ข่าว

‘บิ๊กต๊อก’เผยทำได้ถอดยศ‘ทักษิณ’!

‘บิ๊กต๊อก’เผยทำได้ถอดยศ‘ทักษิณ’!

11 ส.ค. 2558

ทำได้ถอดยศ‘ทักษิณ’! ‘บิ๊กต๊อก’เผยความเห็นที่ประชุม แจงเข้าองค์ประกอบทั้ง 7 ข้อ ไม่มีเหตุต้องยกเว้นกฎหมาย อีกทั้งสตช.เคยถอดยศมาแล้ว 636 นาย

           เมื่อเวลา. 15.30 น. วันที่ 11 ส.ค.58  ที่กระทรวงยุติธรรมพล.อ.ไพบูลย์   คุ้มฉายา   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี   โดยมีนางพงษ์สวาท  กายอรุณสุทธิ์   ผอ.สำนักกฎหมายปกครอง  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา   ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดยพล.ต.อ.ชัยยะ   ศิริอำพันธ์กุล  ที่ปรึกษาสบ.10ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ  พล.ต.ท.ปัญญา   เอ่งฉ้วน  ผบ.สำนักกฎหมายและคดี  พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์  ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล   เข้าร่วมหารือพร้อมทีมกฎหมายกระทรวงยุติธรรม

           พล.อ.ไพบูลย์กล่าวก่อนการประชุมว่า การหารือในวันนี้(11ส.ค.) เป็นไปตามคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าเรื่องดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่หรือติดขัดปัญหาในส่วนใดเพราะหากทำได้ก็คือทำได้ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ยืนยันไม่มีการชี้นำ และจะพิจารณาตามข้อกฎหมายเท่านั้นเมื่อได้ผลได้จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปทั้งนี้ตนจะพยายามให้ได้คำตอบที่ชัดเจนจากการประชุมในวันนี้

 

 ทำได้ถอดยศ‘ทักษิณ’!
 
            ต่อมาเวลา. 17.30 น. พล.อ.ไพบูลย์ แถลงผลการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเรื่องการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณโดยใช้เวลาในการประชุมนาน 2 ชั่วโมง ว่า คณะทำงานได้ข้อสรุปว่าจากการพิจารณากรณีดังกล่าวว่าสามารถถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณได้ เนื่องจากเข้าข่ายองค์ประกอบการกระทำผิดตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้ง 7 ข้อ ซึ่งประเด็นที่เป็นปัญหาก่อนหน้านี้คือ ระเบียบนี้ต้องใช้กับบุคคลที่ยังรับราชการหรือมียศตำรวจ จะสามารถใช้บังคับกับผู้ที่อยู่นอกราชการได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้กฤษฎีกาเคยให้ความเห็นไปแล้วเมื่อปี 2554 ว่าสามารถกระทำได้เพราะยังถือเป็นบุคคลที่อยู่ในราชการตำรวจ 
 
            พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการประกาศระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเป็นต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนหรือไม่นั้น คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารเห็นตรงเป็นว่าไม่จำเป็นเพราะเป็นกระบวนการภายใน ที่ผ่านมาไม่มีการประกาศในราชกฤษจาฯแต่มีการถอดยศตำรวจไปแล้ว 636 คน คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก็รับทราบ และมีความเห็นแล้วว่าไม่ต้องประกาศ เพราะกระบวนการภายในซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว ดังนั้นกรณีพ.ต.ท.ทักษิณจึงไม่มีเหตุอันใดต้องยกเว้นข้อกฎหมาย เนื่องจากเป็นกรณีที่เข้าองค์ประกอบการถอดยศทั้ง 7 ข้อ และเห็นว่ายังมีนายตำรวจที่เข้าข่ายต้องถูกถอดยศอีก 7 นาย. ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
 
            “อย่างไรก็ตาม ผมไม่ขัดข้องที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. จะรอฟังผลของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารก่อน. ในส่วนของผมถือว่าหมดหน้าที่แล้ว หลังจากนี้จะรายงานผลการประชุมไปยังนายกรัฐมนตรีให้รับทราบโดยด่วน เพราะผมไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของผบ.ตร.จึงไม่สามารถสั่งการหรือกำหนดกรอบเวลาให้ดำเนินการถอดยศให้แล้วเสร็จได้ภายในเวลากี่วัน”รมว.ยุติธรรมกล่าว
 
            ด้านพล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล ที่ปรึกษาสบ.10 ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯเคยมีความเห็นแล้วว่ากรณีดังกล่าวเข้าองค์ประกอบการถอดยศตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของเนื้อหาและพฤติกรรม ซึ่งมีการเสนอความเห็นไปแล้ว แต่อำนาจดำเนินการเป็นของผบ.ตร.

 

'ประยุทธ์'ยันทุกอย่างต้องมีเหตุผล
  
             ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขากำลังประชุมอยู่ก็ให้ชัดเจนขึ้น ถ้าจะถอดก็คือถอด แต่ถ้าไม่ถอดก็ต้องมีเหตุผลว่าไม่ถอดเพราะอะไร
   
             “และคงไม่ใช่การพิจารณาคนนี้เพียงคนเดียว เพียงแต่ขณะนี้พิจารณารายแรกเพียงรายเดียวก่อน เดี๋ยวก็ต้องมีรายอื่นๆ อีกที่เกี่ยวข้องในทำนองนี้ เรื่องการถอดยศยังมีอีกหลายคนเหมือนกันที่เกี่ยวข้องในทำนองนี้ ก็ต้องมาทบทวนทั้งหมด ส่วนจะเสร็จสิ้นหรือใช้เวลานานเท่าไรยังไม่รู้ เพราะเขากำลังประชุมกันอยู่ การประชุมเมื่อไม่ได้ข้อยุติก็ต้องมาประชุมใหม่ แต่มันก็น่าจะได้ ทำได้ก็ทำส่วนแนวโน้มจะเป็นอย่างไรผมไม่รู้ ถ้ารู้แนวโน้มผมก็คงต้องทำเองน่ะสิ ผมไม่ต้องฟังใครก็ได้ ผมทำเองเพียงแต่ต้องการสร้างการรับรู้ให้มากขึ้นในทางกฎหมายว่าอย่างไร ถ้ามีมติว่าถอดได้ก็ต้องโยนเรื่องกลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เขาทำมาผมก็มีหน้าที่นำขึ้นทูลเกล้าฯในฐานะหน้าที่นายกฯก็มีอยู่เท่านั้น แล้วถ้าเกิดพระองค์ท่านลงพระปรมาภิไธยมาก็เป็นอำนาจของรัฐบาลที่จะทูลขึ้นไปท่านก็จะทรงโปรดเกล้าฯให้อยู่เพราะให้อำนาจเรามา พระองค์ทรงพระราชทานมาทั้งสามอำนาจเมื่อเสนอขึ้นไปท่านก็ทรงลงนามมาอยู่ อย่าไปพูดว่าทรงลำเอียงพระองค์ทรงท่านทรงรู้พระองค์ดี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
   
             เมื่อถามว่าในขั้นตอนการทำงานของสตช.และส่งต่อมาถึงนายกฯ ต้องใช้ระยะเวลายาวนานแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้แต่ก็เร็วที่สุด อะไรทำได้ก็ทำได้ ตั้งเรื่องมาก็จบแล้วมันอยู่ว่าจะพิมพ์นานหรือเปล่า