กระบะชนรถลากตู้เครื่องปั่นไฟไหมไทยพังยับ
09 ส.ค. 2558
กระบะ ชนท้าย รถยนต์ลากตู้เครื่องปั่นไฟ เตรียมงานคอนเสริ์ตไหมไทย พังยับ
วันที่ 9 สิงหาคม 2558 เมื่อเวลา 00.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตำรวจอาสาพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา ร่วมกันไปตรวจสอบเหตุรถยนต์ชนกันที่บริเวณถนนสุขุมวิทพัทยาฝั่งขาเข้าชลบุรี ใกล้เคียงหมู่บ้านเซ็นทรัพลปาร์ค3 (เยื้องกับแมคโดนัลสุขุมวิท) ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ดเรนเจอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กญ-2434 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถพังเสียหายยับเยิน โดยตัวรถนั้นหมุนหันกลับสวนเลน ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีแดง หมายเลขทะเบียน ผร-6601 ชลบุรี ซึ่งด้านท้ายรถนั้นต่อพ่วงลากตู้เครื่องปั่นไฟฟ้า จอดอยู่ขวางกลางถนน โดยบริเวณตู้เครื่องปั่นไฟฟ้าที่ลากมานี้มีร่องรอยถูกชนจากด้านท้ายจนล้มตะแคงเสียหาย โดยมี นายบรรจง ทองสนธิ อายุ 60 ปี คนขับรถยนต์กระบะลากตู้เครื่องปั่นไฟฟ้ารอให้การอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยจุดเกิดเหตุนั้นเป็นถนนสุขุมวิทส่งผลให้รถติดยาวเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบบันทึกที่เกิดเหตุพร้อมเคลื่อนย้ายรถคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าข้างทางให้การจราจรแล่นได้ปกติ
จากการสอบถาม นายบรรจง ให้การว่าตนกำลังขับรถลากตู้เครื่องปั่นไฟฟ้าออกมาจากในซอยสยามคันทรี่คลับ เพื่อจะเตรียมนำไปตั้งปั่นไฟของงานคอนเสิร์ตลูกทุ่งชื่อดัง “ไหมไทย ใจตะวัน” ซึ่งจะเปิดโชว์การแสดงที่บริเวณลานคอนเสิร์ตริมถนนสายสยามพัทยาเหนือ ช่วงเย็นวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ระหว่างที่ขับอย่างช้าๆ มาปกติเพราะลากตู้เครื่องปั่นไฟฟ้ามาด้วยผ่านปากซอยเขาน้อยมา ซึ่งตนก็ชิดเลนขวาเพื่อจะเตรียมเข้าจุดกลับรถก่อนถึงหน่วยสอบสวนทางหลวง แต่ยังไม่ทันจะถึงจุดกลับรถก็ถูกรถยนต์ยนต์กระบะคู่กรณี ซึ่งขับขี่มาด้วยความเร็วตามหลังมาพุ่งชนท้ายบริเวณตู้เครื่องปั่นไฟฟ้าที่ตนลากมาอย่างรุนแรง จนทำให้รถนั้นกระเด็นหมุนขวางกลางถนนและตู้เครื่องปั่นฟ้าก็พังเสียหายล้มขวางกลางถนนจนทำให้รถที่ขับมาบนถนนสุขุมวิทนั้นติดยาวเกือบครึ่งชั่วโมงดังกล่าว
นายบรรจงกล่าวอีกว่า คนขับรถกระบะคู่กรณีที่ขับมาชนท้ายรถตนนั้นเป็นผู้ชายนั่งมาในรถด้วยกัน 2 คนและมีอาการเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด หลังเกิดเหตุได้ลงจากรถแล้วพยายามจะสับเปลี่ยนตัวคนขับด้วย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุร้อยเวรสอบสวนได้เดินทางมาตรวจสอบก็พบว่าคนที่แจ้งว่าเป็นคนขับรถยนต์ฟอร์ดเรนเจอร์ที่ชนท้ายรถลากตู้เครื่องปั่นไฟฟ้านั้นเป็นหญิงสาวซึ่งอ้างว่าตนเองเป็นคนขับเอง ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลที่นายบรรจง ให้การไว้ ส่วนพยานแวดล้อมก็แจ้งว่าเห็นคนขับรถเป็นชายไทยจริงๆ ไม่ใช้ผู้หญิงและมีอาการเมาได้อาศัยช่วงชุลมุนนั่งรถรับจ้างออกจากที่เกิดเหตุไปก่อนแล้ว
นอกจากนี้ยังชายไทยมีอาการเมาสุราซึ่งรู้จักกับหญิงสาวที่มาอ้างตัวว่าเป็นคนขับรถก็มาพูดการโวยวายด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยคำไม่สุภาพ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแจ้งว่าหากไม่หยุดพูดมากจะแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานจึงเงียบไป ส่วนหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นคนขับรถนั้นตำรวจก็ได้เชิญตัวไปสอบสวนข้อเท็จจริงที่โรงพักพร้อมกับคู่กรณีเพื่อพิสูจความจริงต่อไป



