
เปิด4กลยุทธ์บุกตลาดอาเซียนต้องเชี่ยวชาญ-พึ่งพันธมิตรท้องถิ่น
เปิด4กลยุทธ์บุกตลาดอาเซียนย้ำต้องเชี่ยวชาญ-พึ่งพันธมิตรท้องถิ่น
1.กลยุทธ์การลดต้นทุน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ปัจจุบันมีการใช้แรงงานไร้ฝีมืออย่างเข้มข้น ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการย้ายฐานการผลิตออกไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวี เพื่อลดต้นทุนจากแรงงานและวัตถุดิบราคาถูก กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตที่เป็นอุตสาหกรรมเบาหรืออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานไร้ฝีมือ (Unskilled labor) และกึ่งฝีมือ (Semi-skilled labor) อย่างไรก็ตาม ข้อพึงระวังจากการลงทุนในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ ต้นทุนแฝงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
2.กลยุทธ์การเพิ่มมูลค่า สามารถปรับใช้ได้กับธุรกิจที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดสินค้าพื้นฐาน ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยเผชิญกับการแข่งขันในการส่งออกวัตถุดิบ หรือสินค้าพื้นฐาน (Primary product) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากผู้เล่นที่มีฐานการผลิตในซีแอลเอ็มวี ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทางการเกษตรหรือสินค้าอุตสาหกรรมเบา เช่น เครื่องนุ่งห่ม เบาะรถยนต์ ดังนั้นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเหล่านี้สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้โดยการต่อยอดจากสินค้าพื้นฐานให้เป็นสินค้าเพิ่มมูลค่า โดยอาศัยการสร้างแบรนด์ การปรับรูปลักษณ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มประโยชน์และการใช้สอย3.กลยุทธ์การหาตลาดใหม่ เหมาะสำหรับธุรกิจหรือบริการที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันและตอบโจทย์ความต้องการของชนชั้นกลางในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น การบริโภคในครัวเรือนของไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับแรงกดดันในการกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์ต่อสินค้า สภาวะเช่นนี้เป็นการบังคับให้เกิดการแย่งชิงกลุ่มลูกค้าที่เข้มข้นขึ้น ตลาดเปิดใหม่อย่างซีแอลเอ็มวี จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งในด้านการกระจายความเสี่ยงจากตลาดในประเทศที่โตช้าและมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยธุรกิจที่มีโอกาสสูงในการขยายออกไปตลาดใหม่เหล่านี้ ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัยและวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจเกี่ยวกับความงามและสปา อาหารสำเร็จรูปและเครื่องอุปโภคบริโภค ธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น
4.กลยุทธ์การหาโอกาสจากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจในกลุ่มคลัสเตอร์และกลุ่มบริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของซีแอลเอ็มวี โดยการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ การก่อสร้างถนนใหม่และปรับปรุงถนนไฮเวย์ระหว่างหัวเมืองและระหว่างประเทศให้มีการเชื่อมต่อกันมากขึ้น การก่อสร้างรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่ๆ การปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดซึ่งโอกาสสำหรับธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่จะเติบโตไปพร้อมกับความเจริญเหล่านี้ ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจเช่า/ซื้อ/ขายอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจเกี่ยวกับโทรคมนาคม ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจเกี่ยวกับโทรคมนาคม และธุรกิจบริการต่างๆ เช่น บริการรักษาความปลอดภัย อุปกรณ์นิรภัย บริการที่ปรึกษาต่างๆ เป็นต้นแม้จะมีโอกาสมากมายในหลายมิติจากกลุ่มซีแอลเอ็มวี แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการประสบความสำเร็จคือ การนำความเชี่ยวชาญที่ตัวเองมีเข้าไปคว้าโอกาสในตลาดใหม่ ไม่ใช่แค่เพียงผู้ประกอบการไทยเท่านั้นที่เล็งเห็นโอกาสในตลาดใหม่นี้ ประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือสิงคโปร์ ต่างกำลังมองภาพเดียวกัน ดังนั้นการที่จะเข้าไปรุกตลาดดังกล่าว ผู้ประกอบการไทยจึงควรนำเอาความเชี่ยวชาญที่มีไปใช้ในการแข่งขัน
ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญอีกประกาศคือ การมองหาพันธมิตรทางธุรกิจจากในท้องถิ่นของประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี เพื่ออาศัยความเป็นเจ้าบ้านที่เข้าใจตลาด วัฒนธรรม สังคม กฎหมาย และข้อมูลท้องถิ่นที่ดีกว่า ในการปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยได้ โดยการที่ผู้ประกอบการไทยเร่งดำเนินการหาพันธมิตรทางธุรกิจได้เร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อผู้ประกอบการนั้นๆ เนื่องจากพันธมิตรที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศมีจำนวนจำกัด



