
วิ่งเต้น'สภาขับเคลื่อนฯ'ข่าวลือ!
10 ส.ค. 2558
'เทียนฉาย' ชี้ สปช.วิ่งเต้นแลกตำแหน่งสภาขับเคลื่อนฯ แค่ข่าวลือ 'ลมพัดเตี้ยๆ' อย่าไปเอามาเป็นสาระ 'บวรศักดิ์' ไม่กังวลคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ 'รับได้' ไม่เสียของ
10 ส.ค. 58 นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตอบคำถามในกรณีที่มีข่าวลือว่า สปช.วิ่งเต้นเพื่อแลกกับการได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่จะตั้งขึ้นใหม่หลังจาก สปช.พ้นการปฏิบัติหน้าที่ ว่า "ข่าวลือคือข่าวลือ ผมอยู่ในที่สูง ตอนไม่สบาย ก็ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย ลมคงพัดเตี้ยๆ ผ่านไปเถอะครับ อย่าไปเอามาเป็นสาระ บ้านเมืองสำคัญกว่านั้นเยอะมาก"
เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เสนอให้ สปช.ทำคำแถลงส่วนตัวก่อนลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายเทียนฉาย กล่าวว่า ระบบที่ทำงานขณะนี้ถือเป็นระบบและเป็นวิธีมีอารยธรรมดีพอ ตนคิดว่าเมื่อมีการเริ่มต้นจากความระแวงและให้บันทึกความเห็นของบุคคลใส่กระดาษแล้วเปิดต่อหน้าภายหลังว่าใครคิดเห็นอย่างไร จะทำให้ประชาธิปไตยเบื้องต้นถูกบั่นทอน ทั้งนี้ตนคิดว่าขอให้เดินหน้าไป ส่วนกระบวนการใดที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม สมาชิก สปช.จะช่วยกำกับให้มาสู่ช่องทางที่ถูกต้อง
ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวประเด็นเดียวกันว่า ตามประเพณีปกครองกับการลงมติให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 หรือ 80 ปีแล้ว ไม่เคยมีข้อเสนอที่ให้บันทึกเหตุผลตอนลงมติร่างรัฐธรรมนูญ มีเพียงการลงมติโดยเปิดเผย ด้วยการเรียกชื่อทีละคน และแต่ละคนก็บอกว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ไม่ต้องให้เหตุผลประกอบ ดังนั้น ควรยึดถือประเพณีนี้ต่อไป
พร้อมส่งมอบงานปฏิรูปให้ 'ประยุทธ์' 13 ส.ค.นี้
นายเทียนฉาย แถลงถึงการจัดงาน สปช. รายงานประชาชน เรื่อง เปลี่ยนประเทศไทยกับ สปช. ในวันที่ 13 ส.ค. เวลา 08.00 - 17.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยจะเป็นผลการศึกษาและแนวทางการปฏิรูปที่ สปช. ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปทั้ง 18 คณะ เบื้องต้นภายในงานได้จัดพื้นที่รองรับผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน ดังนั้นเพื่อความสะดวกขอให้ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้า ทั้งนี้จากงานวันดังกล่าวแล้วจะถือว่าเป็นการจบภารกิจของ สปช. และเป็นช่วงเวลาที่รอรับร่างรัฐธรรมนูญ จาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า สปช.จะใช้วิจารญาณพิจารณาและลงมติโดยอิสระ ส่วนที่มี สปช.ระบุว่า จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนได้ยินเสียงคนเพียงคนเดียว ดังนั้นจึงไม่ใช่กระแสของการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญอย่างที่สังคมเข้าใจ ทั้งนี้ตนคงไม่สั่งให้หยุดพูดเพราะจะกลายเป็นจุดจบของประชาธิปไตย ทั้งนี้ สปช.ทุกคนมีสิทธิ์ใช้วิจารณญาณที่ถ่องแท้วินิจฉัยด้วยตนเอง หลังจากที่ได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ออกมาจาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะสามารถบอกได้โดยเหตุและผลและภูมิปัญญาของตนเองว่าควรตัดสินอย่างไรสำหรับประเทศชาตินี้
"สำหรับการรวมกลุ่มของ สปช.เพื่อพูดคุย หรืออภิปรายถือเป็นปกติ แต่ไม่ใช่กิจกรรมของสภาฯ เพราะสภาฯ จะไม่มีกิจกรรมใดๆ หลังจากรับร่างรัฐธรรมนูญจนถึงมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ"
ทางด้าน น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. คนที่ 2 แถลงรายละเอียดการจัดงานว่า ในวันดังกล่าวจะเปิดงานด้วยเวทีเสวนา โดยนายเทียนฉาย จะเปิดใจกับนายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส จากเครือเนชั่น จากนั้นแบ่งเวทีย่อย 6 กลุ่ม เพื่อนำเสนอประเด็นต่างๆ ได้แก่ ระบบการเลือกตั้งที่สุจริตยุติธรรม , กลไกป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบและการบังคับใช้กฎหมาย , ขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ , ขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสังคม , กลไกของรัฐที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพคนและพลเมือง โดยหลังจากการรับฟังแนวทางการปฏิรูปแล้วเสร็จ ในช่วงเวลา 16.00 น. จะมีพิธีส่งมอบผลงานทั้งหมดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบื้องต้นได้ส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมงานแล้ว
ส่วนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสปช. คนที่ 1 ฐานะประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงด้วยว่า ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ จะครบกำหนดที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.พิจารณา ซึ่งตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 กำหนด สปช.ต้องรอพิจารณาไว้ 15 วัน และเมื่อครบแล้ว ซึ่งเบื้องต้นจะครบกำหนดในวันที่ 5 ก.ย. จะต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 3 วัน ซึ่งจะอยู่ในช่วง วันที่ 5 - 7 ก.ย.นี้ และเมื่อ สปช.ลงมติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว งานของ สปช.ยังต้องดำเนินการต่อ เพราะร่างรัฐธรมนูญในภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและปรองดอง ได้นำหลักการสำคัญของการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน สปช. โดย กมธ.ปฏิรูปของ สปช.ทั้ง 18 คณะ เห็นชอบไปบัญญัติไว้ จำนวน 4 มาตรา และมีรายละเอียดของการปฏิรูปในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ จำนวน 29 มาตรา ที่จะเสนอให้ สปช.เห็นชอบในเร็วๆ นี้ ดังนั้นเมื่อ สปช.เห็นชอบและร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ จะเท่ากับงานของ สปช.ที่ทำมาเกือบ 1 ปี ได้นำไปปฏิบัติต่อ แต่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็จะเท่ากับการสิ้นสุดของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สปช. จากนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตั้งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา และต้องรอให้พิจารณาด้วยว่าจะนำประเด็นปฏิรูปที่ สปช. เสนอบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายบวรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่าน สปช. มีบทบัญญัติด้วยว่าให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่ง ส.ว. , พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง , พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ , พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองแห่งชาติ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
"ผมไม่กังวลกับประเด็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมา ผมมองว่าในส่วนของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปรารถนาให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน แต่เมื่อ สปช. ส่วนใหญ่ใช้วิจารณญาณแล้วเห็นว่าไม่ควรผ่าน ถือว่ารับได้ และไม่ใช่การเสียของ แต่จะทำให้เวลายืดออกไปอีก"



