ข่าว

'บิ๊กอ๊อด'ปัดใช้ม.44ถอดยศ'แม้ว'

'บิ๊กอ๊อด'ปัดใช้ม.44ถอดยศ'แม้ว'

11 ส.ค. 2558

'บิ๊กอ๊อด' ห่วงความปลอดภัยผู้เกี่ยวข้องโอนหุ้น 'ชูวงษ์' หวั่นผู้บงการคิดทำลายพยาน 14 ส.ค.เสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ยินดีตามใจ 'บิ๊กตู่' ปัดใช้ ม.44 ถอดยศ 'แม้ว'

 
                      11 ส.ค. 58  เมื่อเวลา 11.00 น.  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิตและพิรุธการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ว่า จากหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามมีอยู่ในขณะนี้ พบมีความไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน ส่วนการออกหมายจับนั้น ก็ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานให้หนาแน่นมากกว่านี้ก่อน จึงจะขออนุญาตออกหมายจับจากศาลได้ ซึ่งตนก็ไม่ได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ แต่อยากให้ทำอย่างรอบคอบที่สุด
 
                      พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคลี่คลายคดีนี้ให้กระจ่าง ทั้งในส่วนของการสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิต และประเด็นการโอนหุ้น โดยล่าสุดอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมและสืบหาพยานและหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงในขณะนี้มีอยู่เพียงอย่างเดียว คือ ความเป็นห่วงว่าผู้ที่อยู่ในเครือข่ายการโอนหุ้นดังกล่าวอาจไม่ปลอดภัย และควรรีบเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว 
 
                      "ผมฝันไม่ดี และเรื่องนี้อาจมีการทำลายหลักฐาน หรือทำลายพยาน จากคนที่มีศักยภาพที่จะทำเช่นนั้น และกลัวว่าความผิดจะมาถึงตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่เป็นห่วงอยู่ในตอนนี้ เพื่อความปลอดภัยผมอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นที่ไม่ชอบมาพากลครั้งนี้ ควรรีบเข้ามาพบกับตำรวจโดยเร็วที่สุด"
 
                      พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ญาติของนายชูวงษ์ ได้ยื่นหนังสือร้องให้ตรวจสอบบันทึกผลการชันสูตรพลิกศพใหม่นั้น ตนก็ได้กำชับไปยังนายแพทย์ใหญ่ ให้พิจารณาตามที่ญาติร้องมา ซึ่งตนก็เชื่อว่าแพทย์จะดำเนินการไปตามหลักวิชาการอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม อย่างที่เคยบอกมาก่อนหน้านี้ คือ ศพก็ได้ทำการฌาปนกิจไปแล้ว ซึ่งก็ต้องมาดูว่า คำถามที่ตั้งขึ้นมานั้นได้มาอย่างไร ใครเป็นคนพบบาดแผล แล้วเหตุใดแพทย์จึงไม่พบ
 
 
 
14 ส.ค.เสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ยินดีตามใจ 'บิ๊กตู่'
 
 
                      พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงกรณีการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ว่า เรื่องนี้ตนยกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ตัดสินใจ ท่านว่ามาอย่างไร ตนก็ยินดีทำตามอย่างนั้น ในฐานะข้าราชการตำรวจที่มีวินัย ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา 100 เปอร์เซ็นต์ สั่งซ้ายหัน ขวาหัน ม้วนหน้า ได้หมด สำหรับข้อมูลที่มีอยู่นั้น หากท่านถาม ตนก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะต่างๆ เช่น ข้อมูลอ่านวิสัยทัศน์ รวมถึงความสามารถหรือข้อดีของแต่ละคนในฐานะสตาฟของท่าน
 
                      "ท่านนายกฯ จะเลือกใคร หรือมีใครอยู่ในใจนั้น ผมไม่สามารถรู้ได้ เชื่อว่ารู้ผล 14 ส.ค.นี้ เพราะจะนำชื่อเสนอในที่ประชุมได้ทันที แต่ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกับนายกฯ ถึงเรื่องนี้ และผมไม่รู้สึกว่าเสียอิสระในการคัดเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ แต่อย่างใด เนื่องจากท่านนายกฯ เป็นผู้บังคับบัญชา จึงเป็นคนเลือก ซึ่งประกาศชัดเจนแล้วว่า จะเป็นคนตั้ง และพร้อมรับผิดชอบเอง ก็ต้องตามใจท่านนายกฯ"
 
 
 
น้อมรับมติถอดยศ 'ทักษิณ' วอนทุกฝ่ายยอมรับให้ได้แม้ผลจะออกมาแบบไหน
 
 
                      พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงกรณีการถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะประชุมชี้ขาดว่าจะมีมติถอดหรือไม่ถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งคณะทำงานถอดยศ โดยมี พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ 10) ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการถอดยศ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำคณะทำงานไปร่วมประชุมชี้แจงแล้ว โดยส่วนตัวก็ไม่ได้กำชับ หรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่ให้ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการมา 
 
                      พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการประชุมวันนี้ (11 ส.ค.) จะออกมาอย่างไรนั้น ตนไม่ทราบ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พร้อมน้อมรับ และดำเนินการขั้นต่อไป โดยยืนยันว่า ช่วงคาบเกี่ยวก่อนที่จะมี ผบ.ตร.คนใหม่ นั้นไม่ใช่อุปสรรค หรือปัญหา ซึ่งหากยังอยู่ระหว่างที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ ก็จะดำเนินการ แต่ถ้าหากไม่ทัน ผบ.ตร.คนใหม่ ก็ต้องดำเนินการต่อ ขณะเดียวกันสำหรับกรณีที่มีการถกเถียงกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจไม่เข้าข่าย เนื่องจากไม่ได้กระทำผิดขณะรับราชการตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2547 ก็ต้องกลับไปดูว่า ที่ดำเนินมานั้นถูกหรือไม่ ซึ่งได้ส่งเรื่องนี้ให้กฤษฎีกาช่วยตีความและตรวจสอบแล้ว 
 
                      "ยืนยันว่า ผมทำอย่างรอบคอบรัดกุมที่สุด ไม่ใช่ทำตามกระแส หรือตามมติของคณะกรรมการเพียงอย่างเดียว แต่การตั้งคณะกรรมการขึ้นมานั้น เพื่อให้ช่วยกลั่นกรองและตรวจสอบอีกครั้ง ผมขอให้กลุ่มที่เห็นต่าง ยอมรับให้ได้ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีคนเสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เรื่องนี้ผมไม่ทราบ"