ข่าว

ร้อยเรื่องไหมประจำถิ่นไทย

ร้อยเรื่องไหมประจำถิ่นไทย

11 ส.ค. 2558

ไลฟ์สไตล์ : ร้อยเรื่องไหมประจำถิ่นไทย

 
         เป็นที่ประจักษ์ถึงพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้คงอยู่กับคนไทย และเพื่อให้ผ้าไหมเป็นที่เลื่องลือสู่สากล ได้พระราชทานสัญลักษณ์นกยูงไทย 4 ชนิด ได้แก่ นกยูงสีทอง นกยูงสีเงิน นกยูงสีน้ำเงิน และนกยูงสีเขียว ให้เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและสนองพระราชปณิธานอันแน่นแน่ กรมหม่อนไหมจึงจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 10 ประจำปี 2558” ในแนวคิด “ผ้าไหมประจำถิ่นไทย” เผยแพร่ผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหมคุณภาพให้คนทั่วไปได้รับรู้ โดย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเปิดงาน ที่ฮอลล์ 8 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันก่อน
 
 
ร้อยเรื่องไหมประจำถิ่นไทย
 
 
         การนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตัดแถบแพรเปิดงาน และพระราชทานโล่รางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งประเภทต่างๆ อาทิ แข่งขันสาวไหม, ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน, หมู่บ้านชนะเลิศโครงการหมู่บ้านตัวอย่างการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นต้น จากนั้นพระดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการงานตรานกยูงพระราชทาน ผลงานการประกวดการแข่งขันสาวไหม การประกวดผ้าไหม และการออกแบบชุดผ้าไหม ประเภทบุคคลทั่วไปและเยาวชนระดับประเทศ การผลิตผ้าไหมลวดลายประจำถิ่น นิทรรศการด้านหม่อนไหมของภาคเอกชน นิทรรศการทายาทหม่อนไหม และผลงานกรมหม่อนไหม ประจำปี 2558
 
 
ร้อยเรื่องไหมประจำถิ่นไทย
 
 
         วีณา พงศ์พัฒนานนท์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ กิจกรรมที่ให้คนไทยได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับหม่อนไหมครบวงจร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหมโดยทรงนำหัตถกรรมพื้นบ้านหลายชนิด มาส่งเสริมและพัฒนาเป็นอาชีพให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากการทำเกษตรกรรม ตั้งแต่ปี 2513 และเป็นที่มาของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
 
 
ร้อยเรื่องไหมประจำถิ่นไทย
 
 
         “นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำเสนอพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงสืบสานการทรงงานต่อจากพระราชมารดา ในการส่งเสริมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ส่วนแนวคิดผ้าไหมประจำถิ่นไทยนั้น ได้นำผ้าไหมประจำถิ่น 10 ลายจากผู้ทอที่มีชื่อเสียงของประเทศ มาให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสังคมไทย เช่น ผ้าโฮล โดย อ.สุรโชติ ตามเจริญ, ผ้าซิ่นตีนแดง ของ รุจาภา เนียนไธสง เป็นต้น และที่ถือเป็นไฮไลท์อยู่ที่ การร่วมกับบริษัท กุชชี่ ประเทศอิตาลี จัดทำกระเป๋า 2 รุ่นพิเศษ คือ รุ่นแคชวลแบ็ก-แบมบูช็อปเปอร์ สีฟ้าใช้ผ้าไหมที่ผลิตจากกลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จ.ขอนแก่น และรุ่นฟอร์มอลแบ็ก-เลดี้ล็อกแบ็ก สีม่วงใช้ผ้าไหมของกลุ่มวิสาหกิจทอผ้าไหมบ้านภู จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นผ้าไหมที่อยู่ในโครงการผลิตหม่อนไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นผ้าไหมที่ผลิตขึ้นตามมาตรฐานตรานกยูงสีน้ำเงิน ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา” อธิบดีกรมหม่อนไหม เผย
 
 
ร้อยเรื่องไหมประจำถิ่นไทย
 
 
         ด้าน รุจาภา เนียนไธสง เกษตรกรดีเด่นด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมปี 2558 จากสหกรณ์ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวสะพาน จำกัด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า เคยรับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี 2549 ตอนนั้นได้นำผ้าไหมไปทูลเกล้าถวาย ทรงรับสั่งว่าการเป็นผู้นำให้เสียสละ ให้นำการเลี้ยงไหมไปถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง ถ้าไม่มีใครสานต่อก็อาจจะสูญหายไป ตอนนี้ได้ทำตามกระแสรับสั่งและยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่ดีสามารถทำได้หลายรุ่นไม่เหมือนกับทำนานที่ทำได้เพียงปีละครั้ง