
70ปีประวิตรนักรบบูรพาใต้ร่มเงาพี่ใหญ่
70ปีประวิตรนักรบบูรพาใต้ร่มเงาพี่ใหญ่
หากเอ่ยชื่อ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว หลายคนคงรู้ดีว่า นายทหารมากคอนเนกชั่นผู้นี้ มีบทบาทในรัฐบาลทหาร ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มากน้อยเพียงไร แต่ในขณะเดียวกันก็มีข่าวระหองระแหงในความสัมพันธ์ระหว่างพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ กับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด ทั้งประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี และที่สำคัญยังมีอีก 2 ปัจจัยใหญ่ที่รอการเผชิญหน้าว่า 2 พี่น้องจะหาจุด “สมดุล” อย่างไร ในการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่
"การเป็นพี่เป็นน้อง แม้แต่วันเดียว ชั่วโมงเดียวก็เป็นแล้ว เป็นไปทั้งชีวิต"...น้ำเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สื่อไปถึง พล.อ.ประวิตร ในงานวันครบรอบวันเกิด 70 ปี อย่างเป็นกันเองในแบบฉบับ นายทหารแห่งบูรพาพยัคฆ์
บรรยากาศในมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยเหล่าบรรดานายทหาร “บูรพาเล็ก-ใหญ่” กระทั่งนายตำรวจระดับสูงและนักธุุรกิจ ซึ่งต่างทยอยชักแถวเข้าอวยพร พล.อ.ประวิตร กันแทบไม่ขาดสาย
มีคำถามอยู่พอสมควรว่า ทำไม พล.อ.ประวิตร ในวัย 70 ปี ยังเป็นผู้มากด้วย “อำนาจ-บารมี”
เส้นทางของ พล.อ.ประวิตร โดดเด่นตั้งแต่ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2553 สอดรับกับการแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก ยิ่งทำให้เขากลายเป็นโซ่ข้อกลางในกองทัพ จนบางครั้งมีคนในกองทัพนำไปพูดเปรียบเปรยอยู่บ่อยๆ ว่า พล.อ.ประวิตร เป็นเสาหลักใหญ่เลยทีเดียว
นายทหารหลายคนบอกว่า นิสัยส่วนตัวของ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน คือ นักเลง พูดตรง ไม่อ้อมค้อม และที่สำคัญเป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย และไม่อาฆาตถือโทษ แม้ว่าบางครั้งผู้ใต้บังคับบัญชาจะกระทำผิดก็ตาม
ขุมพลังในเชิงแห่งอำนาจของ พล.อ.ประวิตร มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น้องรักที่เติบโตกันมาในฐานะทหารเสือราชินี และ “พยัคฆ์ร้ายแห่งบูรพาทัพ” และเมื่อรวมกับพี่น้องร่วมสายเลือดอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้เครือข่ายสยายปีกไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ด้วยขุมกำลังในฝ่ายความมั่นคงที่ พล.อ.ประวิตร มีอยู่นั้น ย่อมการันตีได้ถึงความมั่นคงและการมีเสถียรภาพทางการเมืองได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต เป็นอย่างดี พล.อ.ประวิตรเคยกล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า หลังจากรูดม่าน คสช. แล้ว จะไม่เข้าไปยุ่งกับการเมือง หรือตั้งพรรคการเมือง แต่จะขอใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเยี่ยงข้าราชการเกษียณทั่วไป นั่นก็คือ อยู่เลี้ยงดูหลานแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรายนี้ ถือว่ามีบทบาทสำคัญในยุคของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะงานสำคัญๆ ที่ได้รับมอบหมาย ไม่ใช่แค่งานด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจ และด้วยภารกิจที่มหาศาลเช่นนี้ ได้ก่อเกิดกระแสความไม่ลงรอยกันหลายเรื่องกับนายกรัฐมนตรีและทีมงาน โดยเฉพาะประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี
2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ลาป่วยหลายวัน เลยทำให้เกิดกระแสข่าวลือปรับคณะรัฐมนตรีว่า “พล.อ.ประวิตร” จะถูกลดเหลือรองนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งเดียว
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะออกมาดับกระแสข่าวลือทันที โดยบอกว่า พล.อ.ประวิตรเจ็บแขน เลยไปไหนมาไหนไม่สะดวก และไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือลดตำแหน่งอะไร ทั้งสิ้น
จนสุดท้ายก็มารอมชอมกันในคำพูดของ พล.อ.ประวิตร ที่ว่า ไม่มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีกลาโหม เพราะคงต้องช่วยท่านนายกฯ ต่อไปจะมาทิ้งกันกลางทางไม่ได้
ปัญหาการทำงานในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ทั้งคู่มีความเห็นต่าง พล.อ.ประยุทธ์มีความชื่นชอบการทำงานของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษา คสช. และอยากปรับเปลี่ยน “ทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ” แต่ติดที่ พล.อ.ประวิตรยังให้การสนับสนุน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และคณะ
แต่สุดท้าย เมื่อทั้งคู่ได้หารือกัน ประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรีก็กลายเป็นข่าวที่หายไปจากความสนใจของสื่อมวลชน
ในประเด็นแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ พล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ เห็นไม่ตรงกัน
หลัง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก เกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม แคนดิเดตเบอร์หนึ่งของกองทัพมีชื่อ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ที่อาวุโสสูงสุด และถือเป็นน้องรักที่ พล.อ.ประวิตรสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่วน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก น้องชายแท้ๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์วาดหวังให้ขึ้นรับตำแหน่งนายใหญ่แห่งกองทัพ
ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจะเป็นใคร ยังไม่ลงตัว เพราะมีตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเป็นตัวแปร โดยพล.อ.ประยุทธ์ให้น้ำหนักไปที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีผลงานเข้าตาและยังมีอาวุโสสูงสุดอีกด้วย แต่ก็ดูเหมือนว่า พล.อ.ประวิตรจะเลือก พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีแรงหนุนผ่านน้องชายคือ พล.ต.อ.พัชรวาท ที่ใช้งาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ มาโดยตลอดตั้งแต่สมัยที่ยังรับราชการอยู่
แหล่งข่าวในทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า จุดลงตัวของทั้ง 2 ตำแหน่งนี้ ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ หาก พล.อ.ประวิตร ได้คนของตัวเองเป็นผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ก็น่าจะได้คนที่อยากจะให้เข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ทั้งหมดนี้ เป็นประเด็นความเห็นต่าง ส่วนจะพัฒนาไปสู่ความลงตัวหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสถานการณ์พิเศษในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ระหว่างของ 2 พี่น้องแห่งบูรพาพยัคฆ์



