ข่าว

'เหวง'ข้องใจ'สุเทพ'ส่อยึดอำนาจคสช.

'เหวง'ข้องใจ'สุเทพ'ส่อยึดอำนาจคสช.

08 ส.ค. 2558

'หมอเหวง' ข้องใจ 'สุเทพ' อาจจะจ้องยึดอำนาจจาก คสช. 'พท.' จี้ สปช.แก้ร่างรธน.เพิ่มอีก 3 ประเด็น หวั่นไทยถูกกีดกันทางการค้าจาก 'เทียร์ 3'

 
                       8 ส.ค. 58  นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ระบุว่าหากไม่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งประเทศจะเละแน่ ว่า ตนเข้าใจเอาเองว่าสิ่งที่นายสุเทพพูดก็คือ ถ้าพวกข้าพเจ้าไม่ได้อำนาจ ประเทศเละแน่ ทั้งๆ ที่ตอนนี้คณะรัฐประหารตั้งพวก กปปส.จำนวนไม่น้อยไปเป็น สนช. สปช. และกรรมาธิการยกร่างฯ ให้ไปดำเนินการตามสิ่งที่นายสุเทพต้องการ แต่นายสุเทพก็ยังไม่พอใจ ทั้งที่มีการปูทางให้ฝ่ายอำนาจนิยมกลับเข้ามาใหม่ มีเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ยังไม่พอใจ นายสุเทพต้องการกลับมาสถาปนาตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์แทน คสช. ที่ทำท่าจะไปไม่รอดอยู่ในขณะนี้อย่างนั้นหรือ น่าเป็นห่วงว่าอนาคตข้างหน้าคงไม่พ้นวิกฤตทางการเมืองขนานใหญ่อีกครั้งแน่นอน แล้วคราวนี้ใครจะเข้ามายึดอำนาจรัฐประหารอีก
 
 
 
พท.จี้ สปช.แก้ร่างรธน.เพิ่มอีก 3 ประเด็น
 
 
                       นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ สปช.บางกลุ่ม พยายามเดินเกมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า สปช.กลุ่มดังกล่าวไม่ควรรีบสรุป เพราะสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างการปรับแก้ไขตามคำเสนอแปรญัตติของ สปช. ครม. และ คสช. หากปรับแก้ออกมาแล้วไม่ขัดหลักการประชาธิปไตย ก็น่าจะยอมรับกันได้ ดังนั้น ควรพิจารณาตัดสินใจรับหรือไม่รับในช่วงนั้น เพราะการแสดงจุดยืนในเวลานี้ อาจถูกมองว่า สปช.กลุ่มดังกล่าวรับลูกข้อเสนอของกลุ่ม กปปส.ที่ต้องการให้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่นักลงทุนอาจเกิดความไม่มั่นใจ 
 
                       ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปรับแก้ไขเนื้อหาในหลายส่วนที่เป็นปัญหาแล้ว แต่กำลังรอดูอีก 3 ประเด็นสำคัญว่าจะปรับปรุงเพิ่มเติมหรือไม่ คือ 
 
                       1. ที่มาของนายกรัฐมนตรี ควรมาจาก ส.ส. ไม่ควรมาจากคนนอก เพราะเป็นมติของประชาชนที่ต่อสู้เรียกร้องมาตั้งแต่ปี 2535 แต่กรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่ปรับแก้ 
 
                       2. ที่มา ส.ว.ที่ควรปรับแก้ให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่ใช่ให้มาจากการสรรหามากกว่าเลือกตั้ง
 
                       3. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. ที่กรรมาธิการยกร่างฯ เขียนในลักษณะกีดกันคนบางกลุ่ม บางพวก เช่น บุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และบุคคลที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้เหมือนเขียนขึ้นเพื่อกีดกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยตรง ทั้งๆ ที่ข้อหาในการถูกถอดถอนไม่ชัดเจน และสภาที่ลงมติก็ไม่ยึดโยงกับประชาชน 
 
                       ดังนั้น หากต้องการเริ่มกติกาใหม่ ก็ควรให้โอกาสบุคคลเหล่านี้ได้มีสิทธิ์ แต่หากกีดกันก็เท่ากับว่ายังไม่หยุดความขัดแย้ง และจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต
 
 
 
หวั่นไทยถูกสหรัฐ-อียูใช้มาตรการกีดกันทางการค้า
 
 
                       นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลกระทบกรณีที่สหรัฐอเมริกาจัดอันดับการแก้ไขปัญหาและปราบปรามการค้ามนุษย์ไทยที่เทียร์ 3 ว่า การที่ประเทศไทยถูกจัดอันดับการแก้ไขปัญหาและปราบปรามการค้ามนุษย์อยู่ในระดับที่ไม่มีความคืบหน้า หรือเทียร์ 3 ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 นั้น หากมองถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตก็มองได้หลายมิติ เพราะประเทศที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ระดับเทียร์ 3หลายประเทศ เช่น รัสเซีย อิหร่าน ลิเบีย เวเนซุเอลา แอลจีเรีย ซีเรีย เยเมน เกาหลีเหนือ ซูดานใต้ และซิมบับเว ล้วนเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสินค้าส่งออกที่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมายและปัญหาการค้ามนุษย์เป็นสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไทยกังวลอยู่ในขณะนี้ นอกจากมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังเกรงว่าประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปอาจใช้เทียร์ 3 เป็นข้ออ้างในการชะลอการนำเข้าสินค้าจากไทย หรือใช้มาตรการกีดกันทางการค้าได้ในอนาคต   
 
                       นายวิม กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทยนั้น หากถูกสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการกีดกันทางการค้าอย่างจริงจัง คาดว่าเบื้องต้นจะสร้างความเสียหายอย่างน้อย 1 - 2 แสนล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคการส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมการประมง อาหารทะเล อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารที่แปรรูปจากอาหารทะเล และหากรวมถึงสินค้าอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับการใช้แรงงานที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะประเทศไทยใช้แรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก ก็จะยิ่งทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น  
 
                       ส่วนกรณีที่สหรัฐอเมริกามีกฎหมายห้ามมิให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาลงนามในสนธิสัญญาทางการค้ากับประเทศที่มีปัญหาด้านการค้ามนุษย์ในระดับเทียร์ 3 นั้น หากเรามองย้อนอดีตไปเมื่อปี 2533 - 2535 ประเทศไทยถูกสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการ 301 ในกรณีที่ประเทศถูกกล่าวหาว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุด ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นพยายามเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา ยอมที่จะตั้งกรมทรัพย์สินทางปัญญา และเร่งดำเนินการปราบปรามผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังใช้มาตรการในการกีดกันทางการค้ากับประเทศไทยอยู่ดี เพราะฉะนั้น การที่ประเทศไทยอยู่ในระดับเทียร์ 3 และสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในภาวะที่อ่อนไหวในขณะนี้ เชื่อว่าไม่มีใครกล้าการันตีได้ว่าสหรัฐอเมริกาจะไม่ใช้มาตรการกีดกันทางการค้ากับประเทศไทย
 
                       นายวิม กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาและปราบปรามการค้ามนุษย์ ทุกรัฐบาลแก้ไขเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่และลุกลามมานานแล้ว ซึ่งการแก้ไขต้องใช้ระยะเวลา มีการจัดระบบในการแก้ไข ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ เป็นเจ้าภาพในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมกันเพื่อให้เกิดการบูรณาการในการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น รัฐบาลปัจจุบันซึ่งมีอำนาจในการดำเนินการอย่างเต็มที่กับปัญหาเรื่องนี้ก็ควรเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปัญหาการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างผิดกฎหมายหมดไปจากประเทศไทย