ข่าว

เกมชิงจังหวะนำ'คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ'

เกมชิงจังหวะนำ'คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ'

12 ส.ค. 2558

เกมชิงจังหวะนำ'คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

           สิ่งสำคัญของการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเป็นครรลองของการกำกับทิศทางกลไกการขับเคลื่อน-การบริหาร-กำกับ-ตรวจสอบ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในประเทศ คือ “เนื้อหา”

           แม้ขณะนี้การทำร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะอยู่ในขั้นทบทวนเนื้อหาที่ยังมีปัญหา แต่การไม่ยอมเปิดเผยสาระสำคัญ หรือบทบัญญัติที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่เสนอให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาเมื่อเดือนเมษายน อย่างครบถ้วนทุกตัวบท ถือเป็นจุดเพลี่ยงพล้ำ ที่ทำให้ผู้จ้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ–ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญมาเป็นทุนเดิม ฉวยเป็นจังหวะก้าวนำ ผู้ปรารถนาให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบ ไปแล้วหลายขุม

           โดยล่าสุด กมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่มี “ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์“ เป็นประธาน และ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่มี “เสรี สุวรรณภานนท์” เป็นประธาน ประสานมือ เพื่อจัดเวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสาระในบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นวันหลังจากที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้ สปช.พิจารณา

           พร้อมกันนั้นยังเปิดเวทีให้ “สมาชิก สปช.”  ที่ต้องการแลกเปลี่ยน หรือ เสนอความคิดเห็นเข้าร่วมเวที

           ส่วนจะเป็นเวทีเปิดให้สาธารณะรับฟังความเห็นหรือไม่นั้น...ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
          
           แต่หากจะเดาทาง เนื้อหาของการแลกเปลี่ยนความเห็น ตามจุดยืนที่ “กลุ่มของ ดร.สมบัติ-เสรี”  เคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ จะพบว่า ท่าทีสำคัญจะพุ่งเป้าไปที่การลงมติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป
          
           หากกำหนดของการเปิดเวทีแสดงความเห็นเป็นแบบ “เวทีปิด” ... เชื่อขนมกินได้เลยว่า ทิศทางของการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญจะเน้นการชำแหละปมปัญหาที่นำไปสู่การชี้นำการตัดสินใจไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

           อย่างน้อยก็เป็นปมปัญหาใน 10 ประเด็น ได้แก่ 1.การสร้างความเป็นใหญ่ให้พลเมือง จริงหรือ? 2.จำนวนและที่มาของส.ส. และ ส.ว. 3.พรรคการเมือง 4.การหยั่งเสียงของสมาชิกในพรรคการเมือง 5.การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม 6.คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง 7.การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและการตัดสิทธิทางการเมือง 8.รัฐบาลผสม 9.การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และ 10.การตราพระราชบัญญัติและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง

           ส่วนท่าทีและความเคลื่อนไหวต่อข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ออกมารายวัน ของ “กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ” ยังคงใช้ความสงบ มุ่งหวังสยบความเคลื่อนไหว

           แต่เมื่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปรารถนาจะให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากด่านของ สปช. รวมถึงมุ่งหวังให้ผ่านประชามติยังขาดการชี้แจงหรือให้รายละเอียดที่สำคัญต่อสาธารณะและปล่อยให้ผู้มุ่งคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เสียงดังอยู่ฝ่ายเดียว การชักจูงประเด็นและความเข้าใจสู่สาธารณะอาจจะเป็นไปในทางตรงข้าม

           หาก “กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ” ยังใจเย็น ด้วยหวังลึกๆ ว่าอำนาจพิเศษ จะดันเกมผ่านร่างรัฐธรรมนูญไปได้โดยง่าย แต่ทุกอย่างก็อาจไม่เป็นไปอย่างตั้งใจ เพราะเมื่อกระแสเปลี่ยน ทิศทางการเมืองก็ย่อมเปลี่ยน