ข่าว

เด็ดปีกนกสีส้ม

เด็ดปีกนกสีส้ม

11 ส.ค. 2558

เด็ดปีกนกสีส้ม : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

              สังคมรับรู้ข้อโต้แย้งระหว่างฝ่ายที่ต้องการให้หน่วยงานอิสระอย่างน้อย 2 องค์กร คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สสท.) หรือไทยพีบีเอส คือการกลับเข้ามาสู่ระบบการจัดสรรงบประมาณเช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ

              กับประเด็นความเป็นหน่วยงานอิสระ ที่ต้องปราศจากการแทรกแซงของนักการเมือง หรืออำนาจรัฐ ซึ่งเป็นคำอธิบายหลักของ สสส.กับไทยพีบีเอส

              แต่เฉพาะไทยพีบีเอส มีข้อหามากมายสนับสนุน การเป็นสื่อสาธารณะ ที่ไม่ได้เป็นไปตามแนวคิดหรือปรัชญาในการเป็นสื่อสาธารณะ อันมีบีบีซี หรือบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ เป็นต้นแบบ

              ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไทยพีบีเอสถูกตั้งข้อหาว่าเป็นสื่อเฉพาะกลุ่ม ที่ทำงานตามรสนิยมหรือความชอบส่วนตัว เป็นสื่อขององค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ เป็นสื่อที่ไม่สนใจเรื่องความนิยมของประชาชนผู้บริโภค และในบางครั้งเป็นสื่อที่มีความโน้มเอียงไปทางการเมืองบางกลุ่ม

              และในห้วงเวลาของรัฐบาลตั้งแต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีความพยายามของนักการเมือง ในการหาช่องทางเข้ามาแทรกแซง การทำงาน มีการพูดถึงที่มาของเงินรายได้ ที่ทำให้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการแข่งขันเช่นเดียวสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

              แต่กฎหมายไทยพีบีเอส ที่ออกแบบให้ไทยพีบีเอสเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้รัฐ และกำหนดรายได้อัตราส่วน 1.5 จากภาษีเหล้าและบุหรี่ ทำให้การยื่นมือเข้ามามีอำนาจ หรือขอแบ่งเงินรายได้ ไม่อาจทำได้ง่ายนัก แต่ความพยายามนี้ก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

              ยกเว้น กรรมการนโยบายที่มาจากการสรรหา ซึ่งต้องประกาศในนามสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐ

              ในห้วงระยะเวลาหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้มีโอกาสสรรหากรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ทั้งสรรหากรรมการใหม่ และสรรหาแทนกรรมการที่ลาออกไป 3 ครั้ง

              ผมพบว่าผู้สมัครจำนวนไม่น้อยแสดงวิสัยทัศน์ว่ารายการของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส น่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ สู้ช่องอื่นไม่ได้ และคนดูน้อย

              ความรู้สึกเช่นนั้น เป็นภาพสะท้อนความรู้สึกของคนในสังคมโดยทั่วไป เพราะมาตรวัดความสำเร็จของโทรทัศน์ไทย คือมีคนดูมาก รายการสนุก น่าสนใจ

              แต่ไทยพีบีเอสกลับเสนอรายการที่ดูเคร่งขรึม จริงจัง หรือแม้เคยมีความพยายามในการนำเสนอละครหลังข่าว สู้กับช่องอื่นๆ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ก็ไม่เคยสำเร็จ

              แต่ในความเป็นจริง สื่อสาธารณะไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับสื่อเชิงพาณิชย์ช่องอื่นๆ ได้เลย ด้วยแนวคิดและปรัชญาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

              เพราะในขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ มุ่งเน้นความบันเทิง และแสวงหากำไร เช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ที่มีพื้นฐานมาจากรายการบันเทิง ทั้งแกรมมี่ และเวิร์คพอยท์ ต่างมีเรตติ้งสูงกว่าช่องข่าวและสาระหลายเท่า

              ทีวีพาณิชย์มองคนดูเป็นผู้บริโภค สื่อสาธารณะเรียกว่าประชากร ทีวีพาณิชย์คือเศรษฐกิจ สื่อสาธารณะคือวัฒนธรรม ขณะที่เป้าหมายสุดท้ายของสื่อสาธารณะคือพื้นที่สาธารณะ ทีวีพาณิชย์คือตลาด

              รายการของทีวีสาธารณะจึงสะท้อนแนวคิดในเชิงอุดมคติ สำหรับสังคมไทย และก็ต้องยอมรับว่า หลายรายการของทีวีสาธารณะ หรือไทยพีบีเอส ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ปรารถนาจะเห็นสื่อสาธารณะได้

              การตีความสื่อสาธารณะของผู้บริหาร ที่ให้น้ำหนักกับประเด็นสิ่งแวดล้อม การเป็นปากเสียงของคนชายขอบ หรือรายการข่าวที่พยายามจะเปิดพื้นที่ให้แก่ทุกฝ่าย จึงยังคงมีข้อสงสัย และกลายเป็นเงื่อนไขให้คนข้างนอกคล้อยตามความคิดทุกครั้งที่มีกระแสให้เปลี่ยนแปลงไทยพีบีเอส

              แต่ข้อสงสัยเหล่านี้ การวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงการบริหารจัดการ จะต้องไม่ถูกบิดเบือนว่า เป็นความล้มเหลวของสื่อสาธารณะ

              สื่อสาธารณะเป็นต้นกระแสธารของการปฏิรูปสื่อที่ต้องรักษาไว้ ถอยไปก้าวเดียว ถูกยึดคืนทันที