ข่าว

‘บิ๊กป้อม’นัดเหล่าทัพส่ง‘โผทหาร’15 ส.ค.นี้

‘บิ๊กป้อม’นัดเหล่าทัพส่ง‘โผทหาร’15 ส.ค.นี้

11 ส.ค. 2558

‘บิ๊กป้อม’นัดเหล่าทัพส่ง‘โผทหาร’15 ส.ค.นี้ ชี้ทั้ง‘บิ๊กหมู-บิ๊กติ๊ก’เหมาะนั่งผบทบ. ยันบิ๊กตู่’ม่ยุ่งโผ เป็นปธ.ประชุมเขตศก.พิเศษพร้อมสั่งการทอ.ช่วย'กรมการบิน'แ

            11ส.ค.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2558 ว่า ได้นัดทุกเหล่าทัพให้ส่งบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารภายในวันที่ 15 ส.ค นี้ และหลังจากนั้นตนจะนัดหมายเพื่อกำหนดวันประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลที่มีด้วยกัน 7 คนโดยมี ตนเป็นประธาน รัชมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ โดยทาง พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะ เลขานุการคณะกรรมการปรับย้ายนายมหารชั้นนายพล จะเป็นผู้รวบรวมบัญชีรายชื่อทั้งหมด ก่อนจะนัดวันประชุม

            "เรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก โดยทางนายกรัฐมนตรีได้บอกว่า ท่านจะไม่เข้ามายุ่ง ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนที่จะพิจารณากันในคณะกรรมการ ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรต้องหนักใจจนถึงขั้นต้องโหวต" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าว

            เมื่อถามว่า ระหว่าง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ.คนที่1และ. พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผช.ผบ.ทบ.คนที่2ใครเหมาะสม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใครก็ได้ทั้งนั้น แต่ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีก็บอกไว้แล้ว ว่าต้องพิจารณาถึงความรู้ความสามารถ ประสพการณ์ ความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ ตลอดจนผลงานที่ผ่านมาของแต่ละคน ซึ่งก็ใกล้เคียงกันหมดซึ่งเราต้องดูว่าใครเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และขณะตนยังไม่มีชื่อของ ผบ.ทบ.คนใหม่อยู่ในใจ และยังไม่เห็นบัญชีรายชื่อการปรับย้ายนายทหารประจำปี

             ด้าน พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า ในส่วนของรายชื่อการปรับย้ายนายทหารประจำปี2558ของกองทัพเรือ ได้ส่งไปแล้ว ขอให้เชื่อใจ พล.อ.ประวิตร โดยการพิจารณาเน้นที่ความรู้. ความสามารถ เลือกคนที่ดีที่สุด พล.อ.ประวิตรท่านสุดยอดอยู่แล้ว
 

ประยุทธ์อย่ามากดดันตั้งผบ.ทบ. 
 
           พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนใหม่ ว่า เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ แต่ละหน่วยงานก็จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินและเสนอเรื่องขึ้นมา "ก็ขอให้ผมตัดสินใจเหอะ อย่ามากดดันผมเลย ใครเป็นก็เป็นตามนั้น ถ้าคุณเชื่อมั่นผม คุณก็เชื่อผมก็แล้วกัน ผมจะตั้งใครผมไม่ได้ตั้งเพื่อตัวผมเอง รวมทั้งตำแหน่งผบ.ทบ.ก็เป็นขั้นตอนของเขาอยู่แล้วจะมาโยนให้ผม ผมอยู่ได้ เขามาคณะกรรมการเสนอขึ้นมาตามขั้นตอนเราเห็นชอบได้ก็เห็นชอบไป เราจะไปสั่งทำมาล่ะ ถ้าไม่ดีไม่ได้เขาก็ทบทวนมาใหม่เท่านั้นเขารู้น่ะว่าเขาต้องทำอะไร
 
           ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้เก้าอี้ผบ.ทบ.คนใหม่มีชื่อของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผบ.ทบ.น้องชายของนายกฯ ดังมาก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามทันทีว่า “แล้วทำไมเล่า ทำไมเขาเป็นน้องผมมันผิดอะไรหรือเปล่า ผมเคยพูดไปแล้วเรื่องนี้ว่าในส่วนของกลาโหมเป็นเรื่องของคณะกรรมการและสภากลาโหมพิจารณาขึ้นมา ซึ่งเขามีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ทำไมล่ะถ้าเขาจะเป็นมันก็เสียหายหรือเปล่าไม่รู้ หรือถ้าเขาไม่ได้เป็นมันจะเสียหายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมก็เป็นของผมมาอย่างนี้เขาตั้งผมมาทุกตำแหน่งถ้าผมไม่ดีเขาไม่ตั้งผมมาเป็นผบ.ทบ.หรอก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
           เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นผบ.ทบ.มาก่อนมองคุณสมบัติคนที่มาเป็นผบ.ทบ.คนใหม่อย่างไรพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่คิด คิดไม่ได้ไม่ใช่หน้าที่ของผม อย่าไปคิดแทนคนอื่นไม่เอา และไม่ใช่เรื่องของการตัดสินใจเขาทำขึ้นอย่างไรผมก็เซ็นตามนั้นให้เขาเสนอขึ้นมาก่อนสิ คณะกรรมการฯ เขาเสนอขึ้นมาผมก็ต้องเซ็นตามนั้นจะไปแก้อะไรเขาได้”
 
           เมื่อถามว่าหากพล.อ.ปรีชาได้ขึ้นมาเป็นผบ.ทบ.คนใหม่จริงจะส่งผลกระทบกับนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะมากระทบกับตนเรื่องอะไรก็สื่อไปมองและวาดภาพออกมาอย่างนี้ไงแล้วทีอดีตรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีที่ผ่านๆ มานามสกุลเดียวกันทำไมสื่อไม่ไปเล่นงานกันบ้าง ทำไมมาเล่นงานแต่กับตน "มีหรือไม่ล่ะนามสกุลเดียวกันเป็นญาติกันทั้งหมดไม่เห็นมีใครว่าอะไรล่ะ ผิดบ้างถูกบ้างก็เห็นชื่นชมกันหมด ทีของผมยังไม่ได้เป็นอะไรสักอย่างหนึ่งแล้ว พูดไปพูดมาน้องชายผมก็น้อยใจผมอีกเพราะผมยังไม่คุยอะไรกับเขาเลยจริงๆ เขาไม่เคยมาคุยมาขออะไรกับผมเลย เพราะผมอยู่กับเขามาแบบนั้นตั้งแต่เด็กเป็นทหารด้วยกันเขาต้องโตขึ้นมาด้วยตัวของเขาเองไม่ใช่ผมจะไปเอื้อประโยชน์เพราะเป็นน้องของผมให้โตมันไม่ใช่ ได้แค่ไหนก็แค่นั้นและเป็นอย่างนี้มาโดยตลอดการจะเป็นผู้ใหญ่ในกองทัพมันไม่สบายต้องลำบากต้องเหน็ดเหนื่อยต้องได้รับการยอมรับจากคนในกองทัพด้วยไม่ใช่ว่าฉันจะเป็นก็เป็นถ้าเป็นแล้วมันปั่นป่วนทั้งหมดเขาก็คงไม่ชอบ ข้าราชการมีตั้ง 2 แสนกว่าคนจะตั้งใครส่งเดชได้อย่างไรมันก็จะรวยไปหมด และวันข้างหน้าก็จะกลับไปเป็นเหมือนหลายหน่วยงานที่ใครก็ได้แล้วเชียร์ให้ขึ้นมาเป็น เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้คงอยู่ต่อไปที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องหารตั้งผบ.ทบ. กลัวกันเรื่องจะมีปฏิวัติซ้อน มาเลยมาๆ ไม่ต้องจะมาปฏิวัติหรอกมาบอกผมยกให้ไปเลย ผมไม่ต้องการอำนาจไม่ต้องการผลประโยชน์จะเอาไปทำไมผมต้องการทำให้ประเทศชาติมีอนาคต ซึ่งถ้าไม่ฟังผมก็จะไม่รู้ว่าอนาคตอยู่ตรงไหน เพราะสื่อบางครั้งก็ไม่สามารถเสนอข่าวลงได้ทั้งหมด บางคนก็ไปเขียนความเห็นของตัวเองลงไปทั้งชอบและไม่ชอบซึ่งอยากถามว่าการวิจารณ์ใครรู้จักตัวเขาดีพอหรือยังบางคนไม่รู้จักเลย แต่ไปวิจารณ์จนเกิดความเสียหายทำให้คนที่จะขึ้นมาเป็นคนที่อยู่ในกระแสเพื่อนก็อยากจะช่วยก็เขียนเชียร์หน่อย ยืนยันผมไม่ตั้งตามคนเชียร์เป็นเรื่องของคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งมา
 
