ข่าว

สเปก'ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.'ต้องเอาอยู่!

สเปก'ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.'ต้องเอาอยู่!

10 ส.ค. 2558

'ประยุทธ์' เผยสเปก ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.คนใหม่ ต้องคุมสถานการณ์ได้ อัดสื่อถามโยงต่อท่ออำนาจ ให้ ยธ.หาช่องถอดยศ 'แม้ว' ข่าวโซเชียล ไม่อ่านเลยก็โง่ ถ้าเชื่อมากก็บ้า

 
                        10 ส.ค. 58  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ว่า ทำไม เกี่ยวข้องกับสื่อหรือไม่ เมื่อถามต่อว่า เพราะเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นหน้าที่ของ ผบ.ตร.คนเดียวหรืออย่างไร แต่อยู่ที่ระบบ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ ทำไมไม่ถาม ทำไมต้องสนใจกันนัก ถ้าสร้างระบบได้ ใครจะมาเป็นก็ได้ ไม่ใช่ไปทำลายเกียติยศเขา มีบางคนที่เป็นอดีตตำรวจ ทำลายตำรวจด้วยกันยังไม่พอ ยังทำลายทหารด้วยกันอีก ตนไม่อยากเอ่ยชื่อ
 
                        เมื่อถามว่า คนที่มีอายุราชการ 1 ปี หรือ 2 ปี มีผลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เมื่อถามต่อว่า เพราะจะต้องทำงานเรื่องการปฏิรูปประเทศด้วย พล.อ.ประยุทธ์ ถามว่า แล้วทำไม ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน ก็เป็นแค่ปีเดียวเหมือนกัน และถ้ามีอะไรที่ยังไม่เสร็จก็ส่งไม้ต่อกัน ผู้บัญชาการคนใหม่ก็มาทำต่อ ที่ผ่านมาตนก็รับช่วงต่อมาเหมือนกัน ตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นี้แหละที่เรียกว่าความผูกพันทั้งส่วนตัว และเชื่อมั่นศรัทธา ที่ต้องทำเพื่อกำลังพลและลูกน้อง ต่อชาติบ้านเมือง อะไรที่เป็นอนาคต หรือปัญหาก็แก้ทั้งหมด
 
                        "ไม่ใช่คิดแค่ว่าวันนี้ผมจะปลดใคร หรือจะตั้งใคร ผมไม่ได้คิดเรื่องเหล่านี้ เพราะกลไกมีอยู่แล้ว ที่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม วันนี้มีสถานการณ์พิเศษ บ้านเมืองไม่เรียบร้อย จะแต่งตั้งใครก็ต้องพิจารณาตรงนี้เข้ามาด้วย ทั้งผลงาน การปฏิบัติตนที่ผ่านมา วันนี้ต้องทำอะไรและวันหน้าต้องทำให้บ้านเมืองสงบอย่างไร อยากให้คิดตรงนี้ ไม่ใช่คิดแต่ว่าคนนั้น คนนี้ เป็นคนของใคร ถ้าผมตั้งแบบนั้น อยู่ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้หรอก"
 
                        เมื่อถามว่า รวมถึงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน ก็บอกแล้วว่า ผบ.ทบ.คนใหม่ ก็ต้องมาจาก 5 เสือ ทบ. โดย ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน เป็นผู้เสนอชื่อ ก่อนจะเอาเข้าคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม 7 คน นอกจากนี้ต้องพิจารณาความอาวุโส ความสามารถ ความเหมาะสมด้วย ไม่ใช่เลือกส่งเดช เอาใครมาก็ไม่รู้ ต้องเป็นคนใน ทบ.อยู่แล้ว
 
 
 
'แม้ว' ทำผิดตอนเป็น ตร.หรือเปล่า - ให้ ยธ.หาช่องถอดยศ
 
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่เขากำลังกลั่นกรองอยู่ เมื่อสักครู่ตนก็นั่งคุยอยู่ว่าเดี๋ยวให้ทางกระทรวงยุติธรรมมาดูข้อกฎหมายที่จะทำเรื่องนี้อยู่ตรงไหน เราจะผลีผลาม และใช้ความรู้สึกทำงานไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นปัญหามันก็จะเกิดต่อๆ ไป ตนไม่ได้เข้าข้างเขา เพราะตนเป็นคนพูดเรื่องนี้เอง และก็มาทบทวนว่า มันมีอะไรติดขัดตรงไหนบ้าง ปรากฏว่ากฎหมายของทางตำรวจที่เขียนไว้เดิม และเราคิดว่าสามารถนำมาประกอบเรื่องการถอดยศได้ ทั้ง 7 ข้อ ที่เจ้าหน้าที่กระทำความผิดเมื่อเป็นตำรวจอยู่ และในช่วงที่ทำความผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นตำรวจอยู่หรือเปล่า
 
