เสร็จเร็ว เติมเต็มความฝันให้แก่คนยุคใหม่ที่กำลังมองหาบ้าน ภายใต้บริบทงบ "จำกัด” ด้วยกลยุทธ์ “รับประกัน-จัดสรรเงินกู้” จนทำยอดขายทะลุ 300 หลังในปีที่ผ่านมา สร้างรายได้กว่า 160 ล้านบาท
ชีวิตของ “โอ” โอฬาร ตั้งวงศ์กิจ กว่าจะก้าวมาสู่เส้นทางนักธุรกิจร้อยล้านในปัจจุบัน เกิดขึ้นหลังจากจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนอยู่ระยะหนึ่ง โดยได้ทำงานประจำตำแหน่งวิศวกรโรงงานแห่งหนึ่งใน กทม. แต่ด้วยมองว่างานที่ทำจำเจซ้ำซาก เข้าออกงานเป็นเวลา เขาจึงลาออกและใช้ทุนของครอบครัวไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศเยอรมนี เป็นเวลา 3 เดือน
“ที่เยอรมนีผมได้มีโอกาสไปเรียนรู้การสร้างบ้านน็อกดาวน์ด้วยโครงสร้างเหล็ก ซึ่งที่นั่นบูมมาก และมองเห็นว่าบ้านลักษณะนี้ยังไม่มีใครเปิดตลาดในบ้านเรามาก่อน ต่อเมื่อได้กลับมาเมืองไทย และไปทำงานประจำอีกราวปีเศษ ผมจึงตัดสินใจก้าวออกมาและลงทุนเปิดธุรกิจรับสร้างบ้านโครงสร้างเหล็กเป็นของตัวเอง”
ปีเศษกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้น โอฬารยอมรับว่า เป็นการทำงานเก็บเงินสักก้อน เพื่อทำกิจการบ้านโครงสร้างเหล็ก ตามที่เรียนรู้มาจากต่างประเทศ โดยปฏิเสธจะขอรับความช่วยเหลือจากครอบครัว ซึ่งทำธุรกิจค้าขายอยู่ใน อ.เมือง จ.ชัยนาท ดังนั้น เขาจึงไม่ย่อท้อกับความเหนื่อยยากในการเก็บหอมรอมริบที่กว่าจะได้มาซึ่งเม็ดเงินจำนวนหนึ่ง หลังไปเป็นลูกจ้างโรงงานการ์เมนท์ และบริษัทเกี่ยวกับปริ๊นท์ออฟเซต ซึ่งทั้ง 2 แห่ง เขาบอกไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างบ้านแม้แต่น้อย
ปี 2553 เขาจึงเริ่มเดินตามความมุ่งหวังของตนเอง ด้วยการเปิดบริษัท บ้านไทยโฮม จำกัด ที่บ้านเกิด จ.ชัยนาท และที่ 9/8 หมู่บ้านนันทวัน ถ.สุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ รับผลิตบ้านโครงสร้างเหล็กภายใต้แบรนด์ “บ้านไทยโฮม” ซึ่งก็คือบ้านที่สามารถสร้างเสร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน มีลักษณะเช่นเดียวกับการสร้างบ้านน็อกดาวน์ แต่ความแตกต่างอยู่ที่การเลือกใช้วัสดุเหล็กมาสร้างเป็นส่วนใหญ่ทดแทนการใช้ไม้แบบบ้านน็อกดาวน์ทั่วไป และใช้การเชื่อมแน่นไม่สามารถถอดประกอบ ขณะเดียวกันก็รื้อและสร้างใหม่ได้ อีกทั้งยังขนย้ายง่าย เพียงแค่ใช้แม่แรงดีดให้ตัวบ้านยกสูงขึ้นจากพื้นแล้วย้ายไปอยู่บนรถ จากนั้นก็ดำเนินการขนส่งต่อไปยังที่ดินของลูกค้าเพื่อติดตั้งได้เลย
“โครงสร้างเหล็กที่ใช้เป็นนวัตกรรมการก่อสร้างที่ได้รับความนิยมมากของชาวเยอรมัน มีคุณสมบัติต้านแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งปลอดจากมอด ปลวกเข้าทำลาย ที่สำคัญตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่มีพื้นที่น้อย ไม่มีเวลามาดูการก่อสร้าง และมีงบจำกัด ขณะที่ความทนทานนั้นอยู่ได้นานเท่ากับบ้านทั่วๆ ไป”
การออกสตาร์ทจากยอดออเดอร์ จำนวน 10 หลัง ในการสร้างบ้านให้แก่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง กับทีมงานช่างมืออาชีพกว่า 10 ชีวิต ที่ทำการติดตั้งภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพียง 1-2 วัน ด้วยคุณภาพของงานที่ได้มาตรฐาน ภายใต้คำปรึกษาของคณาจารย์คณะวิศวะ ม.ศิลปากร ทำให้ชื่อของ “บ้านไทยโฮม” เริ่มปรากฏสู่สายตาประชาชน ตามรายการทีวี ในฐานะผู้บุกเบิกบ้านน็อกดาวน์โครงสร้างเหล็กแห่งแรกของไทย จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาวในวัยทำงานที่กำลังมองหาบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านน็อกดาวน์ประเภทนี้สามารถตอบโจทย์ได้ในทุกข้อ ทั้งได้มาตรฐาน รวดเร็ว ราคาไม่แพง ใช้พื้นที่ไม่มาก และลูกค้าไม่มีเวลาที่จะมาดูแลการก่อสร้าง
โดยเลือกสรรผ่านงานดีไซน์ใน 2 รูปแบบกว่า 100 รายการ เริ่มจาก บ้านสไตล์โมบายโฮม ที่มีกว่า 40 แบบ ในราคาเริ่มต้น 145,000 บาท ไปจนถึงล้านต้นๆ ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างสำเร็จเรียบร้อย สามารถขนย้ายไปตั้งบนที่ดินของลูกค้าได้เลย ใช้เวลาติดตั้งเพียง 2 วัน และบ้านสไตล์สมาร์ทโฮม ที่มีให้เลือกกว่า 60 แบบ สนนราคาเริ่มต้น 350,000 บาทขึ้นไป จนถึงหลัก 2 ล้านบาทเศษ บ้านลักษณะนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าสไตล์โมบายโฮม ซึ่งจะเป็นการนำโครงสร้างไปประกอบให้แก่ลูกค้าที่หน้างาน โดยจะใช้เวลาสร้างประมาณ 4-5 วัน
ความที่ราคาของบ้านใครๆ ก็จับต้องได้ บวกกับมาตรฐานความแข็งแรงทนทานเทียบเท่าบ้านทั่วไไป สินค้าจึงสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งกลุ่มนักลงทุนธุรกิจรีสอร์ท ที่ส่วนใหญ่สั่งผลิตขั้นต่ำ 10 หลังขึ้นไปต่อครั้ง รวมถึงผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยเองที่ไม่เฉพาะแค่คนวัยทำงาน ทั้งผู้สูงอายุที่ต้องการมีบ้านหลังที่ 2 ไว้พักผ่อนในบั้นปลายชีวิต ทำให้ “บ้านไทยโฮม” กลายเป็นธุรกิจที่ซื้อง่ายขายคล่อง ที่ปัจจุบันมียอดขายโดยเฉลี่ยประมาณ 30-40 หลังต่อเดือน กับรูปแบบบ้านโมบายโฮม และอีกกว่า 50 หลัง ในรูปแบบบ้านสมาร์ทโฮม ทำให้ปี 2557 ที่ผ่านมา ทั้งสองแบบสามารถสร้างรายได้ถึงกว่า 160 ล้านบาท
“เป็นความสำเร็จเบื้องต้นครับ! ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเรายึดกลยุทธ์สำคัญในการทำงานคือ รักษาคุณภาพด้านการผลิต รักษาชื่อเสียง ไปจนถึงการรับประกันสินค้าให้แก่ลูกค้า นี่คือจุดขายที่สร้างความประทับใจจนเกิดการบอกต่อ ซึ่งแตกต่างจากผู้ค้ารายอื่นที่มักขายบ้านในลักษณะขายขาดไม่มีการดูแลหลังการขาย ส่วนการตลาด ก็เน้นการออกบูธต่างๆ และทำประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก” เจ้าของธุรกิจ บอกด้วยความภาคภูมิใจหลังใช้เวลา 5 ปีเศษ รังสรรค์ผลงานจนเป็นที่กล่าวขานถึงในทุกวันนี้