           พล.อ.ประยุทธ์ กล่วว่า สำหรับตำแหน่งผบ.ตร.นั้น การประชุมคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ก็จะมีขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ก็คงจะเสร็จสิ้น เมื่อได้มีการมอบหมายและตนก็ได้คุยไปแล้ว ก็ให้กตร.และกตช.เสนอขึ้นมา ไม่ต้องถามว่าเป็นใครจะถามกันทำไม รู้วันนี้กับรู้วันหน้าก็ไม่ต่างกัน
 
           “อย่างไรตำรวจก็คือตำรวจซึ่งเขาก็ทำหน้าที่กันอยู่แล้ว ใครเป็นลูกน้องก็เป็นทั้งชาติผมก็ขอใช้คำนี้คนเป็นพล.ต.ต.จะเป็นนายพล.ต.อ.ก็ไม่ได้ พล.ต.อ.ก็ต้องดูแลทั้งพล.ต.ท. พล.ต.ต.และลูกน้องข้างล่างตามลำดับ นายกฯ ก็ต้องควบคุมตำรวจได้อยู่แล้ว วันนี้ไม่ต้องห่วงอำนาจผมๆ มีเยอะแยะไป แต่ผมไม่ได้ใช้ทั้งหมดอยู่แล้ว อะไรที่มาตามขั้นตอนของเขาได้ก็ทำมา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


เป็นปธ.ประชุมเขตศก.พิเศษ

             ทั้งนี้ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่า ในนที่ประชุมมีการพูดคุยกันถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยตนมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปหารือกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ในประเด็นข้อเสนอคาสเตอร์ศักยภาพที่จะพัฒนาในระยะแรก ทั้งเรื่องยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปิโตเคมี และเคมีภัณฑ์ แปรรูปอาหาร ยางพารา ไอที และอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยจะไปกำหนดให้มีความชัดเจนในแต่ละพื้นที่ เพื่อมาเสนอในที่ประชุมอีกครั้งสัปดาห์หน้า นอกจากนี้จะต้องดูประเด็นที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดผังเมืองเอาไว้ว่าตรงกัน หรือไม่ รวมทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ว่าตรงไหนจะให้สิทธิประโยชน์ได้บ้าง โดยจะเอาไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศอีกด้วย

             เมื่อถามถึงอุปสรรคการดำเนินการ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อาจจะเป็นเรื่องการประสานงาน แต่ทางบีโอไอ สภาพัฒน์ฯ และกระทรวงมหาดไทย จะไปพูดคุยกันให้เกิดความชัดเจน โดยมีคณะกรรมการฯของตนเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ถ้าพบว่าติดปัญหาใดเราจะรีบดำเนินการ จากนั้นจะรายงานให้นายกฯรับทราบต่อไป อย่างไรก็ตามเราจะทำให้เร็วที่สุด และให้เสร็จภายในปีนี้   เมื่อถามว่าได้นำเอาข้อสังเกตของ ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกฯมาปรับให้หรือไม่ รองนายกฯประวิตร กล่าวว่า “คงไม่ เพราะเป็นคนละประเด็นกัน ประเด็นของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นเรื่องของการบริหาร ผมไม่ยุ่งเกี่ยว และไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ เพียงแต่ว่าหน้าที่ผมจะดูว่าอะไรที่ติดขัดก็ให้หน่วยงานต่างๆมาประสานงานกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจน”


สั่งการทอ.ช่วย'กรมการบิน'แก้ICAO

             พล.อ.ประวิตร  กล่าวภายหลังการประชุมการดำเนินตามพันธกรณีระหว่างประเทศในประเด็นผลการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินจากองค์กรการบินระหว่างประเทศ ว่า ในวันนี้ตนอยากให้เร่งรัดให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยมอบหมายให้กรมการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม ร่วมหารือกับกองทัพอากาศ ส่วนจำเป็นต้องใช้คำสั่งอะไรหรือไม่ ตนคิดว่าต้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหารือกันอยู่ พิจารณาว่าบางเรื่องก้าวหน้าอย่างไร และบางเรื่องก้าวหน้าไม่ได้ตรงไหน แล้วจำเป็นต้องมีที่ปรึกษาหรือไม่ อย่างไรก็ตามเราอยากให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้องค์กรการบริระหว่างประเทศเกิดความมั่นใจว่าเราจริงจังในการแก้ไขปัญหา พร้อมกันนี้สัปดาห์หน้าจะมีการพุดคุยกันอีกครั้ง

             เมื่อถามว่า จะใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ถ้าจำเป็นก็ใช้ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ใช้ หากเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ตนคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้หรอก”