                        เมื่อถามว่า การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ดำเนินการไป เพราะเขามีความผิดในการที่ไปพูดอะไรต่างๆ ที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหายหรือไม่ เมื่อมีความผิดเราก็ต้องไปหาทางว่าผิดกฎหมาย ตรงไหน ปรากฏว่ามีกระแสกดดัน บางทีมันผลีผลามเกินไป ไม่ใช่ว่าตนต้องการช่วยใคร ตนช่วยใครไม่ได้ เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย ทำงานท่ามกลางความกดดัน ทำงานท่ามกลางความรู้สึกของทุกคน ซึ่งไม่ว่าอย่างไร คนมี 2 ฝ่ายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร แต่เราจะทำอย่างไรให้คน 2 ฝ่าย ไม่ทะเลาะกัน แต่ไม่รวมถึงคนที่มีความผิด นั่นเป็นคนกลุ่มที่ 3 แต่คนกลุ่มที่ 1 และ 2 เป็นผู้ที่หวังดีต่อชาติ บ้านเมือง แต่ความคิดไม่ตรงกัน ตนกำลังพยายามจะทำให้กลุ่มที่ 1 และ 2 ไปด้วยกันให้ได้ เหมือนกับที่ประเทศสิงคโปร์ ที่เขารวมชาติมา 50 ปี ทุกคนเดือนร้อนลำบาก ถูกกฎหมายบังคับ เขาทนกันมา พอมาถึงทุกวันนี้ ประเทศเขามีความสุข
 
                        "ประเทศไทยเราอะไรก็ไม่ได้เลย ทำอะไรก็ไม่ได้ เสรีภาพมาก่อนทุกอย่าง ใครอยากจะพูดอะไรก็พูด ใครอยากเขียนอะไรก็เขียน ใครอยากจะถามอะไรใครก็ถาม แล้วใส่ความคิดตัวเองใส่เข้าไปด้วย คนที่เขาทำงานเขาก็ทำไม่ได้ ถ้าอยากให้ประเทศไทยเราเป็นแบบประเทศสิงคโปร์ ผมบอกเลยว่าไม่มีทาง ทั้งๆ ที่โอกาสของประเทศเรามีมากกว่าเขาอีก ประเทศไทยมากกว่าทุกประเทศ เราใช้โอกาสเหล่านั้นมาทำลายพวกเรากันเอง ถ้าผิดกฎหมายก็ว่ากันไปตามผิดเลย ถ้าไม่ผิดแก้อย่างไร ไปว่ามา อย่าเอามาตีกัน"
 
 
 
ยก 'สิงคโปร์' ประเทศต้นแบบ อัดสื่อถามโยงต่อท่ออำนาจ
 
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมวันครบรอบวันชาติของประเทศสิงคโปร์ ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนมองอยู่แล้ว สำคัญที่สื่อจะมองหรือเปล่า มัวแต่ไปขุดคุ้ยเรื่องนี้ เรื่องนั้น การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ การทุจริต ไปเรื่อยเปื่อย แล้วมาบอกให้ประเทศของเราเจริญเติบโตเหมือนประเทศของเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้ เราต้องคิดใหม่ ถึงแม้จะเป็นคนละเรื่องกันทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความพอเพียง หรือเรื่องอื่น แต่เป็นเรื่องอนาคตทั้งสิ้น ตนถามกลับไปก็แล้วกัน ลองไปติดตามกันเมื่อวานนี้ ประเทศสิงคโปร์มีทุกอย่าง ตั้งแต่กำลังทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ทั้งๆ ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตเล็กน้อย ถามว่าทำไมประเทศสิงคโปร์ต้องมีสิ่งเหล่านี้ นั้นแหละคือศักยภาพกำลังรบที่ไม่มีตัวตนของเขา ที่ต้องคุ้มครองรักษาทรัพยากร รักษาความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของเขา นั้นคือสิ่งสำคัญ
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นเราต้องพิจารณาทำอย่างไรเราถึงจะมีสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองเราปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่ามีเพื่อไปรบกับคนนั้นคนนี้ บางคนคิดว่าต้องมียุทโธปกรณ์นั่นนี่ เพื่อต้องไปรบกับใคร ซึ่งมันไม่ใช่ ที่ต้องมีเพื่อจะได้ไม่ต้องรบกัน และเพื่อการสร้างสรรค์ความร่วมมือ แต่ถ้าทุกคนเอาเรื่องนี้มาตีกัน แล้วก็ต้องการทุกอย่าง ตนคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
 
