ข่าว

ไฟไหม้‘ชุมชนวัดกัลยาณ์’วอดกว่า10หลัง

ไฟไหม้‘ชุมชนวัดกัลยาณ์’วอดกว่า10หลัง

09 ส.ค. 2558

ไฟไหม้‘ชุมชนวัดกัลยาณ์’วอด10หลัง ฮือฮา!‘ภาพหลวงพ่อคูณ’ไม่ไหม้ ตร.ยันไม่เกี่ยวกรณีพิพาทวัด

 
          วันที่ 9 สิงหาคม 2558 เมื่อเวลา 03.30 น. ร.ต.ท. พิพัฒน์ เกษมสู่บุญ พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้ภายในชุมชนแออัด ซอยอรุณอมรินทร์ 6 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาให้ทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิง และรถน้ำจากกรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย กว่า 20 คัน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง 
 
          ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนแออัดมีทั้งบ้านปูนและไม้ปลูกติดต่อกันกว่า 50 หลังคาเรือน จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านท้ายชุมชน ซึ่งติดกับคลองไม่มีชื่อใกล้เคียงกับโรงเรียนดรุณวิทย์วิทยา พบแสงเพลิงพวยพุ่งอย่างรุนแรงแล้วลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งชุมชนดังกล่าวมีทางเข้าออกแคบ รถน้ำจึงไม่สามารถเข้าไปยังบ้านต้นเพลิงได้ เบื้องต้นเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด 10 หลังคาเรือน
 
          จากการสอบสวนทราบว่า บ้านต้นเพลิงเป็นเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน โดยไปได้ลุกไหม้ขึ้นมาจากชั้น 2 ก่อนจะลุกลามบ้านข้างเคียงซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต้องลากสายยางใช้หัวฉีดประมาณ 20 หัวฉีด ระดมฉีดน้ำเพื่อไม่ให้ลุกลามบ้านข้างเคียงเพิ่มเติม และไม่ให้ลุกลามโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ ใช้เวลากว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบ
 
          ร.ต.ท.พิพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่พบผู้เสียชีวิตหรือสูญหายแต่อย่างใด ส่วนบ้านต้นเพลิงและสาเหตุที่แน่ชัดนั้นคงต้องประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง สาเหตุเบื้องต้นคาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากบ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังดังกล่าว ส่วนค่าเสียหายนั้น ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้
 
 
ฮือฮา!‘ภาพหลวงพ่อคูณ’ไม่ไหม้
 
          ต่อมาเวลา 13.20 น.   ที่บริเวณปกซอยทางเข้าวัดกัลยาณมิตร พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.อ.วรวิทย์ ญานจินดา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.บุปผาราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 19 (ป.พัน.19) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว โดยการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความเสียหายนอกสถานที่ และนำอาหาร ข้าวของเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง มามอบให้กับผู้ประสบภัยด้วย 
      
          พ.ต.อ.วรวิทย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริงได้ เนื่องจากต้องรอผลตรวจพิสูจน์ คาดว่าจะรู้ผลภายใน 30 วัน ส่วนเรื่องคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อมทราบว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณห้องนอนชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 241 ซึ่งเป็นของนางสุภา สิทธิวิบูลย์ อายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้าน โดยขณะเกิดเหตุนางสุภา สามี ลูกชาย วัย 20 ปี และญาติ รวม 4 คน นอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน จากนั้นลูกชายนางสุภา ได้เดินลงไปอาบน้ำข้างล่าง พอกลับขึ้นมาอีกทีก็พบว่ามีไฟลุกไหม้ในห้องนอนตัวเอง ทุกคนในบ้านจึงช่วยกันดับ แต่เอาไม่อยู่ ไฟจึงลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายประมาณ 12 หลัง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร เพราะต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานก่อน 
      
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะชาวบ้านกำลังหาทรัพย์สินและข้าวของที่ยังพอใช้ได้อยู่ในบ้านนั้น ได้มีชาวบ้านที่ถูกเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 225 พบว่า กรอบพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่เก็บไว้บนชั้น 2 มีสภาพเกือบจะสมบูรณ์ โดยเพลิงได้ไหม้แค่กรอบรูป ส่วนภาพ“หลวงพ่อคูณ” ข้างในนั้นยังคงสดใสแทบไม่มีรอยไหม้ สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านใกล้เคียงอย่างมาก
 
 
ตร.ยันไม่เกี่ยวกรณีพิพาทวัด

          เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์  พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรวิทย์  พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนวัดกัลยาณมิตรวรวิหารโดยบ้านต้นเพลิงเป็นเลขที่ 241 ภายในชุมชนดังกล่าว ซึ่ีงมีนางสุภา สิทธิวิบูลย์ อายุ 57 ปี เจ้าของบ้านร่วมกันตรวจสอบโดยใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเชิญตัวนางสุภา ไปให้ปากคำที่ สน.บุปผาราม

          พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบความเสียหายในขณะนี้ พบบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 12 หลัง มีผู้ประสบอัคคีภัยได้รับความเดือดร้อนประมาณ 60 ราย จึงได้ประสานสำนักงานเขตธนบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร และ กต.ตร.สน.บุปผาราม มาตั้งเต็นท์นำอาหารและน้ำดื่มมาแจกจ่ายแล้ว รวมถึงนำทีมพนักงานสอบสวนมาตั้งโต๊ะรับแจ้งความให้บรรดาเจ้าบ้านมาชี้แจงว่า มีทรัพย์สินใดบ้างที่ได้รับความเสียหาย

          “ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากกรณีพิพาทระหว่างชาวบ้านและวัด ในทำนองเผาไล่ที่นั้น ไม่เป็นความจริงแน่นอน เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนซีกที่เกิดเหตุ ไม่มีปัญหากับฝ่ายใด ประกอบกับบ้านเรือนก็ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกำแพงวัด สำหรับสาเหตุตนเชื่อว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานส่งผลตรวจพิสูจน์กลับมาประกอบสำนวนคดีก่อน” พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ กล่าว