
จับเด็กแว้นกว่า300คันไปนครนายก
09 ส.ค. 2558
ตร.สกัดจับ"เด็กแว"กว่า300คันรวมตัวกันไปนครนายกไม่ได้มีเจตนาที่จะรวมกลุ่มเพื่อแข่งรถบนท้องถนน โฆษก ตร.เตรียมเรียกพ่อแม่เด็กแว้นมาตักเตือน พร้อมทำประวัติ
วันที่ 9 สิงหาคม 2558 เมื่อเวลา 06.15 น. พ.ต.ท.สนอง แสงมณี รอง ผกก.หัวหน้าสถานี สน.วิภาวดี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พันธนนท์ เกียรติไพบูลย์ สว.งานสายตรวจ 1 กก.1บก.จร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร กว่า 30 นาย ร่วมกันนำกำลังปิดล้อมจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ภายหลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการรวมตัวของรถจักรยานยนต์ขับขี่บนท้องถนนก่อความเดือดร้อนรำคาญ บริเวณช่องทางด่วน ถนนวิภาวดีรังสิต ด้านขาออก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.ซึ่งจากการตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่พบกลุ่มรถจักรยานยนต์ทั้งหมดจำนวนกว่า 258 คัน พร้อมควบคุมผู้ขับขี่และซ้อนท้าย ได้ทั้งหมดจำนวน 361 คน แบ่งเป็นชาย จำนวน 227 คน และหญิง จำนวน 31 คน ในจำนวนนี้มีเยาวชนรวมอยู่ด้วยจำนวน 59 คน
นายวุฒิชัย เพชรแก้ว อายุ 27 ปี ตัวแทนกลุ่ม กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆ ได้นัดหมายรวมตัวกันในเฟสบุ๊ค เพื่อไปทำกิจกรรมเกี่ยวกับการกุศลและท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครนายก โดยกลุ่มใหญ่จะรวมตัวมาจากย่านฝั่งธนบุรี และจังหวัดนนทบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ตนและเพื่อนๆเคยเข้าร่วมกิจกรรมลักษณะดังกล่าวมาแล้ว จำนวน 1 ครั้ง โดยมีรถจักรยานยนต์เข้าร่วมกว่า 1 พันคัน เป้าหมายไปที่หาดบางแสน จ.ชลบุรี ซึ่งครั้งนั้นมีจุดมุ่งหมายคือรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติที่ประเทศเนปาล และได้ยอดค่าบริจาครวมกว่า 50,000 บาท ก่อนจะนำเงินทั้งหมดที่ได้มาไปส่งมอบให้กับทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 เพื่อร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว ทั้งนี้จากการรวมกลุ่มมาทำกิจกรรมตนและเพื่อนๆไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญแต่อย่างใด
ด้าน พ.ต.ท.สนอง กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาที่จะรวมกลุ่มเพื่อการแข่งรถบนท้องถนน แต่มีจุดประสงค์เพียงแค่จะเดินทางไปทำกิจกรรมที่จังหวัดนครนายกเท่านั้น หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารสำเนารถ ใบอนุญาตขับขี่ รวมถึงตรวจสภาพรถว่ามีการปรับแต่งหรือไม่ตามกฎหมาย พ.ร.บ.จร. และพ.ร.บ.ขนส่ง ในเบื้องต้นจะแจ้งขับรถสร้างความเดือกร้อนรำคาญบนท้องถนน และหากพบว่าผู้ใดมีการนำรถที่มีการปรับแต่งลักษณะเพื่อการแข่งขันก็จะดำเนินการตรวจยึดตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้อยากให้คำแนะนำกับกลุ่มน้องๆ ที่จะจัดแสดงกิจกรรมลักษณะเป็นคาราวาน ที่มีการรวมกลุ่มของรถจำนวนมากๆควรทำหนังสือยื่นให้ทางบก.จร.หรือเจ้าของท้องที่นั้นๆรับทราบก่อน เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้วางกำลังคอยอำนวยความสะดวกในการสัญจรบนท้องถนน และเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นด้วย
ในเวลาต่อมา พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ หลังจากนั้น พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า การรวมตัวจะไปทำกิจกรรมใดๆก็ตามทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเช่นต้องมีหมวกกันน็อก มีใบขับขี่ แต่ที่พบในครั้งนี้พบว่ามีการรวมตัวกันจำนวนมากและเข้าไปใช้ในช่องทางด่วนโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยเลย เบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และจะมีการยึดรถ ส่วนเด็กที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี แม้จะไม่มีพฤติกรรมในการแข่ง เราก็สามารถจะใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กมาดำเนินการได้ เพราะว่ามีการออกมารวมตัวกันตั้งแต่ตี 5 โดยจะต้องเรียกผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของเด็ก ก่อนจะทำประวัติไว้และหากพบว่ามีการกระทำผิดในลักษณะนี้อีกก็จะดำเนินการเพิ่มเติมต่อไป
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่พบว่าบางรายไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่สวมหมากกันน็อก อุปกรณรถจักรยานยนต์ไม่ครบ รวมทั้งมีการดัดแปลงในลักษณะแต่งแข่ง ทั้งหมดก็สามารถดำเนินคดีได้ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก และตามคำสั่งที่ 28/2558 ของ คสช. และหากต้องการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ให้ทำเรื่องขอไปทางตำรวจจราจรท้องที่ให้เสนอไปทางผู้การจราจรเพื่อเสนอต่อไปทางตร.เพื่ออนุมัติไม่ใช่นัดรวมตัวกันและจะไปแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งเมื่อเช้ามีการซ้อมขบวนจักรยาน bike for mom ในพื้นที่ด้วยจึงทำให้เป็นอุปสรรคในการซ้อมของทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ซึ่งโทษของการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยตามพ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43(8) จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



