ข่าว

เช็กเสียงสปช.

เช็กเสียงสปช.

10 ส.ค. 2558

เช็กเสียงสปช. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดย สำนักข่าวเนชั่น

             หากจะเรียกว่าเข้าสู่ช่วง “ฝุ่นตลบ” ก็ไม่น่าจะผิด สำหรับกระแสเกี่ยวกับการโหวตร่างรัฐธรรมนูญที่เบื้องต้นกำหนดไว้ในวันที่ 7 กันยายน นี้

             ภายในวันที่ 22 สิงหาคม นี้ คณะกรรมาธิการจะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้แก่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ฉะนั้นภายในระยะ 2 สัปดาห์นี้ คณะกรรมาธิการจะต้อง “เขย่า”
             
             ประเด็นต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ซึ่งตอนนี้ที่เหลือต้องพิจารณาส่วนใหญ่เป็นรายละเอียด ประเด็นใหญ่น่าจะมีเรื่องเดียวคือเรื่องที่มา ส.ว. ว่าตกลงจะให้มี ส.ว.สรรหา 123 คน เหมือนเดิม หรือจะให้สรรหาทั้งหมด รวมถึงเรื่องการแบ่งกลุ่มสรรหาและรายละเอียดกรรมการสรรหาที่กำหนดไว้เบื้องต้นจะมีการแก้ไขอีกไหม

             ล่าสุดลงตัวแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญจะมีทั้งหมด 285 มาตรา ลดลงจากร่างแรก 30 มาตรา

             คำถามใหญ่ตอนนี้ คือ ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบของ สปช.หรือไม่?

             ยังไม่มีใครรู้ว่า สปช.จะลงมติอย่างไร เพราะตอนนี้แม้แต่กลุ่มที่ถูกมองว่า “มีสายสัมพันธ์อันดี” กับ คสช. ก็ยังมีความเห็นแตกต่างกัน สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือการสำรวจว่า ในจำนวน สปช. 249 คน แบ่งออกเป็นกี่กลุ่มอย่างไร

             กลุ่มแรก ต้องการให้ “คว่ำ” ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่แสดงตัวออกมาชัดเจนคือ “วันชัย สอนศิริ” โดยเหตุผลหลักๆ ของกลุ่มนี้มี 2 แนว คือ 1.ตอนนี้การปฏิรูปประเทศยังไม่ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ฉะนั้นควรให้เวลารัฐบาล คสช.อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิรูปประเทศอีกระยะ 2.คณะกรรมาธิการยังไม่ได้แก้ไขประเด็นสำคัญหลายประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญ เช่น ระบบเลือกตั้งยังคงเป็นระบบสัดส่วนผสม ที่จะทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพการทำงาน  และยังเปิดช่องให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี

             ทั้งนี้หาก สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ภายใน 30 วัน จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 6 เดือนแล้วนำไปทำประชามติ นั่นคือ จะทำให้รัฐบาลมีเวลาอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 7 เดือน

             กลุ่มที่สอง ต้องการให้ สปช.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เพราะหวังให้มีการทำประชามติ “ให้รัฐบาลอยู่ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง” กลุ่มนี้นำโดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน”  มองว่าสูตรนี้จะสวยกว่าสูตรแรก เพราะหากผลประชามติออกมาว่าประชาชนเห็นด้วย จะทำให้รัฐบาล คสช.อยู่ต่อไปอีกถึง 2 ปี โดยไม่มีแรงกระเพื่อม

             กลุ่มที่สาม ต้องการให้ สปช.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้ไปสู่การทำประชามติและเลือกตั้งเร็วๆ ซึ่งมีข่าวว่า สปช.ที่เห็นแนวทางนี้ส่วนใหญ่เป็น สปช.ที่มาจากจังหวัดต่างๆ ที่มีสายสัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็ว ทั้งนี้ กลุ่มนี้ไม่ต้องการให้มีการทำประชามติเพื่อยืดเวลาให้รัฐบาลอยู่ต่ออีก 2 ปี หรือหากมี ก็จะรณรงค์สร้างกระแสให้ประชาชนไม่เห็นด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้มีการเลือกตั้งได้เร็วสุด คือ กันยายน ปีหน้า

             กลุ่มที่สี่ คือ กลุ่มที่ยังไม่แสดงออก ซึ่งต้องถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด การตัดสินใจของกลุ่มนี้ จะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ และสถานการณ์การเมือง ณ ขณะนั้น

             ในการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เสียงเกินครึ่งหนึ่ง คือ 125 เสียงขึ้นไป หากเสียงเห็นชอบไม่ถึง ก็หมายถึง “คว่ำ”

             อีกไม่ถึง 1 เดือน จะเห็นผลชัดๆ และจะรู้ว่าทิศทางประเทศไทยจะก้าวไปทางไหน!!