สำหรับแผนในอนาคต โอฬารย้ำว่าจะขยายงานเพิ่มเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายระดับกลางและระดับล่าง ให้เข้าถึงการบริการของบ้านไทยโฮมได้ง่ายขึ้น ด้วยการจัดการระบบเงินกู้ให้แก่ลูกค้ากลุ่มนี้ โดยร่วมกับ ธ.กสิกรไทย ดำเนินการในระบบลีสซิ่ง นับเป็นครั้งแรกของสถาบันการเงินที่เข้ามาให้บริการเงินกู้แก่ลูกค้าในการสร้างบ้านน็อกดาวน์ที่เป็นโครงสร้างเหล็ก ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะนี้มาก่อน
อีกทั้ง ได้ขยายตลาดในประเทศไปสู่รูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งในปีแรกนี้ กำหนดรับ 3 ราย ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือหาดใหญ่ จ.สงขลา จ.อุบลราชธานี และ จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นแฟรนไชส์ในโหมดของบ้านสมาร์ทโฮม รวมถึงการนำเข้าเครื่องจักรใหม่ๆ เพื่อพัฒนาไลน์ผลิต เพราะมีแพลนในการส่งออกชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้าน เพื่อนำไปประกอบสร้างบ้านให้แก่ลูกค้าในประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จะมีการขยับขยายกันอย่างจริงจังในทุกบริบทของสังคม ไม่เว้นแม้แต่โหมดของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนปลายปีนี้ ฉะนั้น ระหว่างวันที่ 19-22 ตุลาคม 2558 โอฬารและทีมงาน จึงมีโปรแกรมเข้าร่วมงานแฟร์บ้านที่พักอาศัย ประจำปี ที่นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์
สำหรับเป้าหมายปี 2559 โอฬารยอมรับว่าแม้ธุรกิจบ้านน็อกดาวน์จะมีการแข่งขันที่สูงมากในปัจจุบัน ทว่า เขาและทีมงานต่างเชื่อมั่น “บ้านไทยโฮม” ภายใต้การนำของเขาจะมีโอกาสโตถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ และคาดจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทเลยทีเดียว
“การทำธุรกิจให้ถึงเป้าหมายไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ต้องพัฒนาผลงานอยู่เสมอ ฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะเมื่อเราเข้ามาทำงานในโหมดนี้ปัญหาเรื่องการคดโกงวัสดุอุปกรณ์มีเป็นประจำ ทว่า ต้องตั้งสติ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ไขกันไป ทุกอย่างจะมีทางออก ที่สำคัญอย่างยิ่งในการประกอบอาชีพนี้ คือเราต้องไม่หนีปัญหาและไม่ยอมแพ้ เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อผลงานของเราตลอดไป”
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจแต่หาทางเริ่มต้นไม่ถูก “โอ” โอฬาร ตั้งวงศ์กิจ แนะนำให้อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้วยมุมคิดที่ว่าอยากให้ทุกคนมีความกล้า มีความมั่นใจที่จะลงมือทำ เพราะถ้าหากแค่คิด ไม่ลงมือทำ ผลสำเร็จนั้นจะไม่ปรากฏอย่างแน่นอน
--------------------
(คมคิด ธุรกิจนิวเจน : 'น็อกดาวน์' งบไม่บาน-ต้านแผ่นดินไหว !! : เรื่อง...ธานี กุลแพทย์ / ภาพ...สุกล เกิดในมงคล)