                        "ผมไปดูประเทศสิงคโปร์เมื่อวาน ผมก็นั่งคิดทุกเรื่อง ไม่ใช่นั่งดูเฉยๆ ผมคิดว่าทำไมประเทศสิงคโปร์ถึงเป็นแบบนี้ เพราะเขาใช้เวลา 50 ปี แบ่งเป็น 5 ยุค 5 สมัย และประเทศไทยเลยตรงนี้มาแล้ว และยากที่จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ ถ้าคนไทยยังไม่ร่วมมือกัน ซึ่งในยุคแรกของประเทศสิงคโปร์ เขามีความลำบาก ประชาชนยากจน แต่สิ่งที่เขาทำก็คือสามารถรวมชาติได้ หลายเชื้อชาติ หลายภาษา เป็น one nation และการที่เขาเคยลำบากมาก่อน และต้องปฏิบัติตามกฎหมายตามที่อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศสิงคโปร์ท่านแรกที่ปฏิรูปประเทศ ทำมากว่า 30 ปี ทำจนเศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกในปัจจุบัน เพียง 50 ปีเท่านั้น ของประเทศไทยไปลองคิดย้อนดูตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็ 200 กว่าปีเข้าไปแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยมากกว่านั้น ประมาณ 800 ปีได้ ยังทะเลาะกันอยู่แบบนี้ เมื่อวานประชาชนในประเทศสิงคโปร์มาร่วมจัดงานฉลองกันทั้งประเทศ มีการสาธิตกำลังรบทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ผมพูดเลย เราเทียบเขาไม่ได้"
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่เทียบด้วยกำลังพล หรือยานพาหนะ โดยเฉพาะอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่ซื้อมานานแล้ว ซื้อใหม่ก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีเงิน หรือไม่ก็ถูกสร้างกระแสว่าทุจริต ถือเป็นคนละเรื่อง ถ้าทุจริตก็ไปสอบมา ถ้าซื้อมาแล้วก็แสดงว่าผ่านขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ไม่อยากให้ไปขุดคุ้ยกันมาอีก เพราะการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ต้องผ่านการตรวจสอบ การกลั่นกรองมาแล้ว ถ้ามีข้อสงสัย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็สอบถามมา ถ้าชี้แจงผ่าน ก็ซื้อได้ แต่ไปขุดกันมาว่ามีการทุจริตเอาเงินเข้ากระเป๋า ถามว่าเงินเข้ากระเป๋าใคร ไม่ใช่ซื้อแค่คนเดียวหรือสองคน แล้วถ้าซื้อแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลด้วยแล้ว ไม่มีเงินตรงไหนเข้ากระเป๋าใครอยู่แล้ว ต้องดูว่าซื้อยังไงให้ถูกและดีที่สุด ตลอดจนความพึงพอใจของกำลังพลที่จะใช้ของนั้นคือสิ่งสำคัญ
 
                        เมื่อถามว่า เป็นเพราะประเทศสิงคโปร์มีผู้นำที่ต่อเนื่องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามผู้สื่อข่าวกลับว่า แล้วทำไม คุณจะหาเรื่องตนให้เกี่ยวข้องกับการต่อท่ออำนาจอีก ไม่ต้องมาพูด พูดกันอยู่แค่นี้ การต่อท่ออำนาจ ผลประโยชน์ ขอถามว่าพวกตนได้ประโยชน์ตรงไหน อยู่ทุกวันก็ทำงานเต็มที่ ทั้งแก้ปัญหา บริหารราชการแผ่นดิน เตรียมอนาคตก็เตรียม ตนคิดว่าคนไทยแตกแยก เหมือนลูกโป่งที่ปล่อยลมไว้หมดแล้ว ทุกคนไม่รู้ว่ากฎหมายอยู่ตรงไหน เอาความรู้สึกมาทำงาน
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้หารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติ ไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องการอยู่ต่อ แต่เป็นเรื่องการปฏิรูปว่าจะทำอย่างไรในระยะต่อไป ซึ่งตนทำอยู่แล้วที่ผ่านมาในระยะต้น และระยะที่ 2 ก็จะเอาที่ สปช.ทำมาดูว่าจะสามารถทำได้แค่ไหน เราคิดจะทำอยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่ทำ แต่ไม่ใช่ว่าต้องรื้อกันทั้งระบบ ให้ตนอยู่ปีเดียว แล้วทำไมตนต้องทำทุกอย่างไว้ให้หมดเลย ที่พูดไม่ได้หมายความว่าอยากจะอยู่ต่อ เหมือนที่เคยบอกไว้ ถ้าประเทศไทยยังเป็นเหมือนไก่วันตรุษจีน ไปไหนไม่ได้ ถึงเวลาก็ถูกเชือดหมด เพราะฉะนั้นสื่อต้องดู ถ้าต้องการให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้น ต้องเรียนรู้ว่าเราต้องเดินหน้าประเทศไทยอย่างไร ซึ่งต้องมีทั้งด้านความมั่นคง ศักยภาพอำนาจการรบที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน แต่ก็มีคนทำลายทุกวัน วันหน้าไม่มีใครรบให้พวกท่านหรอก
 
