ข่าว

‘พล.ต.อ.เอก’ชูเปิดมิติปราบปราม‘ค้ามนุษย์’

‘พล.ต.อ.เอก’ชูเปิดมิติปราบปราม‘ค้ามนุษย์’

08 ส.ค. 2558

เปิดมิติปราบปราม‘ค้ามนุษย์’ ‘พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์’ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยพรรณทิพา จิตราวุฒิพร

             การปราบปรามขบวนการ “ค้ามนุษย์” ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลไทยต้องรีบแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพราะต้องยอมรับว่า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาไทยตกเป็นเป้าโจมตีในสายตาของชาวต่างชาติอยู่ตลอดเวลา

             มาถึงวันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้ปัญหาค้ามนุษย์ลุกลามออกไปจนยากต่อการแก้ไข ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องผลประโยชน์จำนวนมหาศาลที่มีบุคคลหลายกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการกระทำของเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ทำตัวไม่ต่างกับโจร

             เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว “พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์” รอง ผบ.ตร. ได้เปิดเผยต่อ “คม ชัด ลึก” ถึงแนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้คลายข้อสงสัยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นหน่วยงานหลักที่บังคับใช้กฎหมาย

             สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแนวทางการดำเนินการค้ามนุษย์ในแต่ละด้านอย่างไรบ้าง

             เบื้องต้นได้กำหนดยุทธศาสตร์แนวทางป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ในแต่ละมิติ โดยมิติแรกในเรื่องการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์เรื่องของ “การค้าประเวณี ผู้หญิงและเด็ก”

             “สภาพปัญหาส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ผู้หญิงและเด็กจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยเป็นทั้งต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทางของปัญหาการค้าประเวณี ไทยมีสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงในการค้าประเวณี ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ ร้านคาราโอเกะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ชลบุรี พัทยา ภูเก็ต”

             เบื้องต้นได้มอบให้ ปคม. เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่การสกัดกั้นตามพื้นที่เสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่เป็นเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่เน้นหนักไปที่จังหวัด “หนองคาย” เพราะเป็นประตูเส้นทางที่มาจากประเทศ “ลาว” ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวนจับกุม ไม่ว่าจะเป็นร้านคาราโอเกะหรือสถานบริการต่างๆ
 
           “แนวทางที่เราได้ดำเนินการมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาคือ เน้นมาตรการในเชิงรุกในแต่ละพื้นที่เป้าหมาย พร้อมให้เจ้าหน้าที่รายงานการตรวจสอบให้ผู้บังคับบัญชารับทราบมาโดยตลอด”
 
           ส่วนเรื่องการปราบปราม ปคม.ได้สืบสวนขยายผล ซึ่งทุกคดีได้เน้นย้ำให้จับกุมผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่เบื้องหลัง บางครั้งเจ้าหน้าที่จับได้แค่ผู้หญิงหรือเด็กที่ถูกขู่เข็ญมาค้าประเวณี ส่วนนี้เป็นเหยื่อที่ต้องให้ได้รับความคุ้มครอง แต่ในภาพรวมทั้งหมดที่ผ่านมายืนยันว่า การทำงานของตำรวจทุกหน่วยเข้มงวดมีผลงานในระดับที่น่าพอใจ
 
           -นโยบายการค้ามนุษย์ในกลุ่มการใช้แรงงานดำเนินการอย่างไรบ้าง
   
         ถือเป็นเรื่องที่ 2 ในมิติของการค้ามนุษย์ "พวกแรงงานผิดกฎหมาย" เรื่องนี้เรามีนโยบายชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม รวมถึงแรงงานประมงที่เป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องกับการที่เราได้ดำเนินการของไอยูยู ซึ่งภาพรวมนั้นทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการให้แรงงานเข้ามาอยู่ในระบบ ถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยในงานด้านการป้องกันปราบปรามของตำรวจเป็นอย่างมาก
   
         “ขณะนี้มาตรการๆ สกัดกั้นที่บริเวณชายแดนช่องทางบก โดยเฉพาะบริเวณประเทศพม่า อ.แม่สอด จ.ตาก หรือกาญจนบุรี ในส่วนนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงที่ได้สกัดกั้นโดยดำเนินการทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่า การทำงานส่วนนี้ไม่มีข้อขัดข้องมีผลการปฏิิบัติงานเป็นที่พอใจเช่นกัน”

             ขณะเดียวกัน ในส่วนที่ 3 ค่อนข้างเป็นรูปธรรม คือการป้องกันปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ตำรวจภาค 8 ภาค 9 ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงแก้ไขทุกปัญหาที่เกี่ยวข้อง กระทั่งสามารถทลายขบวนการนี้ได้อย่างถอนรากถอนโคนตั้งแต่ระนอง นครศรีธรรมราช ไปถึงสงขลาและสตูล

             “ผลของการดำเนินคดี ผมมีความมั่นใจในยุทธศาสตร์ที่เราได้กำหนดไว้ในเรื่องการปิดเส้นทางพิสูจน์ทราบแหล่งพักพิง แคมป์ต่างๆ หมดสิ้น ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมได้เร่งรัดในเรื่องการฟอกเงิน ซึ่งสามารถยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้มาก เราได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และขอยืนยันว่าในพื้นที่เสี่ยงภาค 8 ภาค 9 ไม่มีความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ามนุยษ์อย่างแน่นอน”

             -กรณีการค้ามนุษย์ด้านแรงงานประมงกลุ่มนี้เราให้ความสำคัญอย่างไรบ้าง

             เรื่องแรงงานประมง ที่ถูกทางสหภาพยุโรปได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องของการเร่งรัดดำเนินการ ตอนแรกแรงงานประมงก็เต็มใจไป คิดว่าทำงานอยู่บริเวณน่านน้ำ ต่อมาถูกบังคับหลอกลวงไปทำงานบนเรือประมงในลักษณะร่วมลงทุนกับอินโดนีเซีย ต่อมาอินโดนีเซียมีมาตรการในการที่จะเข้มงวดกวดขันทำให้ลูกเรือที่ตกค้างอยู่ที่อินโดนีเซียในเกาะอัมบน หรือเกาะอื่นๆ ในหลายพื้นที่ รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ไปดำเนินการช่วยเหลือแรงงานประมง เพราะส่วนหนึ่งเป็นคนไทยตัวเลขประมาณ 1,200 กว่าคน ที่รัฐบาลได้ช่วยเหลือกลับมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ช่วยมาจำนวน 60 กว่าคน เจ้าหน้าที่ ปคม.ได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้กระทำผิด ทั้งเจ้าของเรือ และผู้ควบคุมเรือได้

             ด้านยุทธศาสตร์เรื่องขอทานกลุ่มนี้เราให้ความสำคัญอย่างไรบ้าง

             -เรื่องนี้เป็นการทำงานร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รูปแบบถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ได้ดำเนินการมา เรามีตัวเลขที่สามารถควบคุมขอทานทั้งคนไทยและคนต่างชาติ แต่ส่วนใหญ่มาจากประเทศกัมพูชาในรูปแบบของธัญบุรีโมเดล คือ ให้ฝึกอาชีพ ปรับทัศนคติ ที่จะดำรงตนอยู่ในสังคม พร้อมข้อแนะนำให้ความช่วยเหลือจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอย่างดี

             “ในส่วนของชาวต่างชาติเราก็ผลักดันส่งกลับประเทศไปประมาณ 1,500 คน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลขอทาน เด็กขายพวงมาลัย หรือเด็กขายดอกไม้ตามอาคารต่างๆ เรื่องนี้เจ้าหนาที่ต้องลงรายละเอียดในการสืบสวนว่า เต็มใจมาเองหรือถูกบังคับมา หรือมีผู้อยู่เบื้องหลัง อย่างที่เคยมีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า ทำไมขอทานตามสถานที่ต่างๆ ไม่มีแขน ไม่มีขา และเดินมาได้อย่างไร เรื่องนี้น่าจะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่า มีใครบังคับขู่เข็ญเพื่อหาผลประโยชน์กับคนกลุ่มนี้หรือไม่”

             เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายแนวทาง และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกภาค โดยยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างแข็งแรงตลอดไป เราไม่ได้ทำเพื่อตอบคำถามผลการประเมินอย่างเดียว เราทำเพื่อให้สังคมโลกทุกๆ ชาติได้ตระหนักว่า ไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแบบไฟไหม้ฟาง หรือทำแค่ครั้งเดียวแล้วเลิกกัน เรามีมาตรการป้องกัน เพราะขบวนการนี้เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น แนวทางทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดไป

             จากการกวาดล้างแล้วตัวเลขยังเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ในกลุ่มขอทานหรือกลุ่มที่ขายดอกไม้ตามสถานที่ต่างๆ

             คงไม่มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เพราะหากเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างจริงจังก็จะยับยั้งการที่จะฝ่าฝืนการกระทำผิด และถ้าเข้าข่ายมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นขบวนการค้ามนุษย์ในลักษณะขอทาน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุม เรื่องการค้ามนุษย์กฎหมายได้กำหนดโทษไว้สูง ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นการระงับยับยั้งการกระทำผิดได้อย่างแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ปราบปรามจับกุมอย่างจริงจัง

             เครือข่ายเหล่านี้เป็นกลุ่มไหนบ้าง มีบุคคลใดอยู่เบื้องหลัง

             กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมข้อมูลเครือข่าย โดยกลุ่มพวกนี้จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซ้ำซากอยู่แวดวงของผู้กระทำผิดเพียงไม่กี่คน ดังนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่สืบสวนจับกุมอย่างจริงจังจะทำให้ผู้กระทำผิดเข็ดหลาบ ไม่กระทำความผิดอีกต่อไป