
รองผบช.ภาค5เร่งสางคดีฆ่าเผาศพสาวดัดฟัน
08 ส.ค. 2558
รอง ผบช.ภาค5 เผยเร่งตรวจสอบพิสูจณ์เอกลักษณ์คดีหญิงสาวนิรนามถูกเผาในป่าละเมาะ อ.สารภี คาดผู้ตายอายุประมาณ 19 ปี
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ส.ค.58 ที่สถานีตำรวจภูธรสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค5 พ.ต.อ.ไพรัช คุ้มล้วนล้อม ผกก.สภ.สารภี พ.ต.อ.ชวลิต วงศ์อัจฉริยา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิหัวหน้างานสอบสวน สภ.สารภี พ.ต.ท.ทิฐิกรณ์ เนืองหล้า รอง.ผกก.สืบสวนสภ.สารภี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันประชุมติดตามผลการดำเนินการคดีหญิงสาวถูกฆ่าเผาในป่าละเมาะ หมู่5 บ้านหนองแฝก ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ปชา กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีนี้ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเร่งตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร พร้อมกับตรวจสอบผู้ต้องสงสัยควบคู่กันไป โดยเบื้องต้นได้เร่งตรวจสอบพิสูจณ์เอกลักษณ์บุคคลของผู้ตาย ที่สภาพศพถูกเผาไหม้ประมาณร้อยละ 80 โดยแพทย์ได้ให้ความเห็นว่าเสียชีวิต 3 วัน ตำหนิรูปพรรณ เป็นคนเอชีย สูงประมาณ 160 ซม. มีการจัดฟันทั้งบนและล่าง ฟันบนพบยางยืดเป็นสีเขียวส่วนฟันล่างยางยืดเป็นสีส้ม และพบเหล็กดามแขนที่ผู้ตายได้รับการรักษาในกรณีแขนหักมาก่อน
จากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุได้ตรวจสอบสภาพฟันของผู้ตายโดยได้ให้เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจสอบการเจริญเติบโตของฟันคาดว่าผู้ตายมีอายุประมาณ 19 ปีขึ้นไป และแพทย์ได้ลงความเห็นว่าฟันของผู้ตายมีการจัดฟันอย่างเป็นระเบียบ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติการดัดฟันในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งตรวจสอบเลขรหัสของเหล็กดามแขนว่ามาจากทางโรงพยาบาลแห่งใด ซึ่งจะสามารถเป็นหลักฐานที่จะเจาะจงว่าผู้ตายเป็นคนในพื้นที่ไหน พร้อมทั้งได้มีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานขอข้อมูลไปยังศูนย์บริหารจัดการคนหายพัดหลงและศพนิรนามภาค5 เนื่องจากผู้ตายได้เสียชีวิตมาหลายวัน อาจมีญาติเข้ามาแจ้งความไว้
ทางด้านการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยได้มีการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุย้อนหลัง 1 สัปดาห์แต่เนื่องจากกล้องวงจรปิด 2 ตัว ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 100-200 เมตรเป็นของร้านค้า ยังไม่มีความสมบูรณ์ของภาพเท่าที่ควร พร้อมทั้งตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยและสถานที่ขายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ก่อเหตุน้ำมาเผาศพ
อย่างไรก็ตาม การติดตามในเรื่องของคดีเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนซึ่งไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยต้องขอความร่วมมือผ่านทางสื่อมวลชนให้มีการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบ สามารถประสานมายังสถานีตำรวจสภ.สารภีหรือสถานีตำรวจใกล้เคียงได้ทันที