                        เมื่อถามถึง กระแสข่าว คสช.กดดันให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องไปดูว่าใครวิจารณ์ หากเป็นทางโซเชียลมีเดีย ก็ตามที่ตนบอกว่า ถ้าไม่อ่านเลยก็โง่ ถ้าเชื่อมากก็บ้า
 
 
เปิดงาน 'ศิลปาชีพ ประทีปไทย'
 
 
                        เมื่อเวลา 10.30 น.  พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี ครั้งที่ 4 ภายใต้ชื่อ 'งาน OTOP ศิลปาชีพ ประทีปไทย สมเด็จแม่ทรงให้ ภูมิปัญญาไทย สู่สากล' พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และรองราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คณะทูตานุทูต มาร่วมงาน
 
                        โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า ประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงริเริ่มไว้ทั้งสิ้นโดยเริ่มจากพื้นที่ยากจน ที่พระองค์ท่านไม่เคยนึกถึงพระองค์เอง แต่นึกถึงแต่ประชาชนเงินที่ได้รับถวายก็นำให้ประชาชนผ่านโครงการต่างๆ วันนี้ทำไมเราไม่ทำอย่างพระองค์ท่าน ที่ทำให้คนมีอาชีพ มีรายได้เสริมขึ้นมา วันนี้คนจนขาดกำลังใจ จึงไม่ค่อยรู้สึกถึงปัญหาชาติ เพราะความจน ที่ทำให้คิดอะไรไม่ออก ดังนั้นรัฐบาลจึงพยายามทำให้คนพ้นจากความเหลื่อมล้ำ มีกินมีใช้ อยู่บนความพอเพียง มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย อย่างมีภูมิคุ้มกัน และวันนี้รัฐบาลกำลังเชื่อมต่อสินค้าโอท็อปกับศิลปาชีพ โดยเริ่มจากอดีต ปัจจุบันและอนาคต อยากให้สินค้าของไทย พัฒนาการออกแบบสินค้าให้ทันสมัย สร้างความแตกต่างแต่ไม่ทำลายของเก่า และวันนี้สิ่งที่เราควรนำเสนอคือเรื่องกิจกรรมจากอดีตที่ผ่านมา และต้องนำเสนอให้คนรู้ว่าทำไมพระองค์ท่านทรงคิดเช่นนั้น นำสิ่งที่พระองค์ทรงคิด ทรงริเริ่ม ทรงให้ความรู้ ได้ริเริ่มมาจากเหตุผลอะไร
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลง ไทยมีรายได้จากการส่งออกมาก แต่เราจะพึ่งส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพึ่งสินค้าการเกษตร โดยพัฒนาให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น ซึ่งวันนี้เรามีรายได้จากการท่องเที่ยวมาช่วยหนุน มีการปรับการท่องเที่ยวแนวใหม่ 'ไทยเที่ยวไทย' แต่จากการตรวจสอบพบว่าคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก อย่างไรก็ตามสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศตอนนี้ไม่ได้เกิดจากเงินฝืดหรือเงินเฟ้อ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจผันผวนเพราะคนไม่กล้าใช้เงิน ไม่ใช่เพียงประเทศเรา แต่ในต่างประเทศก็เป็นเหมือนกัน ซึ่งรัฐบาลในวันนี้ก็พยายามทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีกินมีใช้อย่างพอเพียงตามแนวปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พยายามลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้โดยการสร้างเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง นำไปสู่เศรษฐกิจภูมิภาค ชายแดน และเขตเศรษฐกิจพิเศษต่อไป
 
 
 
ส่งมอบเงินพระราชทานจาก 'ในหลวง-ราชินี' แก่ทูตเมียนมาร์
 
 
                        เมื่อเวลา 14.00 น.  ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ ส่งมอบเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แก่เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทุนทรัพย์ ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 5 ล้านบาท ให้นายอู วิน หม่อง เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย