
ฝายชะลอน้ำภูมิปัญญาท้องถิ่นชุบชีวิตลุ่มน้ำทะเลน้อย
ฝายชะลอน้ำภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุบชีวิตลุ่มน้ำทะเลน้อย : ภัทรลดา ก้อนทองรายงาน
“ลุ่มน้ำทะเลน้อย” มีเนื้อที่ 600 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม อ.ป่าพะยอม และ อ.ควนขนุน เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชาว จ.พัทลุง ก่อนจะไหลลงทะเลสาบสงขลา หลายปีมานี้สภาพแวดล้อมของลุ่มน้ำทะเลน้อยเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยเป็นป่าสมบูรณ์กลับถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อทำการเกษตร ทั้งสวนยางพารา สวนผลไม้ หรือแม้กระทั่งนาข้าว
4-5 ปีหลังมานี้ “ลุ่มน้ำทะเลน้อย” ประสบปัญหาวิกฤติทางธรรมชาติ ในฤดูแล้งน้ำในพื้นที่จะแห้งขอด แต่ในฤดูฝนจะประสบปัญหาอุทกภัยในวงกว้าง ครอบคลุมหลายพื้นที่ของ ต.ป่าพะยอม ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม และ ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 2,000 ครัวเรือนได้รับความเดิือดร้อนอย่างรุนแรง
พื้นที่เพาะปลูกกว่า 14,000 ไร่ ใน 3 ตำบลนี้ ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง และจะถูกน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน สาเหตุหลักเป็นเพราะระบบการจัดเก็บน้ำและระบบการระบายน้ำในพื้นที่ขาดประสิทธิภาพ
“เปลี่ยน สังข์ชู” ชาวตำบลเกาะเต่า อ.ป่าพะยอม ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ยอมรับว่า ต้องประสบปัญหาความทุกข์ยากเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูฝน เพราะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่สูงกว่า 2 เมตร ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายไปแทบทั้งหมด ส่วนในช่วงฤดูร้อนเกิดปัญหาน้ำแล้ง ไม่สามารถทำการเกษตรได้ แม้กระทั่งน้ำที่ใช้อุปโภคยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในการดำรงชีวิตประจำวัน
“ปัญหาเพราะมีการบุกรุกพื้นที่ริมสองฝั่งคลองจนทำให้แหล่งน้ำมีขนาดเล็กลง รวมไปถึงมีการทับถมของตะกอนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำสำรองลดน้อยลง แหล่งน้ำที่เคยเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำก็หายตามไปด้วย เราประสบปัญหากันมานาน ซึ่งก็พยายามหาทางแก้ปัญหากันมาตลอดซึ่งมาเป็นรูปเป็นร่างเอาปีสองปีนี้” เปลี่ยน กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลน้อยเกิดปัญหาอุทกภัยเฉลี่ยปีละ 4 ครั้ง ในแต่ละครั้งระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นได้เสนอให้จัดสร้างเขื่อนคอนกรีตกั้นตลอดสองฝั่งคลองต้นน้ำ แต่ไม่สามารถทำได้จริงเพราะติดขัดเรื่องงบประมาณ
ต่อมามูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เข้าไปในพื้นที่เพื่อร่วมหาทางแก้ปัญหา เริ่มต้นด้วยการระดมความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาทางแก้ปัญหา ต่อมาได้จัดประกวดโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ระดมความคิดเห็นกันในการหาทางแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลน้อยให้เป็นรูปธรรม
ในการประกวดโครงการนี้ “พรพิทักษ์ ขาวอ่อน” และกลุ่มเพื่อนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม ใช้ชื่อกลุ่มเยาวชนโรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม เขียนโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ลุ่มน้ำทะเลน้อย ด้วยการจัดสร้างฝายชะลอน้ำ พร้อมกับขุดลอกคูคลองในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อขยายเส้นทางน้ำให้กว้างและลึกขึ้น ซึ่งจะสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้นในฤดูน้ำหลาก และจะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำได้อย่างดีในช่วงฤดูแล้ง
แผนงานในโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม ชนะเลิศการประกวดครั้งนี้ถูกนำไปใช้แก้ปัญหาจริงในพื้นที่ โดยการสนับสนุนของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ และความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ในนามกลุ่มเครือข่ายคนรักษ์ป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด ซึ่งได้ช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านด้วยการใช้ทรายและก้อนหินบรรจุถุงกระสอบมาวางเรียงกันกั้นลำน้ำคลองตลิ่งชัน 9 ฝาย และคลองป่าพะยอม 3 ฝาย โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555
“ฝายที่สร้างขึ้นสามารถช่วยชะลอน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเก็บกักน้ำไว้ได้ในปริมาณมาก ส่งผลให้พื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัยในหน้าฝนลดน้อยลง ขณะที่ในช่วงฤดูแล้งก็ยังมีน้ำใช้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาน้ำไม่ท่วมที่ลุ่มน้ำทะเลน้อยแล้ว เช่นเดียวกับปัญหาน้ำแล้งก็หมดไปเช่นกัน” นายมณฑิพย์ สิงขะรม สมาชิกกลุ่มเครือข่ายคนรักษ์ป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด กล่าว
“ดร.รอยล จิตรดอน” กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัญหาของจังหวัดพัทลุง มักจะประสบปัญหา 2 เรื่องใหญ่ คือ ลุ่มน้ำทะเลน้อย และลุ่มน้ำทะเลหลวง ขาดการดูแล รวมถึงการบุกรุกพื้นที่ลำน้ำ ทำให้เกิดปัญหาการตื้นเขิน ในช่วงฤดูฝนจึงจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำสู่ทะเลสาบสงขลาให้ได้ปริมาณมากและเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะประสบปัญหาน้ำท่วม และการก่อสร้างถนนสายเอเชียซึ่งตัดผ่านชุมชนเกาะเต่า ชุมชนบ้านพร้าว และชุมชนป่าพะยอม ปิดเส้นทางน้ำ เมื่อฝนตกหนักในพื้นที่ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้ทัน
“หลังจากประชาชนในพื้นที่ร่วมกันบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โดยการสร้างฝายชะลอน้ำ และซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ซึ่งกรมชลประทานสร้างไว้ก่อนหน้านี้ทำให้การจัดเก็บน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงฤดูฝนน้ำสามารถจัดเก็บไว้ในพื้นที่ได้มากขึ้นเพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้ง” ดร.รอยล กล่าว
สอดคล้องกับ “ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ” กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ร่วมกับกองทัพบกจัดงบประมาณในการขุดลอกคลอง พร้อมทั้งนำกำลังทหารเข้าไปช่วยขุดลอกคูคลองในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลน้อยเป็นระยะ เพื่อเปิดเส้นทางน้ำ อีกทั้งยังช่วยก่อสร้างแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อใช้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว 16 โครงการ ครอบคลุม 4 ตำบล ของ อ.ป่าพะยอม คือ ต.เกาะเต่า ต.บ้านพร้าว ต.ป่าพะยอม และ ต.ลานข่อย ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี
จากการระดมสรรพกำลังของทุกหน่วยงานในการแก้ปัญหาวิกฤติ “ลุ่มน้ำทะเลน้อย” ในครั้งนี้เชื่อว่า จะเป็นการชุบชีวิตให้ลุ่มแม่น้ำสำคัญพลิกฟื้นคืนมา...เพื่ออยู่คู่กับชาวพัทลุงตลอดไป



